บันเทิง

'มังกร ตึง ไหล'(เสียงในฟิล์ม)

'มังกร ตึง ไหล'(เสียงในฟิล์ม)

02 ก.ย. 2558

'มังกร ตึง ไหล' (เสียงในฟิล์ม) : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์

 
          ถ้าวันหนึ่ง คุณได้ข่าวว่า มีการตายไล่ๆ กัน 2 ชีวิตเกิดขึ้นในหมู่บ้านแถมเป็นครอบครัวที่คุ้นเคยไปมาหาสู่กันเป็นอย่างดี บ้านหนึ่งเป็นพ่อที่เสียลูกชาย กับอีกบ้านเป็นลูกสาวที่เสียพ่อ อ้อมว่าคุณอาจจะแทบตัดสินใจไม่ถูกเลยว่า จะไปแสดงความเสียใจกับบ้านไหนก่อน
 
          แต่ถ้าเริ่มมีรายละเอียดจากบรรดาขาเม้าท์มาเข้าหูคุณว่า “บ้านที่เสียพ่อนั้น เพราะจู่ๆ คืนหนึ่ง มีผู้ชายบุกเข้าบ้าน หมายมั่นจะรวบหัวรวบหางลูกสาวบ้านนี้ ทั้งที่เธอไม่เคยสนใจในตัวเขาเลย แต่ยังไปไม่ถึงห้องนอน ดันไปเจอพ่อผู้หญิงก่อน จึงเกิดมีปากเสียงกัน พ่อเลยไล่ตะเพิดไอ้หนุ่มนั่นให้กลับไป พร้อมสำทับว่า การกระทำของไอ้หนุ่มนี่มีสันดานความเป็นหมา แล้วให้เลิกฝันในตัวลูกสาว เพราะจะไม่มีวันยกให้เด็ดขาด ความเจ็บจี๊ดคงเกิดขึ้นในใจ ไอ้หนุ่มเลยคว้ามีดแทงแล้วหนีไป ทิ้งให้ผู้เป็นพ่อนอนจมกองเลือดรอความตาย”
 
          ส่วนบ้านที่เสียลูกชาย ขาเม้าท์ก็เล่าว่า “เป็นเพราะไอ้ลูกชายจะบุกไปหาสาวบ้านหนึ่ง แต่ดันไปเจอพ่อผู้หญิง ด้วยความตกใจ เลยเผลอจ้วงมีดแทงเข้าให้ จนพ่อผู้หญิงต้องนอนสิ้นใจภายหลัง ส่วนไอ้หนุ่มนี่พอจะโดนตำรวจจับ ก็ไม่อยากติดคุก เลยตัดสินใจหนีคุกด้วยความตาย” พอฟังขาเม้าท์เล่าแบบนี้ ตาชั่งความเห็นใจของคุณมันมีน้ำหนักเอียงไปทางไหนคะ??
 
          ช่วงเวลาหนึ่งที่พี่น้องชาวไทยขาละครสายแข็ง มี ซีรีส์เลือดมังกร อยู่เป็นเพื่อนยามค่ำ แน่นอนถ้าไม่นับความคุ้นเคยกับอนันดา พี่ติ๊ก พี่เคน หรือแอนดริว เลือดมังกรก็ชวนให้เรามองย้อน หรือมองหาอะไรได้หลายอย่างอยู่นะคะ
 
          อ้อมว่า ใครที่ดูตอนหงส์ ก็น่าจะจำฉากที่ตี๋เล็กบุกไปหาหงส์ แต่กลับไปเจอเถ้าแก่สุง จนมีปากเสียงกัน ช่วงที่ทั้งสองปะทะกันด้วยวาจา มันทำให้เห็นว่า ต่อให้พ่อที่ดูเมินเฉยกับลูกสาว พ่อที่พร่ำพูดมาตลอดว่า ลูกคือตัวซวย แต่เมื่อถึงเวลามีคนห่วยๆ จะเข้ามาช่วยเอาตัวซวยของพ่อไป ท่าทีที่พ่อมีกลับไม่ใช่การยินดี พ่อที่ทิ้งแล้วซึ่งมายาคติใดๆ ไม่มีแสนยานุภาพของความเป็นเจ้าพ่อ มีแต่ความเป็นพ่อคนหนึ่งที่รักและห่วงลูก ที่ต้องคุ้มครองและคุ้มภัยให้ลูกสาว
 
          แล้วเมื่อถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พ่อที่เคยแข็ง ไม่แสดงความอ่อนโยน กลับพรั่งพรูการบอกรักและคำขอโทษให้ลูกสาวในคราวเดียวกัน เพราะรู้ซึ้งถึงช่วงเวลาสั้นๆ ที่จะมีโอกาสแสดงให้คนตรงหน้าได้เข้าใจว่า ตัวเองคิดและรู้สึกยังไง มันก็ทำให้คิดได้นะคะว่า เราเองในช่วงเวลาที่ยังหายใจกันคล่อง พูดกันสบายๆ เคยได้กล่าวชื่นชมใคร ได้เคยบอกกับเจ้าตัวให้เขาได้ภูมิใจ เคยได้ขอโทษใครที่เราทำให้เขาเป็นทุกข์มั่งรึยัง เคยขอบคุณใครที่ทำอะไรให้เรากันบ้างมั้ย?? ช่วงเวลานั้น เถ้าแก่สุงไม่ได้แค่สอนอาหงส์ อ้อมว่าเขากำลังสอนพวกเราทุกคนเหมือนกัน แล้วอีกสิ่งสำคัญที่เถ้าแก่สอนได้ดี จากการทำให้ดูก็คือ สอนให้ให้อภัยและไม่ล้างแค้น ถึงแม้เถ้าแก่จะสามารถบอกได้ว่าใครทำร้ายตัว แต่เถ้าแก่ก็ไม่ทำ และเก็บเงื่อนงำตายไปกับตัว ช่วงเวลาแห่งความจากพรากนี้เลยมีแง่งามให้เราได้เห็นค่ะ
 
          ต่างกับบ้านของเถ้าแก่เต็ก พ่อของตี๋เล็ก ที่บอกได้เลยในฐานะคนดูผู้สังเกตการณ์ มันทรมานและสงสารแบบอึนๆ ค่ะ การที่พ่อรู้ว่าลูกไปบังเอิญฆ่าคนตาย แล้วสุดท้ายหลักฐานมันชี้ว่าลูกตัวเป็นคนทำ ผู้เป็นพ่อเลือกที่จะปกปิดและปลิดชีวิตผู้อื่น เนื่องมาจากความรักที่มีต่อลูก แล้วเมื่อถึงตอนสุดท้าย ที่ลูกเลือกหนีความผิดด้วยความตาย พ่อยังต้องเป็นคนลงมือกระทำให้ลูกซะเอง อ้อมดูไปแล้วก็คิดว่า พ่อต้องรักลูกขนาดไหน แล้วความรักแบบนี้มันใช่รึเปล่า แล้วลูกจะบาปมั้ย ที่ต้องทำให้มือพ่อต้องกลายเป็นผู้ปลิดชีวิตตนเอง มันมีแต่คำถามและความเห็นใจต่อครอบครัวนี้ค่ะ
 
          จะว่าไปเถ้าแก่เต็กก็ทำให้เห็นค่ะว่า รักลูก สนับสนุนลูก มันก็ต้องให้ถูก ให้เหมาะ ให้พอดี ถ้าเราไม่เคยปล่อยให้ลูกล้มเลย ลูกชนะทุกคนทุกอย่าง ได้อะไรก็ตามที่ต้องการ สุดท้าย เขาจะแบกรับความพ่ายแพ้ไม่เป็นเหมือนตี๋เล็ก
 
          ลูก 2 คน คนหนึ่งพ่อดูไม่ค่อยรัก แต่ก็ไม่เอามาเป็นปัญหา กับอีกคน พ่อรักนัก แต่ก็ดูชอบสร้างปัญหา พ่อทั้ง 2 คน รักลูกทั้งคู่ แต่วิธีต่างกัน
บางทีชีวิตมันก็อยู่ที่วิธีคิด จะยอมรับมันด้วยปัญญา หรือเพียรสร้างมันแต่ปัญหา
 
........................................
(หมายเหตุ  'มังกร ตึง ไหล' (เสียงในฟิล์ม) : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)