
เล่นหูเล่นตา:'คนในกองฯ (5)'
17 ส.ค. 2558
'คนในกองฯ (5)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
การเป็นนักร้องถ้าวันไหนต้องตื่นเช้านั่นแปลว่า ... ฉันจะได้รับทรัพย์ก้อนโต โตพอที่จะทำให้ฉันตื่น (คุ้มค่ากับการตื่นเช้าที่ไม่ใช่ปกติวิสัยของฉัน) แต่สำหรับการเป็นนักแสดง (สมัครเล่น) การตื่นเช้าถือเป็นเรื่องปกติ ถึงกองตอน 7 โมงเช้า กินข้าวเช้าพร้อมกัน ไปแต่งหน้าทำผมและแต่งตัวพร้อมถ่ายฉากแรกตอน 8 โมงครึ่ง กว่าจะถึงเที่ยงก็ถ่ายเสร็จไป 5 - 6 ฉาก จาก 8 โมงเช้าไปถึง 4 ทุ่ม ต้องถ่ายทำให้ได้ 15 ฉากขึ้นไปถึงจะคุ้ม แต่ผู้จัดที่ละเมียด ประณีต บรรจงอย่าง “พี่นก ฉัตรชัย” บางวันก็ได้แค่ 10 ฉาก ฉากที่ใช้ตัวแสดงน้อยจะไม่ยากเท่ากับที่รวมตัวแสดงเป็นสิบๆ ตัวไว้ แล้วทำให้ทุกอย่างรวมกันพอดีเป็นที่พอใจของทั้งผู้กำกับและผู้จัด ... ฉันไปกองถ่าย “ชาติพยัคฆ์” มา 7 ครั้งแล้ว ยังเหลืออีกหลายคิวกว่าจะเสร็จ แต่แค่ 7 ครั้งก็เปลี่ยนที่ถ่ายทำไป 3 โลเกชั่นแล้ว แต่ละทีก็ไกลๆ แดดเปรี้ยงๆ มีอุปสรรคที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากที่เป็นอยู่ก็คือ ฝนฟ้า หมาเห่า เสียงรถ เสียงเรือ เสีียงผู้คนในละแวกนั้นๆ ... ถ่ายในโรงถ่ายที่เซ็ทฉากขึ้นใหม่นั้นดูจะง่ายกว่าการยกกองไปนอกสถานที่ๆ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์อันเกิดจากปกติวิสัยของแต่ละละแวกได้ ... การคลุกคลีตีโมงหรือทำงานร่วมกันนานๆ มันทำให้เกิดความสัมพันธ์และความผูกพัน สาระมันอยู่ตรงนี้แม้ฉันจะไม่ชอบเล่นละคร แต่ฉันก็ชอบบรรยากาศในการถ่ายละคร เหมือนในหนังกำลังภายในที่กล่าวว่า ... “ข้าไม่ชอบร่ำสุรา แต่ข้าชอบบรรยากาศในการร่ำสุรา” นั่นแหละ ยังไงฉันก็ชอบเป็นนักร้องมากกว่า (ถนัดกว่า) แต่ถ้าว่างก็อยากจะอยู่ในกองละครเป็นผู้สังเกตการณ์ มันเหมือนดูละครซ้อนละคร ชีวิตของคนในกองละครเหมือนละครที่ดำเนินไปพร้อมกับละครที่ถ่ายทำ มันน่าสนใจไม่แพ้กัน ต่างกันที่ละครจบ แต่ชีวิตของคนในกองก็ยังต้องดำเนินต่อไป เปลี่ยนเรื่องย้ายกองไป
“แต่งหน้า-ทำผม ในกองละคร เอาจริงๆ อยู่ไม่ได้หรอก ต้องไปวิ่งงานอีเว้นท์บ้างเหมือนกัน ที่ทำก็เพราะรัก ทำละครแล้วสนุก มีความสุข” พี่ปั้น ช่างแต่งหน้าที่แต่งให้ฉันในกองบอกความในใจขณะวาดคิ้วเส้นเล็กๆ บนหน้าป้านๆ ของฉัน นางปั้นทุกสิ่งที่ทำอย่างตั้งใจสมชื่อ “ปั้น” นางแต่งหญิงร่างบางมีเสียงและกิริยามารยาทงดงามกว่าผู้หญิงหลายคนที่ฉันเคยเจอ นางใจเย็นและใจดี ทุกคนที่ทำงานอยู่ดูกุลีกุจอและตั้งใจเหมือนมดงาน ช่างหน้า ช่างผม คนแต่งตัว (คอสตูม) แต่งในห้องแต่งตัวเสร็จก็ต้องวิ่งออกไปเช็คแสงและความเรียบร้อยก่อนถ่ายจริงที่หน้ากล้อง เดี๋ยวซับหน้า เติมปาก เอาหางหวีเกลี่ยผม ฉีดสเปรย์ พวกนางจะหิ้วกระเป๋าแต่งหน้า-ทำผม ที่มีทุกอย่างพร้อมแก้ไขและแต่งเติม พอผู้กำกับสั่ง “แอ๊คชั่น” พวกนางก็จะนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ใกล้ๆ ถ่ายแต่ละฉากเสร็จก็จะวิ่งมาดูในจอมอนิเตอร์เพื่อตรวจสอบหน้า-ผมว่าเป๊ะมั้ย? ตอนพักกอง พี่ปั้นก็จะเช็ดรองพื้นออกให้ฉันแล้วลงรองพื้นใหม่ เพื่อให้ได้พักหน้า นางไม่ขี้เกียจที่จะแต่งใหม่ ฉันว่าฉันโชคดีที่ได้ทำงานกับพี่ปั้น เพราะช่างหน้าก็ไม่ได้ขยันแบบนี้ทุกคน (เท่าที่ฉันเคยเจอ) ตอนถ่ายเสร็จจะดึกดื่นขนาดไหน พวกนางก็จะคอยล้างเครื่องสำอาง แกะกิ๊บ แกะวิกออก สางผม เก็บผมให้ มาอย่างไหนกลับไปอย่างนั้น ... หน้าสดมาก! จนฉันต้องคอยบอกตัวเองว่า ... อย่าเคยตัว! ตามปกติฉันทำเองทุกครั้งที่ร้องเพลงเสร็จ มีช่างหน้า-ช่างผมประจำตัวแต่ไม่ติดตัว แต่งเสร็จก็แยกกันไปวิ่งงานต่อ
การเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ฉันพยายามปรับตัว การถ่ายทำแต่ละฉาก ตัดสลับกันไปมาไม่ต่อเนื่องจึงต้องเปลี่ยนชุดไปเรื่อยๆ วิ่งเข้าวิ่งออก เสื้อชุดจีนสีแจ๊ดแจ๋แต่ละตัวของฉันเป็นผ้าหนาๆ ปิดคอ ปิดแขน คลุมเข่า ถ่ายในที่ร้อนๆ แต่ต้องคอยทำหน้าให้เหมือนกับว่าอุณหภูมิห้อง 12 องศา ทั้งที่จริงๆ 37 - 38 องศา แล้วค่าคุณ เปลี่ยนทั้งเสื้อทั้งกางเกงแล้วติดสายไมค์ซ่อนไว้ข้างใน ติดตัวอยู่ตลอดเวลา ช่วงที่เดินไปมาระหว่างห้องแต่งตัวกับสถานที่ถ่ายทำ จะมีน้องตุ๊ดเด็กเป็นเหมือนขันทีน้อย 2 - 3 คน ถือรองเท้าเดินตาม (ขณะที่ฉันลากแตะ) กางร่มและพัดวีขณะเดิน เอิ่ม ... รู้สึกเหมือนเป็นฮองเฮาขึ้นมาซะงั้น พวกนางเดินกรีดกรายชายตา ราวกับเป็นนางสนองพระโอษฐ์ในพระราชวังฤดูร้อน “อี้เหอหยวน” ของซูสีไทเฮายังไงยังงั้น ว่างๆ พวกนางก็สวมส้นสูง ใส่สร้อยเพชร ตุ้มหูอันใหญ่ระย้าเดินไปมาอยู่ในห้อง ทั้งตลกและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน พวกนางตั้งใจจะเป็นผู้หญิงมากกว่าที่พวกผู้หญิงเขาเป็นกันเสียอีก ... อย่าเพิ่งสงสัยว่าทำไมฉันถึงเขียนถึงแต่คนทำงานมากกว่านักแสดง คุณคะ ... นักแสดงผู้ชายที่มีอยู่เนี่ย วันๆ นางเอาแต่นอนค่า จะคุยด้วยก็แค่ตอนกินข้าวกลางวันโต๊ะเดียวกัน ตอนเข้าฉากจะคุยเล่นกันก็กลัวอาหมีจะดุเอา ใครจะไปเหมือนอีพี่น้องแฝดนรก ฝันดี-ฝันเด่นล่ะคะ ไม่ว่ามันจะพูดเล่นแค่ไหนตอนซ้อม พอถ่ายจริงพวกมันเป๊ะมาก แต่ที่เหลือตายค่ะ ... สมาธิแตกซ่านตั้งแต่ซ้อมแล้ว! นักแสดงชายทุกคน ขอย่ำว่า “ทุกคน” เป็นบังอรมากค่ะ เอาแต่นอนจริงๆ นอนรอเข้าฉากเป็นชั่วโมง บางคนกรนใส่เฉยเลย ถ้ายังไม่ง่วง บ้างก็จะฟังเพลง เล่นอูคูเลเล่ ดูหนัง อ่านหนังสือ คืออยากทำอะไรก็ทำไป ไม่มีใครสนใจใครนัก เพราะคิวแต่ละคนมันไม่พร้อมกัน เวลาว่างก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ... นอนสิคะคุณ! ตั้งแต่ฉันมากอง ฉันยังไม่เคยแอบงีบหรือนอนเลยสักครั้ง ฉันกลัวพี่นก ฉัตรชัย เรียกร่วมกตัญญูมาเก็บศพ กลัวคนแอบเอาสำลีมาอุดจมูก สภาพศพจะขึ้นอืดมาก การหลับในที่สาธารณะคนเยอะแยะสำหรับฉันแล้วจะน่ากลัวมากค่ะ!
พี่นก ฉัตรชัย ในความคิดของฉันตอนแรกที่เจอกัน เป็นคนไม่ค่อยพูด ขี้อาย ตอนในคอนเสิร์ต 45 ปี ที่พี่นกมาเป็นแขกรับเชิญ นับคำที่แกพูดกับฉันได้ แต่อยู่ที่กอง ถ้้าชวนแกคุย ก็คุยสนุก โดยเฉพาะเรื่องกิน แกรู้จักร้านอร่อยๆ เยอะ ขอบอกว่า “คนเปล่งพานิช” กินเผ็ดมาก น้ำพริกเผ็ดๆ แกงเผ็ดๆ กินหน้าตาเฉย ขณะที่ฉันเผ็ดจนน้ำตาไหล “น้องกัน” ลูกชายพี่นกก็กินเผ็ดไม่แพ้พ่อ ฉันเคยต้มยาจีนไปกินที่กอง กลิ่นยาจีนแรงมาก แต่พี่นกกินแบบเฉยๆ ครั้งต่อไปฉันเลยซื้อยาขมน้ำเต้าทองไปฝาก น้องกันกินไปอึกแรกทำหน้าเฝื่อนแล้วส่งต่อให้พ่อ พี่นกกินหลายอึก แล้วบอกฉันว่า ... “พี่กินได้” เคล็ดลับความหล่อคือ กินขม กินเผ็ดนี่เอง!
“ทำไมพี่ถึงชอบทำละคร มันเหนื่อยจะตาย ภาระรับผิดชอบก็เยอะ กินเวลาก็นาน” ฉันถามพี่นก แกตอบว่า “พี่ชอบ ... เราได้เป็นในสิ่งที่เราไม่มีวันเป็น ... เป็นตัวละครตัวนั้น ...” ฉันมองหน้าแกด้วยความทึ่งและชื่นชมในความรัก ความภักดี และความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ “นักแสดง” ที่แกเป็นมาจนถึงวันนี้ คนหลายคนอาจถอดใจไปกับ “ความนิยม” ที่ขึ้นลงไม่แน่นอน คนบางคนอาจยึดติดกับอดีตที่รุ่งเรืองและน้อยอกน้อยใจกับปัจจุบัน เมื่อความสามารถไม่ตอบแทนอย่างคุ้มค่าเหมือนที่เคยเป็น แต่สำหรับพี่นก การแสดงคือลมหายใจ ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นหรือลงอย่างไร ก็ยังรักที่จะแสดงต่อไป ... ยิ่งไปกว่านั้นการเป็นผู้จัดคือผู้ต่อลมหายใจให้กับทีมงานและนักแสดงที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ... และถ้านี่คือสาระของการไปกองถ่ายของฉัน มันคือความคุ้มค่าของการตื่นเช้าที่ประเมินค่าไม่ได้ ... การที่ได้ตื่นขึ้นมาดูการทำงานของคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ... คนทำละคร
..........................................
(หมายเหตุ 'คนในกองฯ (5)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



