บันเทิง

‘เอสเธอร์’ไม่ปิดโอกาสลุ้น‘ฌอห์ณ’

‘เอสเธอร์’ไม่ปิดโอกาสลุ้น‘ฌอห์ณ’

10 ก.ย. 2558

“เอสเธอร์”เผยกระแสตอบรับ“เจ้าสาวของอานนท์”ดีแต่อาจจะเงียบไปบ้างเพราะออกอากาศทางทีวีดิจิทัลรับ“ฌอห์ณ”ดูแลในกองละครดีไม่ปิดโอกาสแฟนๆลุ้นนอกจอยันสถานะแค่พี่น้อง


          หลังจากละครเรื่อง “เจ้าสาวของอานนท์” ทางช่อง “พีพีทีวี” ออกอากาศไป พร้อมกระแสค่อนข้างจะเงียบ มีโอกาสเจอตัวกับ “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” นางเอกของเรื่องทั้งที เลยขอสอบถามได้ความดังนี้
 
          “เจ้าสาวของอานนท์ฟีดแบ็กดีนะ มีคนบอกภาพสวย บทละครน่ารัก ส่วนที่คนมองว่า กระแสมันเงียบไปหน่อย อาจจะด้วยความที่ช่องเป็นช่องใหม่ และผังรายการด้วย ที่อาจจะมีไม่ค่อยตรงเวลาบ้าง เลยอาจจะตามดูยากหน่อย คนจะดูออนไลน์มากกว่า (เรตติ้งดีกว่า “ปริศนา” ) ยินดีและขอบคุณ หนูขอบคุณนะที่ทำให้หนูได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้ ขอบคุณทั้งทีมโปรดักชั่นด้วย หนูคิดว่ามันขึ้นอยู่กับทุกฝ่าย ทีมนักแสดง โปรดักชั่น ผู้กำกับด้วย ถามว่าละครดูเรื่อยๆ ไปมั้ย ด้วยความที่แนวละครพีเรียด อยู่ในสวนมะพร้าว เป็นฟีลกู๊ด ภาพสวย เราทำในส่วนของนักแสดงไป ผลออกมาคนชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ ให้คนดูตัดสิน” เอสเธอร์กล่าว
 
          ถามต่อกระแสลุ้นกับ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” และยังจะมีละครต่อเนื่องอีก 2 เรื่อง ที่เล่นคู่กันคือ “รักนะเป็ดโง่” ตอน “บอยพาราไดซ์” และ “เงาอโศก” นางเอกสาวกล่าวว่า คนที่เป็นแฟนคลับอยู่แล้ว ก็จะดีใจที่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีก
 
          “คนที่เป็นแฟนคลับอยู่แล้ว เขาก็แฮปปี้ ยินดีที่จะได้ดูละครอีก (คลิกกันง่าย) ด้วยความที่เราร่วมงานกันมาแล้ว 1 เรื่อง เวลามาทำงานด้วยกันอีก ก็สนิทคุ้นเคยกล้าเล่น ไม่ต้องจูนกันมาก แต่ต้องปรับเปลี่ยนคาแรกเตอร์ (ฌอห์ณบอกดูแลในกอง) เขาก็ดูแลทุกคนดีเหมือนกัน เป็นปกติเลย ถามว่าที่แฟนๆ ลุ้นมากๆ กดดันมั้ย คือหนูเข้าใจว่า แฟนคลับชื่นชอบเรา คิดว่านอกจอเราจะยังไง แต่หน้าที่นักแสดง คือเราทำให้ดีที่สุด (ปิดโอกาสลุ้น) ไม่นะๆ อย่างที่บอก ทุกวันนี้เราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างโฟกัสเรื่องงาน ทำงานกัน 7 วัน ก็ไม่ค่อยมีเวลาเจอเพื่อนอยู่แล้ว ถามว่าคุยกับพี่ฌอห์ณบ่อยมั้ย ไม่นะ นานๆ ที คือส่วนมาก เราเจอกันอาทิตย์หนึ่ง คือถ่ายละคร 3-4 วัน เพราะเล่นละครเรื่องเดียวกัน เป็นปกติ ถามว่าเจอกันบ่อยเบื่อหน้ากันมั้ย ยังนะ ไม่หรอก (หัวเราะ) เรามาทำงาน ก็เจอกัน ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกัน” เอสเธอร์กล่าวทิ้งท้าย