บันเทิง

'STRONGER TOGETHER' เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน

'STRONGER TOGETHER' เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน

24 ส.ค. 2558

'STRONGER TOGETHER' เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล

 
          จากเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ เมื่อช่วงย่ำค่ำวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา แม้จะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงของประเทศไทย แต่อีกด้านหนึ่งก็ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์หลายอย่างที่น่าซาบซึ้งใจ
 
          อย่างแรก คือ กำลังใจ และความปรารถนาดีจากมหามิตรประเทศต่างๆ โดยเฉพาะออสเตรเลีย โดย นายกรัฐมนตรี “โทนี แอ็บบอตต์” ที่ออกมาพูดให้กำลังใจคนไทยเป็นคนแรกๆ หลังเกิดเหตุระเบิด โดยเรียกร้องให้ชาวออสซี่อย่าได้วิตกหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอให้เดินทางไปเที่ยวเมืองไทยได้เช่นเดิม เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
 
          "ชาวออสเตรเลียควรจะเดินทางไปยังประเทศไทยต่อไปเพราะจุดประสงค์ของพวกที่ทิ้งระเบิดไว้ในเมืองต่างๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากก็เพื่อทำให้พวกเราหวาดกลัวจากการเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นพวกเราไม่ควรตกใจกลัว หรือยอมให้ถูกข่มขู่ด้วยการกระทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ชาวออสเตรเลียที่อยู่ในต่างประเทศก็ควรจะมีความระมัดระวังในระดับที่เหมาะสมด้วย” นายกฯ ออสเตรเลีย กล่าวหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์
 
          เมื่อช่วงเย็นย่ำค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ส.ค.) หลังเหตุระเบิดผ่านไป 4 วัน ผมได้เดินทางไปร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุระเบิดครั้งนี้ที่บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ ซึ่งปกติช่วงวันศุกร์หลังเลิกงานมักจะมีผู้คนทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมากราบไหว้ขอพรท่านท้าวมหาพรหมที่แยกราชประสงค์กันอย่างหนาแน่น แต่วันนั้นแม้จะยังมีคนมาไหว้พระพรหมไม่เยอะเหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุ แต่ก็ยังมีมาอยู่เรื่อยๆ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เท่าที่ผมสังเกตเห็นก็มีทั้งชาวจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และฝรั่งจากยุโรปหลายชาติ เช่น อังกฤษ และอิตาลี ฯลฯ ซึ่งก็มีทั้งที่มาเพื่อกราบไหว้ขอพรท่านพระพรหมตามปกติ และที่มาเพื่ออยากมาดูสถานที่ที่เกิดเหตุ เป็นต้น
 
          ผมลองให้ น้องฟอย-ปองขวัญ นักข่าวทูตอารยสถาปัตย์ สอบถามความคิดความเห็นของบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาศาลพระพรหมในวันนั้นดู ได้ความว่าส่วนใหญ่ ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว หรือหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่อยากให้เจ้าหน้าที่ไทยติดตามหาตัวผู้กระทำผิดใหญ่หลวงครั้งนี้มาลงโทษให้ได้ เพื่อที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และแม้แต่คนไทยเองจะได้เกิดความอบอุ่นมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น
 
          นอกจากนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทุกคนล้วนส่งกำลังใจให้คนไทยร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ อีกทั้งขอให้คนไทยทุกคนต้องช่วยกันระมัดระวังสอดส่องดูแล คอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการร่วมกันป้องกันไม่ให้เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีกเป็นอันขาด
 
          ที่สำคัญพวกเขายังยืนยันว่าจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกอย่างแน่นอน เพราะเขารักและชอบเมืองไทยหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม และความเป็นมิตรไมตรีของคนไทย ผมในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งได้ยินได้ฟังนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนจากหลายชาติพูดให้สัมภาษณ์นักข่าวของเราที่ศาลพระพรหมเอราวัณในช่วงค่ำวันนั้นแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งใจในกำลังใจที่พวกเขามีให้เราในยามทุกข์ยากเช่นนี้
 
          ผมยังได้คุยกับคณะนางรำแก้บนและคณะดนตรีไทยในบริเวณศาลพระพรหม ที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยจากเหตุระเบิดในวันนั้น ทั้งๆ ที่ขณะเกิดเหตุ คณะนางรำทั้ง 8 คน และนักดนตรีพร้อมทีมงานอีกประมาณ 5 คน ต่างก็อยู่ในเหตุการณ์วินาทีชีวิตทุกคน จะมีก็แต่มือกลองคนหนึ่งที่โดนแรงอัดของระเบิดที่เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนทำให้เขาซึ่งกำลังตีกลองตะโพนอยู่นั้นกระเด็นตกจากเก้าอี้ ทำให้หูอื้อยังไม่หาย แต่อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่นอกเหนือจากนี้ไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ เลย จึงทำให้คณะนางรำทุกคนเชื่อว่าที่รอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์เพราะบารมีท่านท้าวมหาพรหมคุ้มครองเป็นแน่แท้
 
          “ตอนเกิดเหตุเวลาใกล้ๆ 1 ทุ่ม มีคนมาไหว้ท่านท้าวมหาพรหมเยอะมาก คณะนางรำทั้ง 8 คน ก็กำลังรำแก้บนกันอยู่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้อง มองเห็นควันไฟระเบิดลูกใหญ่อยู่ตรงหน้า แรงระเบิดถึงขนาดทำให้ชฎาที่นางรำสวมอยู่บนศีรษะหลุดกระเด็นออกไป แต่น่าอัศจรรย์มากที่นางรำทุกคนไม่มีใครเป็นอะไรเลย ขนาดห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังศาลานางรำ ยังพังเสียหายจากแรงระเบิด กระจกโรงแรมเอราวัณทั้ง 3 ชั้น แตกพังเสียหาย แต่พวกเราไม่มีใครได้รับบาดเจ็บใดๆเลย”  คุณกัญญนันท์ จิตรีนิตย์ ำหนึ่งในนางรำที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเล่าให้ฟังพร้อมยกมือไหว้ท่านท้าวมหาพรหมที่อยู่ตรงหน้า
 
          ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลได้ใช้ข้อความในการรณรงค์ให้คนไทยรักสามัคคีเพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นว่า “OUR HOME OUR COUNTRY STRONGER TOGETHER” หรือ “เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี่คือ ประเทศของเรา บ้านของเรา” เพราะจากนี้ต่อไปเราต้องสามัคคีกัน จับมือกันเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า ความสามัคคีของคนไทยจะทำให้ประเทศของเราแข็งแกร่ง บ้านของเราแข็งแรง สามารถเติบโตและผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ต่อไป เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันมากกว่าเดิม ช่วยเหลือกันในทุกๆ เรื่อง สามัคคีกันไว้ เราต้องสร้างประเทศด้วยมือของเราเอง เชื่อว่าประเทศไทยมีคนดี คนมีน้ำใจ มีคุณธรรม มากกว่าคนไม่ดี เราต้องช่วยกันเอาความดีชนะความไม่ดีให้ได้
 
          เป็นพลังแห่งความรู้รักสามัคคีของคนไทยและน้ำใจไมตรีจากมหามิตรต่างชาติที่ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน และยิ่งใหญ่สวยงามหลังเหตุการณ์ระเบิดสะเทือนขวัญที่แยกราชประสงค์ อีก 1 สถานที่ประวัติศาสตร์ของไทยครับ
 
...จบ...
 
.........................................
(หมายเหตุ  'STRONGER TOGETHER' เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)