
เล่นหูเล่นตา:'ก่อตัว (3)'
24 ส.ค. 2558
'ก่อตัว (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
เมื่อฤดูกาลแข่งขันเสียงก่อตัวขึ้น ทุกประสาทสัมผัสก็เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันจะจบลงเช่นไร? เขียนเหมือนมั่นใจ ความจริงก็ยังกลัวๆ กล้าๆ มันทุกปีอ่ะค่าคุณตำรวจ กลัวไม่ถูกใจคนดูที่น่ารัก แต่ละปีมันทั้งวุ่นวายและระทึกยิ่งกว่าการประมูลปลาทูน่ายักษ์ในตลาดซึกิจิที่ญี่ปุ่นเสียอีก ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญในการฟังเสียงผสมผสานกับจริตของเราและความชอบของคนส่วนใหญ่ (คนปกติทั่วไป) แต่ก็อีกนั่นแหละ ไอ้คำว่า “ถูกใจ” มันอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ วางตรงไหนทำอย่างไรถึงจะพอดีกับคำนั้นก็ต้องลุ้นกันทุกปี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับของที่มีและการจัดวางให้ถูกที่ถูกเวลา ได้แต่ภาวนาในใจว่า ... ขอให้ถูกใจคนดูทีเถ้อะ ... เจ้าประคู้ณ! ในกรณีที่เฉียดฉิวคำว่าถูกใจไปหน่อย อย่างเก่งคนก็จะรู้สึกแค่ “ขัดใจ” เล็กๆ แล้วนั่งดูต่อ บางคนเจอซึ่งหน้ามีต่อว่าเล็กน้อยพอให้ได้ออกตัวออกหน้าว่า ฉันอินนะรายการนี้ ก็ต้องน้อมรับคำติชมกันไป ผิดกับบางคนที่ไม่เคยเห็นหน้าแต่ชอบขู่ว่า “จะไม่ดูอีกต่อไปแล้ว ... เสียความรู้สึกมาก” เอิ่ม ... ถ้้ามันต้องสูญเสียมากขนาดนั้นแนะนำให้ปิดทีวีแล้วเปิดใหม่ไปดู “สามเณรปลูกปัญญา” รายการเขาน่ารักนะคุณ ดูแล้วจะได้เลิกเอาแต่ใจ เอาตัวเองเป็นใหญ่คนเดียว อยากทำอะไรทำไปเลย ไม่ต้องมาบอก!
เก้าอี้สีแดง 4 ตัว ถูกสั่งทำมาใหม่ตัวใหญ่กว่าปีที่แล้ว (ดี! ฉันจะได้ดูตัวเล็กเวลานั่ง) แสงสีก็ถูกจัดใหม่ไม่เหมือน 3 ปีที่ผ่านมา เวทีก็โค้งเข้าเพื่อให้ดูใกล้เข้าไปหาโค้ช ส่วนทีมงานนั้นทีมเดิม บางคนอ้วนขึ้น บางคนผอมลง บางคนเริ่มท้องในรายการ จบรายการไปคลอด โผล่มาอีกทีลูกเริ่มเดินเตาะแตะแล้ว ช่างหน้า-ช่างผมทีมเดิม พิธีกรคู่เดิม พี่กบ ทรงสิทธิ์ และน้องจอย รินลณี โค้ช 4 คน เปลี่ยนใหม่ 1 คน คือ สิงโต นำโชค นอกนั้น ... เกาะเก้าอี้แน่น! เมื่อเก้าอี้หันหลังให้กับเวทีและผู้เข้าแข่งขัน คนปรบมือในห้องนั้นพร้อม กล้องพร้อม ดนตรีพร้อม เสียง “พี่ติ่ว” ผู้ควบคุมคิวพูดว่า 5 - 4 - 3 - 2 ... โค้ชทั้ง 4 ก็เปิดหูและปิดตาเพื่อหาคนที่ใช่ วันแรกของรอบบลายด์ออดิชั่น พวกเราเริ่มถ่ายกันตอนเกือบทุ่ม วันแรกทีมงานไม่อยากให้หักโหมส่งคนเข้ามาให้ฟังเบาๆ แบบชิลๆ พวกเราก็เลือกแบบชิลๆ คือ เอาที่ชอบจริงๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ยังเหลืออีก 4 วัน ... หูชา! เรื่องสนุกนอกเหนือจากการต่างคนต่างเลือกหรือกด 4 แย่งผู้เข้าแข่งขันแล้ว เรื่องของเรื่องก็คือ .. เหตุการณ์ระหว่างนั้น ...
“ไอ้นักร้องคู่นั้นคงกลับไปทะเลาะกัน ... กูน่ามาคนเดียว ป่านนี้เข้ารอบไปแล้ว” โจอี้ บอย หันมาคุยกับพวกเราตอนเก้าอี้หันกลับมาที่เดิม (หันหลังให้เวที) เมื่อผู้เข้าแข่งขันที่มาเป็นคู่ร้องเพลงเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน คือ ต่างคนต่างร้องจนพวกเราขำ แต่ไม่กล้าหัวเราะกลัวน้องเสียใจ จะว่าไปแล้ว คนที่เข้ารอบกับตกรอบนี่เขาวัดกันที่ “ความพร้อม” เพราะคนที่เข้ามาในรอบบลายด์ออดิชั่น ฉันว่ามีความสามารถใกล้เคียงกัน บางคนตื่นเต้นจนร้องเพี้ยน ควบคุมเสียงไม่ได้ อันนี้ก็ต้องบอกว่ากายพร้อม แต่ใจไม่พร้อม มันก็เลยพากันเพี้ยน บางคนก็ใจพร้อม แต่กายไม่พร้อมเพราะเจ็บป่วยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ยังไงก็รวมเรียกว่า “ไม่พร้อม” อยู่ดี เอาเป็นว่าใครพร้อมกว่าเข้ารอบละกัน! ระหว่างรอความพร้อมของผู้เข้าแข่งขันคนต่อไป จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงประกาศอย่างสุภาพว่า ...“พี่ขออ้อนวอนทุกสิ่งบนโลกนี้ ... มึงใส่รองเท้าเหอะ!” ฉันชะโงกหน้าไปที่จุดเกิดเหตุ แค่ยื่นหน้ากลิ่นเท้าก็ลอยเข้ามาเสยปลายจมูก โดนลูกโทษเข้าอย่างจัง ... เอิ่ม ... น้องคะ ตีนเน่าหลุดจากข้อเท้ารึยังคะ กลิ่นเหมือนเน่ามา 3-4 วันแล้ว สาเหตุที่ทำให้ปรบมือไม่ได้คือมืออีกข้างไม่ว่าง... อุดจมูกอยู่!... เนื่องจากห้องแฟมิลี่รูมติดกับห้องแข่งขัน เมื่อผู้เข้าแข่งขันร้องจบจะได้เข้ารอบหรือไม่เข้ารอบก็ตาม จะต้องไปสัมภาษณ์ต่อที่ห้องแฟมิลี่ ซึ่งจะมีญาติเพื่อนฝูงที่มาให้กำลังใจอยู่ ระหว่างรอเขาห้ามใช้เสียง พวกเราเหล่าโค้ชก็จะจับคู่หรือจับกลุ่มเม้าท์กัน
2-3 เดือนที่ผ่านมาผมเครียดมากเลยพี่ คือ ผมคลื่นไส้ทุกวัน พอไปอ่านในเน็ต เขาบอกว่านี่คืออาการสุดท้ายของโรคมะเร็ง ผมไปตรวจร่างกายสแกนทุกส่วนอย่างละเอียด ระหว่างรอยังไม่รู้ผล มันทรมานมาก กูจะเป็นมะเร็งรึเปล่าวะ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ผลออกมาปรากฏว่ามาจาก 2 สาเหตุ เครียดลงกระเพาะกับออกกำลังกายมากเกินไป ... คนเรานะพี่ พอเข้าเลข 4 นี่่ ร่างกายมันเปลี่ยนไปหมดเลย เดี๋ยวนี้ผมไม่เล่นแล้วกีฬาหักโหม ผมปั่นจักรยานชิลๆ ยิงธนูในที่ร่ม...”
เสียงโจอี้ บอย พร่างพรู ฉันกับก้องจ้องหน้าฟังเขาคุยอย่างตั้งใจ (ก็มันมายืนคุยถึงที่ อยู่หน้าเก้าอี้ฉัน) จนอยากจะถามมันว่า “เฮียคะ ที่บ้านไม่มีคนคุยด้วยเหรอคะ?” แต่นี่คือปกตินิสัยของคุณโจ้ นางจะเล่าทุกอย่างที่นางรู้นางเห็นและได้พบเจอมา บางทีนางก็เปิดรูป เปิดคลิปให้ดู ฉันกับก้องตื่นตาตื่นใจเพราะเป็นคนไม่เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นการเปิดหูเปิดตาครั้งใหญ่ทุกครั้งที่เจอโจอี้ บอย ไม่มีเรื่องไหนในโลกที่นางไม่รู้ ... แม้แต่ป้ากอม เคเอฟซี ที่ทำเอาฉันหัวเราะจนตาไหล!
ระหว่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สีแดงในตำแหน่งที่ติดกับก้อง สหรัถ ซึ่งนั่งริมสุดตรงทางลงของผู้เข้าแข่งขัน คือ เดินลงจากเวที ต้องผ่านหน้าก้องไปทุกคน เป็นที่สังเกตอย่างเห็นได้ชัดว่า ... 8 ใน 10 คน ไม่ว่าจะเป็น หญิงหรือชาย เด็กหรือแก่ จะต้องแอบเหลือบตามองหน้าก้องอย่างน้อย 1 ครั้ง อย่างชื่นชมในความหล่อของนางที่ไม่ผ่านเข็มหรือมีดหมอ นางอัดวิตามินเป็นกอบเป็นกำ และออกกำลังกายขนาดนั้น ประกอบกับพื้นฐานใบหน้าหล่อเหลาแบบชายไทยที่มีชาติตระกูล ตาโต จมูกโต คิ้มเข้ม ผมดก โครงหน้าชัด ปากได้รูป และกว้างมากกก... ชาวบ้านร้านตลาดจึงหลงเสน่ห์นางกันทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ นักร้องที่นางกดเลือกให้มาเข้าทีม ...
“หืม... หนูชอบพี่ม้ากก ... เสียงชะนีน้อยนางหนึ่งเดินเข้ามากอด หอม และฟัดนางก่อนลงจากเวที ... เอ๊ะ! อีนี่! ได้คืบเอาศอกนะคุณน้อง! จะว่าไปใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น น้ำขึ้นให้รีบตัก ผู้ชายกวักให้รีบจก... นะคะคุณตำรวจ ... คุณก้องก็ต้องรับสภาพไป อยากหล่อทำไมล่ะคะ!
ช่วงที่สนุกที่สุดของโค้ชคือ ช่วงกด 4 แล้วแย่งกันขายของ ดูซิว่าใครจะได้เด็กไป พวกเราจะเห่าไม่หยุด บางทีก็หันมากัดกันบ้าง เหมือนฝูงสิงโตแย่งอาหารกันนั่นล่ะค่า แต่ก็มีบางวันที่หาตัวเด็ดๆ ให้กด 4 พร้อมกันไม่ได้ จนพวกเราบ่นกันเองว่า ... “หายากจังนะพี่ ไอ้ที่ “หัน 4” น่ะ” คุณโจอี้ บอย เริ่ม “พี่คิ้มก็หันไปเถอะ หัน 4 ดู จะเกิดอะไรขึ้นค่อยไปว่ากันอีกที” เสียงสิงโตสำทัับพร้อมสนับสนุน ฉันกับก้องมองหน้ากัน “จะบ้าเหรอ ... ไม่ชอบ ฉันก็ไม่กด หลับหูหลับตากดไป แล้วใครเสียคะคุณ เป็นโค้ชผู้หญิงตัวเดียวทำอะไรก็ต้องระวัง อยู่ๆ จะมาให้ฉัน “หัน 4” คิดอะไรอยู่ค้า?”
พอพูดจบก้องหัวเราะก๊าก โจอี้ บอย ทำหน้าเขินๆ ส่วนสิงโตยังไม่รู้สึกตัว ... จนฉันต้องย้ำว่า “หัน 4” อีกที!
โปรดติดตามตอนต่อไป
.......................................
(หมายเหตุ 'ก่อตัว (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



