บันเทิง

‘จา’รอลูกคนเล็กโตพาเยี่ยมแม่เชื่อเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

‘จา’รอลูกคนเล็กโตพาเยี่ยมแม่เชื่อเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

10 ก.ย. 2558

“จา”ปลื้ม“บุ้งกี๋”คลอดลูกสาวตั้งชื่อ“เรือนแก้ว”เปรยรอลูกสาวแข็งแรงพาเยี่ยมแม่โอดไม่อยากพูดถึงเรื่องอดีตมั่นใจกาลเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขขึ้น

 
     
          เป็นนักแสดงที่มีผลงานภาพยนตร์ไม่ขาด ล่าสุดภาพยนตร์เรื่อง “SPL2 : เอส พี แอล 2 โหดซัดโหด” ที่แสดงนำก็กำลังทำรายได้ถล่มทลาย นสพ."คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้เจอ “จา” พนม ยีรัมย์  ทั้งที เลยสอบถามเรื่องลูกที่เพิ่งลืมตา และชีวิตครอบครัวในตอนนี้ได้ความดังนี้
   
          “ตอนนี้ผมอยู่เมืองไทย ก็จะได้อยู่กับครอบครัวทุกวัน ลูกคนโตชื่อจอมขวัญ อายุ 3 ขวบกำลังน่ารัก ส่วนลูกคนเล็กเพิ่งคลอด ตั้งชื่อว่าเรือนแก้ว ตอนนี้ก็ไม่อยากวางแพลนอนาคตอะไรมาก ก็เลี้ยงเขา ช่วยแฟนเลี้ยงคนเล็ก ก็มีเปลี่ยนผ้าอ้อม และอาบน้ำให้ อยากให้เขามีสุขภาพดีแข็งแรง อะไรที่เรามีเราก็พยายามให้เขา แต่ไม่อยากยัดเยียดให้เขาต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อถึงเวลาเขาจะเป็นของเขาเอง เราก็แค่ให้กำลังใจ ทุกวันนี้ภรรยาและลูกเป็นพลังในการทำงาน คนไม่มีลูกไม่รู้หรอก แต่คนที่มีลูกจะรู้ว่ามันอบอุ่นมาก พอเสร็จงานก็จะอยากกลับบ้านไปเจอหน้าลูก ทำงานมาเหนื่อยๆ แค่ลูกวิ่งมากอดมันก็หายเหนื่อย พอถึงเวลาทำงานเราก็ทำงานได้เต็มที่ ทีมงานก็แฮปปี้ ลูกเป็นพลังในการที่ทำให้ชีวิตของเราก้าวเดินได้ต่อไป แต่ถ้าผมต้องไปถ่ายหนังที่ต่างประเทศนานๆ ก็จะมีสไกด์คุยกัน มีคุยไทม์ไลน์กัน บางครั้งครอบครัวก็จะมาเยี่ยม อย่างไปถ่ายหนังที่ฮ่องกงซึ่งมันใกล้ๆ เมืองไทย ภรรยาก็จะหอบลูกมาเยี่ยม ทางผู้จัดเขาเปิดโอกาสและออกค่าใช้จ่ายให้ ถ้าอยู่เมืองไทย ผมก็จะอยู่กับครอบครัว มีพาไปทานข้าว ไปทำบุญก็ใช้ชีวิตเป็นครอบครัวปกติ” จา กล่าว
    
          เมื่อถามถึงคุณแม่ของนักแสดงนักบู๊ว่า หลังบิดาเสียชีวิตมีโอกาสไปเยี่ยมมารดาที่บ้านที่ จ.สุรินทร์หรือยัง นักแสดงหนุ่มอึ้งไปพักหนึ่งก่อนแจงเสียงเรียบๆ ว่า
   
          “ท่านก็สบายดี ตอนนี้ก็รอให้ลูกสาวคนเล็กโตกว่านี้ แข็งแรงกว่านี้ก่อน เพราะลูกสาวยังเล็กอยู่ จะได้มีโอกาสได้เจอกัน ตอนนี้ยังไม่ได้เจอท่าน (มีโทรคุยกันบ้างไหม) ผมว่ามันเป็นความรู้สึก ผมว่าคนเราไม่อยากพูดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาหรอก ถ้าพูดถึงแล้วมันทำให้เรารู้สึกแย่ก็ขอไม่พูดดีกว่า ผมว่ากาลเวลาเป็นสิ่งที่พิสูจน์และจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้มันดีสำหรับเราแล้ว ครอบครัวก็ดีสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นทั้งเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ไม่ว่าจะเป็นพี่ปรัชญา (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) และอาจารย์ (พันนา ฤทธิไกร) ก็ยังอยู่ในความรู้สึกของผมเสมอ ผมไม่เคยลืม เพียงแต่ผมจะไม่พูดถึงเรื่องธุรกิจเท่านั้น โดยส่วนตัว อาจารย์ พี่ปรัชญาและเสี่ยเจียงนั้นเป็นผู้มีพระคุณ และทุกคนต่างมีฝัน 
    
          ผมเชื่อว่าพี่ปรัชญามีงานที่ต้องทำมากมาย ซึ่งผมก็อยากให้งานพี่ปรัชประสบผลสำเร็จ เสี่ยก็มีงานทำมากมาย ผมก็อยากให้สหมงคลฟิล์มประสบผลสำเร็จ อยากให้สหฯ ทำหนังบุกตะลุยตลาดต่างประเทศอย่างที่เสี่ยมุ่งมั่นปรารถนา ทุกคนต่างมีหน้าที่ ผมก็มีหน้าที่เป็นนักแสดงและสร้างมิตรภาพกับต่างประเทศให้เกิดขึ้น ผมต้องมองว่า ตัวเองทำอะไรเพื่อเมืองไทยได้ ผมต้องสร้างกระแสดีๆ อดีตที่ผ่านมาคือความหลัง ความทรงจำที่ผมขอเก็บไว้ในใจ ส่วนโอกาสที่จะกลับมาร่วมงานกับทางสหฯนั้น ก็ต้องแล้วแต่โอกาสและเวลา ถ้ามันลงตัว เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่สำหรับตัวผม ตอนนี้มันลงตัวดีแล้ว ตอนนี้ผมเชื่อมกับทางฮอลลีวู้ดแล้ว แต่ถ้ามีหนังไทยเสนอมาผมก็ยังทำอยู่” จา กล่าวปิดท้าย