บันเทิง

‘บอล’ฟุ้งมีลูกแล้วเฮงผุดหนังเรื่องใหม่ไม่ใช่แนวเกย์

‘บอล’ฟุ้งมีลูกแล้วเฮงผุดหนังเรื่องใหม่ไม่ใช่แนวเกย์

25 ส.ค. 2558

“บอล” วิธวัฒน์ สิงห์ลำพอง ฟุ้งมีลูกแล้วเฮง เพราะชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเยอะ มีความรับผิดชอบมากขึ้น เตรียมปิดอู่ หลังภรรยาคลอดลูกคนที่ 2

            ห่างหายจากวงการบันเทิงไปตั้งแต่แต่งงาน แต่หลังจากเปิดบริษัท บริษัท มั่งมี โปรดักชั่นส์ จำกัด และผลิตภาพยนตร์เกย์เรื่อง “love's coming ใช่รักหรือเปล่า” ก็ดูเหมือนจะเริ่มมีผลในวงการบันเทิงมากขึ้น จนปัจจุบันมีผลงานละครออกมาให้เห็นกันอย่างสม่ำเสมอ ทำเอาใครหลายคนอดที่จะมองไม่ได้ว่า “บอล” วัธวัฒน์ กลับมามีผลงานในวงการบันเทิงอีกครั้งเพราะหนังเกย์ ซึ่งนักแสดงพ่อลูกอ่อนกล่าวว่า

            “ผลงานตอนนี้ก็มีเรื่อง คุณหญิงนอกทำเนียบ ปดิวรัดา สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ประทีปรักหัวใจ ถามว่าเป็นเพราะหนังเกย์หรือเปล่าที่ทำให้มีงานเยอะ อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมว่าตั้งแต่ผมมีลูกทำให้ผมเฮง ชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะเลย อย่างแรกคือทำให้ผมรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ไปกองสาย ทำงานดีขึ้น ระเบียบวินัยเป๊ะ รักษาคุณภาพตัวเองและดูแลตัวเองมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีงานต่อเนื่อง ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้ทำหมดหรอก แต่เคยมีคนพูด เอาเป็นว่าดูสิ่งที่ผมจะทำต่อจากนี้ก็แล้วกันว่าจริงไม่จริง ส่วนจะเรียกว่าโนเบลเป็นอภิชาติบุตรหรือเปล่านั้น ผมไม่ขอพูดอย่างนั้นดีกว่า เอาเป็นว่าเขามาทำให้ผมเปลี่ยนแปลงชีวิต ชีวิตก็เลยเปลี่ยนไปในทางที่ดี เราเคยทำอะไรไม่ดี วันนี้เราเลิก ชีวิตมันก็เลยดีขึ้น ลูกคนต่อไปไม่มีละ ผมว่ามี 2 คนพอแล้ว ก็จะปิดอู่ละ ไม่งั้นเลี่้ยงไม่ไหว ตอนนี้อายุ 27 ปี สำหรับผมผมมองว่าไม่เร็ว ถ้าผมอายุ 46 ลูกผมอายุ 20 ลูกผมโตทัน ผมไปเที่ยวกับลูกได้ ผมยังทันลูกอยู่” บอลกล่าว

            เมื่อถามถึงสาเหตุที่บริษัทยังคงทำหนังเกย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบอลกล่าวแจงว่า ตอนแรกที่ตัดสินใจทำหนังใหม่ เพราะสู้ค่ายใหญ่ๆ ไม่ได้อยู่แล้ว จึงคิดจับตลาดเฉพาะกลุ่ม

            "ซึ่งเราดูไว้หลายแนวแต่สุดท้ายเรามาลงตัวที่หนังเกย์ ตอนที่เราทำภาคแรกตลาดหนังเกย์ยังไม่บูมเท่าทุกวันนี้ ปีที่แล้วที่เราเอาไปเข้าฉายเรามีคู่แข่งแค่ 2-3 เรื่องเท่านี้ แต่พอมาปีนี้กลายเป็นว่าหนังเกย์เริ่มบูมมีคนดูเยอะขึ้น ตลาดขยายตัวมากขึ้น เพราะไม่ได้มีแค่เกย์ที่มาดู แต่ยังมีผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าสาววายก็มาดูหนังแนวนี้ และสาเหตุที่หนังเรื่องนี้ไม่ค่อยมีฉากหวือหวา เพราะเราอยากทำหนังฟีลกู๊ด ดูแล้วได้รอยยิ้มมากกว่าดาร์ค ตอนแรกเราไม่คิดที่จะทำภาคต่อ แต่กระแสตอบรับจากภาคแรกค่อนข้างดีและแฟนๆ ถามถึง เราจึงตัดสินใจทำเพราะมองว่าเรามีฐานแฟนคลับส่วนหนึ่งอยู่ เรื่องต่อไปเราอยากทำหนังให้มันแมสขึ้น ให้กลุ่มคนดูที่ไม่ใช่เพศที่ 3 มาดูมากขึ้น ตอนนี้เรื่องใหม่ยังไม่ชัดเจน เพราะเราต้องรอโปรเจกท์นี้จบก่อน” บอลกล่าวปิดท้าย