บันเทิง

'ไทยเทียบชั้นแข่งกับสิงค์โปร์-ญี่ปุ่น !!'

'ไทยเทียบชั้นแข่งกับสิงค์โปร์-ญี่ปุ่น !!'

17 ส.ค. 2558

'ไทยเทียบชั้นแข่งกับสิงค์โปร์-ญี่ปุ่น !!' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล

 
 
          ขับเคลื่อนระบบขนส่งมวลชน-จังหวัดต้นแบบเมืองอารยสถาปัตย์
 
          หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบนโยบายอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) หรือหลักการออกแบบที่เป็นมิตรต่อคนทั้งมวลเพื่อมุ่งขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของรัฐได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังเป็นการเตรียมการรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดย มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม และทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ
 
          เริ่มจากการปรับปรุงและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาชน ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสภาพร่างกาย สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง เท่าเทียมกันให้ได้มากที่สุด เห็นได้จากโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี หรือรถโดยสารใช้ก๊าซธรรมชาติ จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,600 ล้านบาท รัฐบาลโดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กำหนดให้จัดซื้อเป็นแบบ “รถเมล์ชานต่ำ” หรือ Low Floor Bus ทั้ง 3,183 คัน จากเดิมที่รัฐบาลก่อนเคยสรุปให้เป็นรถเมล์ชานต่ำเฉพาะรถปรับอากาศ 1,524 คัน ส่วนรถเมล์ร้อน อีก 1,659 คัน เป็นแบบมีบันไดหนีน้ำท่วมเหมือนเดิม แต่จะติดลิฟต์สำหรับให้บริการผู้สูงอายุ หรือผู้พิการขึ้นลงแทน
 
          ในที่สุดมาถึงวันนี้ ประเทศไทยกำลังจะมีรถเมล์อารยสถาปัตย์แบบชานต่ำทั้งในแบบรถติดแอร์และไม่ติดแอร์ รวม 3,183 คัน มาวิ่งให้บริการทั่วกรุงเทพมหานคร  ซึ่งทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย จะสามารถใช้บริการได้ เข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย ได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน (Bus for All) รอแต่ว่า รถเมล์ชานต่ำ ลอตแรก 489 คัน จะมาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ล่าสุดคาดว่าในเดือนกันยายนนี้ จะเริ่มทดลองนำมาวิ่งให้บริการก่อนจำนวน 50 คัน คือ สาย 20 กับสาย 138 ผ่าน 90 ป้ายในกรุงเทพฯ
 
          ส่วนโครงการ “แท็กซี่ลอนดอนโมเดล” โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม มีนโยบายให้นำรูปแบบการให้บริการของรถแท็กซี่ในกรุงลอนดอนที่ทุกคน ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถเข็น หรือวีลแชร์ และนักท่องเที่ยวที่ต้องขนกระเป๋าเดินทาง สามารถใช้บริการได้สะดวกสบาย ปลอดภัย มาให้บริการในเมืองไทยบ้าง โดยเริ่มที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของไทย ล่าสุดหลังจากที่มีการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการนี้หลายครั้ง ได้ข้อสรุปว่า จะให้บริษัทต่อรถยนต์ในไทยรับไปออกแบบเพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในเมืองไทย คือ ต้องให้ผู้ที่ใช้รถเข็นสามารถเปิดประตูขึ้นลงรถได้จากทางด้านข้าง ไม่ใช่ด้านหลัง และจะต้องเข้าไปนั่งในห้องผู้โดยสารได้โดยที่ไม่ติดศีรษะ ที่สำคัญจะต้องมีความสะดวก ปลอดภัย และมีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ คาดว่าคนไทยคงจะได้ยลโฉม “เฟรนลี่แท็กซี่ไทยแลนด์” ได้ภายในปีนี้
 
          และอีกโครงการใหญ่ที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของไทยในฐานะเมืองคนยิ้ม เมืองแห่งมิตรไมตรี และเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก นั่นคือ โครงการ “ชุมชนต้นแบบอารยสถาปัตย์”  หรือ Friendly Design Community Model  ซึ่งเรื่องนี้ นายกฯ ประยุทธ์ เคยพูดออกรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2557 โดยมุ่งเน้นถึงนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้พิการ หรือผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตและการเดินทาง ซึ่งหมายรวมถึงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ตำรวจ-ทหารผ่านศึก เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ แม้กระทั่งผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงและกระโปรงสั้น จะต้องสามารถเดินทางออกจากบ้านไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยสะดวก ปลอดภัย มั่นใจ สามารถมีชีวิตอิสระ ไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเองเต็มตามศักยภาพ โดยที่ไม่ต้องตกเป็นภาระของคนรอบข้าง หรือเป็นภาระของสังคมอีกต่อไป
 
          “ผมได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ไปแล้ว ว่าทุกโครงการของรัฐจะต้องคำนึงถึง “การเข้าถึงบริการของรัฐ” อันเป็นสิทธิ์พื้นฐานและเครื่องหมายแสดงความเท่าเทียมทางสังคม ได้แก่ ใช้บริการระบบขนส่งมวลชน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ห้องน้ำสาธารณะซึ่งจะจัดให้มี “ทางลาด” (Ramp) ต้องไม่ลาดชันเกินไป ที่กลุ่มเป้าหมายสามารถเข็นรถเข็นขึ้นลงเองได้ และไม่อันตรายน่าหวาดเสียว ที่สำคัญคือ ทางลาดควรต้องทำให้เชื่อมโยงไปได้ทั่วทุกจุดของสถานที่ หากสถานที่ใดมีบันไดก็ต้องมีทางลาดควบคู่กันไป นอกจากนี้ทางลาดจะต้องมีขอบกันตก หรือราวจับ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับผู้สูงอายุ คนท้อง หรือผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรง อีกทั้งพื้นผิวทางลาดต้องไม่ลื่นและไม่แคบ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงนโยบายอารยสถาปัตย์ของรัฐบาลในรายการวันนั้น
 
          10 จังหวัดนำร่องในโครงการชุมชนต้นแบบอารยสถาปัตย์ที่ทุกคน ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย เข้าถึงได้ ใช้ประโยชน์ได้ สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม ได้แก่ ชลบุรี กาญจนบุรี พิษณุโลก ตาก น่าน ขอนแก่น นครพนม ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยชุมชนต้นแบบแห่งแรกที่รัฐบาลกำลังดำเนินการให้เป็นตัวอย่างก่อนและคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ คือ เกาะเกร็ด หรือเกาะเจดีย์เอียง จ.นนทบุรี
 
          คุณนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รมว.พัฒนาสังคมฯ กำชับและติดตามงานตลอดเวลาเพื่อให้ชุมชนต้นแบบอารยสถาปัตย์สำเร็จลุล่วง เพราะจะทำให้ทุกคนในสังคม โดยเฉพาะคนพิการจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน ให้เดินทางออกจากบ้านไปไหนมาไหนได้โดยอิสระ สะดวก ปลอดภัย สามารถใช้บริการต่างๆ ได้ เช่น สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ศาสนสถาน และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปในสังคม ซึ่งโครงการนี้จะเป็นตัวอย่างให้ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ นำไปปรับปรุงและพัฒนาให้ชุมชนของตนเองเป็นชุมชนที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของคนทุกคน
 
          ล่าสุด จ.ตาก กำลังเตรียมการเปิดตัวโครงการ “ตาก-เมืองอารยสถาปัตย์” หรือ “Tak-Friendly Design City” ในราวปลายเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ จ.ชุมพร และจ.ราชบุรี ที่กำลังดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาสถานที่ราชการและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้มีอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ทุกคน ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย สามารถเข้าถึงได้ สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย และเตรียมจะเปิดตัว ในฐานะเมืองอารยสถาปัตย์ (Friendly Design City) เช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัดที่กำลังมีความตื่นตัวกันอย่างคึกคักในขณะนี้
 
          ถึงเวลาที่ไทยจะแข่งขันกับสิงค์โปร์และญี่ปุ่นบ้างแล้วล่ะครับพี่น้อง
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ไทยเทียบชั้นแข่งกับสิงค์โปร์-ญี่ปุ่น !!' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)