บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'Inside Out'

เอกเขนกดูหนัง:'Inside Out'

20 ส.ค. 2558

'Inside Out' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
          ...แอนิเมชั่นจากพิกซ่าร์สตูดิโอ ยังคงสร้างความมหัศจรรย์ให้เราได้เสมอ...แม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แอนิเมชั่นของพิกซ่าร์จะทำให้ผมผิดหวังไม่น้อย โดยเฉพาะ Car 2 และไม่ค่อยจะหลงใหลได้ปลื้มสักเท่าไหร่กับการผจญภัยของเจ้าหญิงจอมแก่นใน Brave รวมถึงเรื่องราววุ่นๆ ในภาคต่อมาของเจ้าปีศาจขนฟูอย่าง Monster University จะว่าไปทั้งสามเรื่องหนังค่อนไปทางเอาใจเด็ก เน้นความสนุกสนานซะส่วนใหญ่ แม้จะมีเหตุการณ์สะเทือนอารมณ์อันว่าด้วยการประคับคองจิตใจให้เข้มแข็งจากความสูญเสียของตัวละครและมิตรภาพของผองเพื่อนก็ตาม แต่น้ำหนักและรายละเอียดอื่นๆ ที่รายล้อมในหนัง ก็น้อยจนไม่สามารถเบนความสนใจให้เราได้แค่สนุกๆ ไปกับหนังมากกว่าการได้ครุ่นคิดใคร่ครวญ ตระหนักถึงสาระแฝงเร้นอันสร้างความสว่างไสวในปัญญาและมุมคิด จนกระทั่งการมาถึงของ Inside Out
 
          สิ่งที่น่าทึ่งอันดับแรกของแอนิเมชั่นเรื่องนี้คือ การหยิบเอาความซับซ้อนของสมองโดยเฉพาะการสั่งการด้านภาวะอารมณ์ มาสร้างสรรค์เป็นตัวละครได้น่ารักน่าชังอย่างน่าอัศจรรย์ แถมทั้งผู้เป็นเรื่องราวได้อย่างสนุกสนานจนน่าทึ่ง (ว่าคิดได้ไง) ที่สำคัญหนังไม่ได้ผุดมาจากจินตนาการที่บรรเจิดกันออกมาอย่างสุดขั้ว หากแต่ผ่านการศึกษาค้นคว้ามาอย่างจริงจัง สืบค้นข้อมูลอย่างถ้วนถี่ละเอียดรอบคอบ ก่อนจะออกแบบทุกสิ่งอย่างในหนังออกมาได้อย่างวิจิตรบรรจง สร้างเลือดเนื้อให้กับตัวละครราวกับพวกเขาเป็นมนุษย์เดินดินคนหนึ่ง ซึ่งอันที่จริง แม่สาวน้อยความสุข (Joyful) น้องเนิร์ดแสนเศร้า (Sadness) คุณพี่ขี้โมโห (Anger) ไอ้หนุ่มขี้กลัว (Fear) และแม่สาวเจ้ารังเกียจ (Disgust) ตัวละครเจ้าเหล่าอารมณ์ทั้งหลายทั้งมวลในหนังก็คืออณูหรือเซลล์หนึ่งในชีวิตมนุษย์นี่แหละ เพียงแต่พวกมันเล็กมากและทำงานซับซ้อน จนเกินจะจินตนาการไปถึงว่า หากพวกมันกลายเป็นคนมีชีวิตจิตใจและมีความคิดอ่านขึ้นมาได้ จะเป็นอย่างไร
 
          มองเผินๆ พวกมันก็แค่ทำหน้าที่ตามเซลล์สัมผัสที่ได้รับ ผ่านสมองสั่งการ แต่ทว่าเจ้าอารมณ์เหล่านี้ดันมาอยู่ในภาวะที่เจ้าของร่างเป็น สาวน้อยที่เข้าสู่วัยพรีทีน (Pre-Teen) ในช่วงก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น ที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน มักจะสับสนในอารมณ์ ความคิดและการกระทำเสมอๆ
 
          ทีมเขียนบท (พีทดอคเตอร์-กำกับ, รอนนีเดลคาร์เมน-กำกับร่วม, เม็ก เลอโฟฟ, จอชคลูลีย์) สร้างสรรค์พล็อตได้ฉลาดมาก สำหรับการสร้างสถานการณ์ให้เหล่าเจ้าตัวอารมณ์ทั้ง 5 ผจญภัยในความคิดของสาวน้อยไรลีย์วัย 11 ปี ที่ตกอยู่ในสภาวะแวดล้อมแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งย้ายบ้าน เปลี่ยนโรงเรียน เริ่มต้นสานสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆ ความว้าวุ่นสับสน ผลักให้เธอเดินนอกลู่นอกทาง ก่อนที่ “จอย” สาวน้อยผู้ทำหน้าที่สร้างอารมณ์แจ่มใสและจิตใจดี จะออกผจญภัยในห้วงลึกของสมอง ความทรงจำ ความคิดคำนึง พร้อมกับเพื่อนใหม่อย่างจินตนาการในวัยเด็ก ฉุดดึงเอาสามัญสำนึกด้านดีงามของไรลีย์กลับมาให้ได้ พร้อมๆ กับต้องรักษาเกาะแห่งศรัทธาและความฝันที่ก่อร่างมาตั้งแต่เด็กไม่ให้ล้มครืนไปทีละเกาะ (หนังเก๋มาก ที่ออกแบบเกาะเหล่านี้ ภายใต้ชื่อ เกาะครอบครัว เกาะมิตรภาพ เกาะฮอกกี้ และเกาะตัวตลก-ความเก๋อีกอย่าง คือการให้สีกับเจ้าอารมณ์แต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็นสีแดงกับเจ้าความโกรธ สีเขียวสำหรับเจ้าตัวความรังเกียจ และสีม่วงสำหรับเจ้าตัวความกลัว)
 
          เป็นอีกครั้งที่หนังของพิกซ่าร์ บอกเล่าถึงความดีงามอันยิ่งใหญ่ที่สถิตในใจตัวละครของพวกเขา (โดยไม่ต้องมานั่งเทศนาสอนสั่งอย่างตรงไปตรงมา) ผู้กำกับ พีทดอคเตอร์ บรรจุหัวใจอันยิ่งใหญ่ใส่ให้กับเจ้าลูกเสือตัวน้อยใน “Up” สำหรับความมุ่งมั่นทำดี (มากกว่าแค่หวังเข็มกลัดติดอกเสื้อ) รวมทั้งรักแท้ที่มีอยู่จริงของคุณปู่จนทำให้เราหลงรักตัวละครทั้งคู่อย่างหักปักหัวปำ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่สาวน้อยร่างบางสีเหลืองทองเปล่งปลั่งนามว่า “จอย” ทำให้เรารู้คุณค่าของความมานะพยายามและการมองโลกในแง่ดี “บิงบอง” จินตนาการในวัยเด็กที่เข้าใจได้ถึงการถูกลืม กระทั่ง “ความเศร้า” สาวเนิร์ดแว่นโตตัวสีฟ้าก็ยังอดไม่ได้ที่จะร่วมวงทำเรื่องดีๆ ไปกับเธอจนวินาทีสุดท้าย
 
          Inside Out เป็นหนังที่เด็กๆ สามารถนั่งดูอย่างสนุกสนานได้ในวันนี้ และถ้าพวกเขาจะกลับมาดูในวันข้างหน้า ไม่เพียงความสนุกจะยังคงอยู่ หากแต่ความงดงามของแนวคิด ทัศนคติในชีวิต จะทำให้พวกเขาซึมซับเรื่องราวในหนังด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่าตอนนี้มันก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นกับพวกเขาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย
 
          รางวัลออสการ์สาขาหนังแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปีนี้ควรค่ากับ Inside Out อย่างไม่ต้องสงสัย
 
..........................................
(หมายเหตุ  'Inside Out' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)