บันเทิง

‘ย้ง’ทิ้งทวน‘ฮอร์โมน’ซีซั่นสุดท้าย

‘ย้ง’ทิ้งทวน‘ฮอร์โมน’ซีซั่นสุดท้าย

10 ก.ย. 2558

“ย้ง”เตรียมบทสรุปส่งท้าย“ฮอร์โมน3ฯ”ยังแรง ตรง ชัดเจน เจตนาลดช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่แต่ภาพการนำเสนอในเรื่องเพศจะใช้ภาษาหนังสื่อความหมายตรงแรงแต่ภาพเบา

 
          ซีรีส์วัยรุ่นสุดฮิตอย่าง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” กำลังเดินทางมาถึงซีซั่นที่ 3 กับ “ฮอร์โมน 3 เดอะ ไฟนอล ซีซั่น” ซึ่งจะทำเป็นซีซั่นสุดท้าย มีโอกาสเจอตัวโปรดิวเซอร์คนเก่งย่าง “ย้ง” ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในงานเปิดตัว “ฮอร์โมน 3 เดอะ ไฟนอล ซีซั่น” ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน สอบถามได้ความดังนี้
 
          “ฮอร์โมนซีซั่นนี้ เหมือนเรารีเซตตัวเอง มันสนุกตรงที่เราได้เล่าเรื่องใหม่ เพราะเราทำฮอร์โมนมา 2 ปีติด พอเรากำลังจะทำซีซั่น 3 เราต้องใช้เวลา และการทำฮอร์โมน เหมือนเอาเวลาชีวิตของพวกเรา 365 วันไปหมดเลย อย่างทีมเขียนบท เราไว้ใจกันแล้ว พอเริ่มต้นคุยกัน ว่าเราจะทำซีซั่น 3 ทีมเขียนบทหลายๆ คนบอกว่าอาจจะทำไม่ได้ หรือทำได้เป็นปีสุดท้าย ฉะนั้นเราต้องตัดสินใจแล้วว่า ควรจะเอายังไงกับมันดี และโดยส่วนตัวผมอยากกลับไปทำหนัง เพราะการทำงานเป็นซีรีส์ ทุกองค์ประกอบสำคัญหมด เราอยากรักษามาตรฐานเอาไว้เหมือนเดิม ถ้ามันมีทีมที่เรายังไม่ไว้ใจในระดับนั้น เราคิดว่า ไม่ทำต่อดีกว่า เราเลยตัดสินใจว่า จะทำซีซั่น 3 เป็นซีซั่นสุดท้าย และจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งทุกคนโอเค เพื่อทุ่มไปกับมันในซีซั่นนี้” ย้งกล่าว
 
          ถามต่อว่า เนื้อหาของฮอร์โมนซีซั่นที่ 3 จะเป็นอย่างไรต่อไป ย้งกล่าวว่า จะเป็นเรื่องของการกระทำและทัศนคติ  
 
          "พอเรารู้ว่า จะทำเป็นซีซั่นสุดท้าย ทุกตัวละครจะมีบทสรุปแต่ไม่สิ้นสุด คนดูหลายคน อาจจะคิดว่าบทสรุปจบคือจบ แต่ชีวิตคนเรา ไม่มีบทสรุปที่แน่นอนแบบนั้น ฮอร์โมนก็จะเป็นแบบนั้น มีบทสรุปของความสัมพันธ์และปัญหา แต่ชีวิตของตัวละครต้องไปต่อ ทุกวันนี้ความคิดของเด็กฮอร์โมนรุ่นนี้ ไม่เหมือนกับ 2 ปีที่แล้ว จะเป็นเรื่องของโซเชียลตัวตน และคาแรกเตอร์ ที่เป็นปัจเจก และมีลักษณะเฉพาะมากกว่า หลักๆ อาจเป็นเร่ื่องของการกระทำและทัศนคติ เพราะก่อนหน้านี้เราพูดเรื่องเซ็กส์ เรื่องยาไปแล้ว เราไม่อยากกลับไปพูดเรื่องนั้นอีก อาจจะยังมีเรื่องเซ็กส์ เรื่องยาอยู่ แต่เราจะไม่ย้ำประเด็นเดิมแล้ว 
 
          เราเริ่มต้นฮอร์โมน จากเจตนาเพื่อสื่อสาร และทำความเข้าใจระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ลดช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ลง ฉะนั้นวันนี้เจตนายังเหมือนเดิม พอเราอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ บวกกับเราได้บทเรียนในซีซั่น 2 ว่า ภาพบางภาพ เลิฟซีนบางเลิฟซีน มันชัดเกินไป เพราะเสน่ห์ของฮอร์โมน คือการดึงให้คนรู้สึกร่วมกับตัวละคร บางอย่างเราทำหนักมือไป หรือเบามือไป จนทำให้คนดูหลุดออกไป จากสิ่งที่เราต้องการสื่อสาร เราได้เรียนรู้ตรงนี้ เพื่อปรับและแก้ไข (ภาพของเซ็กส์ที่ยังมีอยู่จะนำเสนอยังไง) จะเป็นชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง และใช้ภาษาภาพยนตร์ของผู้กำกับ ซึ่งเราทำหนังมา เราจะมีภาษาภาพยนตร์บางอย่าง ที่ทำให้คนดูรู้สึกได้ชัดเจน เพราะภาษาภาพยนตร์บางอย่าง ถ้าใช้ดีๆ จะทำให้คนดูรู้สึกว่าแรงกว่าการเห็นภาพจะๆ ด้วยซ้ำ" ย้งกล่าวสรุป