บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:ชีวิตนี้น้อยนัก...

ขบคิดขีดเขียน:ชีวิตนี้น้อยนัก...

01 ก.ย. 2558

ชีวิตนี้น้อยนัก... : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
          ผ่านมาแล้วร่วมสองอาทิตย์กับเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าศาลพระพรหม กลางแยกราชประสงค์ ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร
 
          หญิงยศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดหัวใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียค่ะ มันคงไม่มีคำพูดไหนสามารถทำให้หัวใจของคนที่โดนพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักนั้นดีขึ้นได้เลย แต่สำหรับวิญญาณผู้เสียชีวิต หญิงยศเชื่อเหลือเกินว่า จะไปอยู่ในภพภูมิที่ดี เพราะจิตสุดท้ายของพวกเขาคงไม่ใช่เสียงระเบิด แต่เป็นเสียงสวดมนต์ภาวนา จิตที่อธิษฐานอย่างตั้งใจต่อหน้าพระพรหม เชื่อว่าทุกท่านต้องไปสู่สุคติอย่างแน่นอน...
 
          ในช่วงที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เราทุกคนเกิดอารมณ์แตกต่างกันไป บางคนเศร้าโศกเสียใจ บางคนโกรธ บางคนถึงขั้นแค้นและสาปแช่งตัวผู้กระทำและบงการ ทันทีที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จะมีข่าวสารทั้งจริงและหลอก ถาโถมเข้ามาทุกช่องทาง คนส่วนใหญ่ถ้าหากไม่ตั้งสติให้ดี ก็จะรับเอาสารทุกสารมา หลายคนปักใจเชื่อและยิ่งโศกสลด หลายคนส่งต่อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อข่าวหรือรูปภาพ เรียกได้ว่าหลังจากเหตุระเบิดเกิดขึ้นนั้น เราทุกคนได้รับรู้และเห็นภาพของโศกนาฏกรรมอย่างชัดเจน
  เราเห็นทุกอย่างยกเว้นสติของตัวเราเองค่ะ...
 
          หญิงยศใช้ชีวิตมาสามสิบกว่าปี ผ่านโศกนาฏกรรมแบบนี้มาหลายครั้งทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพฤษภาทมิฬ ตอนไปเรียนต่อที่อเมริกาก็พอดีกับช่วง 9/11 กลับมาก็เจอเรื่องของการรวมตัวประท้วง เห็นการเข่นฆ่าเอาชีวิตกัน ในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีสื่อโซเชียลนั้นก็ยังไม่น่ากลัว เพราะสื่อเดียวที่เราได้รับได้เสพก็คือข่าว จากแหล่งข่าวที่กรองมาแล้วเช่น สื่อโทรทัศน์และวิทยุ เชื่อไหมคะว่าหญิงยศไม่เคยเห็นภาพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินชนตึก 9/11 เลย น่ากลัวที่สุดก็คือการเห็นร่างของคนที่ตัดสินใจกระโดดออกมาจากตึกเพราะเชื่อว่าอย่างไรก็ไม่รอด เพียงแค่นั้น เราก็ใจสลายไปมากแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นเห็นภาพผู้เสียชีวิตแบบเต็มๆ
 
          ทันทีที่เกิดเหตุณะเบิดขึ้นนั้น หญิงยศรีบลงรูปเพื่อสนับสนุนการไม่ส่งต่อภาพของผู้เสียชีวิต เพราะนอกจากจะเป็นการไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตและครอบครัวแล้ว ภาพเหล่านั้น หากคนดูใจไม่แข็งพอ มันก่อให้เกิดแต่จิตที่หวาดกลัว และทำให้เราเศร้าจนไร้สติได้
 
          หลายคนพูดนะคะว่า “ไม่น่าเลย นี่ถ้าไม่ไปตรงนั้นวันนั้นก็รอดแล้ว” หรือ “โชคดีที่ออกมาทันเวลา คลาดไปแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น” หญิงยศคิดจริงๆ นะคะว่า ความตายนี่มันก็คล้ายๆ หวย คือมันถูกมันก็ถูก มันผิดมันก็ผิด หวยไม่มีเกือบถูก คลาดไปตัวเดียวก็ถือว่าไม่ถูก ความตายก็เหมือนกัน คือถ้าไม่ตายก็ไม่ตาย แต่ถ้าคนจะตาย มันป้องกันไม่ได้เลยค่ะ
 
          เวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นแบบทดสอบสติของเรานะคะ และเป็นการย้ำเตือนเราด้วยว่า เราพร้อมที่จะตายมากแค่ไหน? เราฝึกจิตกันมาเพื่อให้มีสติ มีจิตที่แข็งแรง ไม่ตกใจกับอะไรง่ายๆ ก็เพื่อเตรียมพร้อมกับความตายทั้งนั้น อย่างที่เห็นที่รู้ คนเราจะตายเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เราคาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่เราเตรียมได้คือจิตใจของเราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
 
          อย่างที่หญิงยศบอกนะคะ หญิงยศเชื่อว่าผู้เสียชีวิตจากการระเบิดนั้น น่าจะจากไปด้วยจิตใจที่เป็นกุศล เพราะกำลังสวดอธิษฐานอยู่ นั่นถือว่าเป็นบุญแล้ว คนตายสบายไปแล้ว แต่คนอยู่นี่แหละค่ะ พอรับรู้อย่างไร้สติก็เศร้าโศก โกรธแค้น จิตก็วูบ ปากก็สาปแช่ง ถ้าเกิดระเบิดซ้ำตรงนั้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนที่อาจจะเสียชีวิตรอบสองนี่แหละค่ะที่อาจจะไม่ได้ไปอยู่ในภพภูมิที่น่ารักนัก เพราะจิตสุดท้ายอยู่กับความโกรธแค้นทั้งหลายนั่นเอง
 
          ศาสนาพุทธถึงสอนไว้ว่าจงมีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าเราใจร้าย ไม่สงสาร แต่ความสงสารเห็นใจนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของสติ เราเห็นคนตาย คนเจ็บอยู่ตรงหน้า แต่เราไม่รู้หรอกค่ะว่ามันจะถึงคราวของเราเมื่อไหร่ อาจเป็นห้านาทีต่อจากนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่เตรียมใจเราไว้ให้ดีพร้อมตลอดเวลา ทำยากค่ะทุกท่านคะ ทำยากมาก และมันอาจใช้เวลาของเราทั้งชีวิตไปกับการเตรียมจิตเตรียมใจนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากเราทำได้แล้วนั้น มันก็เหมือนเป็นรางวัลสูงสุดให้ชีวิตที่เกิดขึ้นมานี้นะคะ
 
          ชีวิตนี้น้อยนักแต่ก็ช่างยิ่งใหญ่ เราไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในลมหายใจข้างหน้า คำว่าพรุ่งนี้คือจุดหมายแสนไกลที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเราหรือเปล่า ฟังดูน่ากลัวนะคะ แต่มันคือความจริงอย่างที่สุด หลายคนกลัวและใช้วิธีหลีกเลี่ยงไม่นึกถึงมัน กลับไปเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่มาถึงตัวเราหรอก หลายคนขับรถเร็ว ดื่มเหล้าแล้วขับรถ ส่งไลน์ตอนขับรถ หรือเพียงแค่รีบ หรือแค่คึกคะนอง คนเหล่านี้ประมาทเหลือเกินกับชีวิต ทั้งกับของตนเองและของผู้อื่น เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ถ้าไม่เอาชีวิตตัวเองไป ก็ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้อื่น เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นนะคะ เราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลย
คนที่มีสติเตรียมพร้อมจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาดค่ะ
 
          น้องคนสนิทของหญิงยศเพิ่งโดนรถชนเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น อนาคตที่กำลังสดใสของเด็กที่เพิ่งเรียนจบ มีหน้าที่การงานที่ดี กำลังพุ่งชนความฝันในวัยเพียงแค่ 23 ปี หลังจากได้รับการผ่าตัดสมองทันทีหลังจากอุบัติเหตุ จนทุกวันนี้น้องยังไม่ฟื้น เราทุกคนยังรอคอยให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อน้องฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร
  
          ชีวิตนี้น้อยนักนะคะ อย่าเอาแต่คิดว่าข้านี้ใหญ่โตคับฟ้า ไม่มีวันที่จะล้มได้ง่ายๆ มนุษย์เรานั้นเปราะบางเกินกว่าที่เราคาดเอาไว้ ไม่กี่ชั่วโมงก็หิว ไม่กี่ชั่วโมงก็เหนื่อยจนต้องนอนหลับ กระทบกระแทกอะไรนิดหน่อยก็เปราะบางแตกสลาย มากไปก็มีแต่โรครุม สังขารนั้นไม่เที่ยงและมันมีหน้าที่เพียงแค่แก่ชราไปเท่านั้นเริ่มตั้งแต่วันที่เราเกิด หยุดประมาทและหาความเที่ยงแท้จากแค่ใจของเรา เพราะเพียงเท่านั้นมันก็ใช้เวลาแทบจะทั้งชีวิตของเราแล้วค่ะ
 
.......................................
(หมายเหตุ ชีวิตนี้น้อยนัก... : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ )