
เจมส์จิยันไปญี่ปุ่นไม่กระทบกองละคร
02 ก.ย. 2558
เจมส์จิเผยเตรียมไปญี่ปุ่น9กย.นี้นาน2เดือนเพื่อเรียนเสริมทักษะด้านต่างๆให้พัฒนามากขึ้นยันไม่กระทบกองละคร"ปดิวรัดา"
เตรียมตัวเดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อเรียนเสริมทักษะด้านต่างๆ เร็วๆ นี้แล้ว สำหรับ “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข ได้เจอพระเอกหนุ่มในงานแถลงข่าว “แบรนด์ โอโรเบียงโก้” ประกาศเป็นผู้สนับสนุนโครงการ “เจมส์จิ อะ เดย์ลี่ อิน โตเกียว” เจมส์เผยดังนี้
“9 กันยานี้จะไปญี่ปุ่นแล้ว ครั้งนี้ไปเก็บประสบการณ์ที่ญี่ปุ่น มีไปทำโปรเจกท์ด้วย ไปทำเพลง เรียนร้อง เรียนเต้น เรียนกีตาร์ เรียกว่าไปพัฒนาให้เพิ่มมากขึ้น ถือว่าไปใช้ชีวิตด้วย ตัวผมเอง ชอบเป็นคนเรียนรู้ อยากลองไปเดินทาง แล้วลองดูว่าในแต่ละที่ ในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร พยายามไปเก็บสไตล์ต่างๆ มาปรับให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด ตอนนี้เตรียมร่างกาย และมีเรียนภาษาญี่ปุ่นไปประมาณ 8 สัปดาห์ ถามว่าจะกระทบกับกองละครปดิวรัดา ไหม จริงๆ จะมีช่วงที่ได้พักเบรกกลับมาสอบ และมาถ่ายละคร เพื่อที่จะปิดกล้อง กลับมาประมาณ 10 วัน ซึ่งช่วงนี้มีการเร่งถ่ายกันอยู่ (แฟนคลับที่ญี่ปุ่นว่าไงบ้าง) มีแฟนๆ ทั้งคนไทยที่อยู่ญี่ปุ่น และแฟนคลับญี่ปุ่น มีบอกว่ามาเจอกันที่ญี่ปุ่นบ้าง ส่วนแฟนๆ ที่ไทย ก็อาจจะไปส่งที่สนามบิน น่าจะมี เพราะมีคนถามเข้ามาอยู่ และมีแฟนคลับบ่นคิดถึงบ้าง แต่ว่าเดี๋ยวได้มีอะไรกลับมาฝากแน่นอน” เจมส์กล่าว
ด้าน “ปิ๊ก” ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ผู้จัดการส่วนตัวของเจมส์ เผยเพิ่มเติมว่า ครั้งนี้เป็นการต่อยอด สิ่งหนึ่งที่คิดว่าเจมส์ควรจะมี คือการเพิ่มทักษะ การได้เรียนรู้ คนเราควรจะเรียนรู้กันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ส่วนคิวกองละคร เราปิดละครให้หมด ให้จบก่อน เราถึงจะกลับไปอีกครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่า เรามีแพลนอื่นๆ ที่ตามมาที่ไทย คงไม่ได้ทิ้งใครไปที่ไหน ส่วนแพลนที่ญี่ปุ่นมีการแต่งเพลงขึ้นมา 2 เพลง เป็นเพลงภาษาญี่ปุ่น แต่พยายามมองว่าจะสามารถผสมภาษาไทยและอังกฤษเข้าไปในเพลงด้วยได้ไหม และมีโค้ชมาช่วยเรื่องการเต้น ซึ่งโชคดีมาก ครูท่านนี้ เคยเป็นแดนเซอร์ให้ทีมของมาดอนนา จะครีเอทถ้าเต้นให้เหมาะกับเจมส์ ถามว่าทำไมถึงเลือกไปญี่ปุ่น เพราะการไปอยู่ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ จะมีการออกไปข้างนอกด้วย ถ้ามีโอกาสได้ถ่ายรูปก็จะถ่าย หรือโฆษณา ทอล์กโชว์ เราค่อนข้างมีอะไรที่หลากหลาย ซึ่งได้เซ็นสัญญากับบริษัทที่ญี่ปุ่น 3 ปี นี่เป็นปีแรกที่ได้เริ่มต้น ถามว่าเตรียมจะเป็นศิลปินที่ญี่ปุ่นไหม เรามองว่าเป็นโปรเจกท์สำหรับการเริ่มต้น มีการบันทึกภาพ เพื่อที่จะนำมาให้เมืองไทยได้เห็นบางส่วน คงไม่ได้มองถึงขั้น เป็นศิลปินญี่ปุ่นแบบเต็มตัว แต่มองโอกาสที่จะได้ไปร่วมงานกับทีมที่ญี่ปุ่น ว่าเราได้ความรู้อะไร เพื่อที่จะนำกลับเข้ามาที่ประเทศไทยบ้าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี” ปิ๊กกล่าว



