บันเทิง

บนถนนสายมายาที่ใช้ใจลิขิตฝันก้าวสู่วันที่สวยงามของ‘แซมมี่’

บนถนนสายมายาที่ใช้ใจลิขิตฝันก้าวสู่วันที่สวยงามของ‘แซมมี่’

15 ส.ค. 2558

บนถนนสายมายาที่ใช้ใจลิขิตฝันก้าวสู่วันที่สวยงามของ ‘แซมมี่’ : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... ณัฏฐิรา หลอดแก้ว ภาพ... วริศรา วุฒิกุล

 
 
          ละครกำลังเข้มข้น สำหรับละครเรื่อง “เลื่อมสลับลาย” และหนึ่งในตัวละคร ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น “พาไล” ที่รับบทโดย แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่ทำให้หลายคนเชื่อกับการนำเสนอตัวละครตัวนี้ แต่กว่าที่สาวสวยคนนี้ จะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ เธอคนนี้มีเรื่องราวมากมาย วันนี้ “แซมมี่” จะมาจับเข่าคุยกันกับ “บันเทิง คมชัดลึก” ในทุกเรื่องราว
 
 
@@ ชีวิตจอแก้ว
000พูดถึงบทบาทล่าสุด กับบท “พาไล” ในมุมของ “แซมมี่” คิดอย่างไรกับบทนี้
          ในมุมของหนู พาไลเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่สู้ชีวิต แล้วน่าสงสาร แต่เขาเป็นคนค่อนข้างแข็งแรง กับตัวเอง เขาไม่มีครอบครัว ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองมาตลอด ในมุมที่เรารู้และสัมผัสเรื่องราวของเขา เรารู้สึกนับถือเขา บทของพาไลห่างไกลจากตัวหนูมากๆ แต่ก็มีส่วนที่ใกล้ คืออย่างพี่ชู(บุญชู พิทักษ์เลิศกุล) ผู้กำกับเรื่องนี้ เขาบอกว่าเขาอยากดึงความเป็นหนูเอามาใส่ในตัวพาไล ในส่วนที่สดใส แต่ในส่วนของมุมมืดของเขา หนูทำการบ้านด้วยการอ่านนิยายก่อน ส่วนกายภาพทางด้านนอก พี่ชูบอกว่าให้ไปดูหนังเรื่องนี้ เรื่องนั้นนะ ให้ไปดูการแสดงออกของเขา แต่ไม่ได้ให้เราไปก็อปปี้ ให้ดูเพื่อจะได้เห็นบุคลิกลักษณะว่าประมาณไหน เพราะว่าเราไม่สามารถสังเกตได้จากคนใกล้ตัวเรา หรือประสบการณ์ของเราได้ เพราะว่าเราไม่เคยเห็นหรือพบเจอชีวิตแบบพาไล บทนี้ค่อนข้างยาก แต่ต้องยกความดีให้พี่ชู ผู้กำกับ เพราะเขาทำงานมาดีมากในทุกตัวละคร พี่ชูเขาจะกลับไปเล่นเป็นตัวละครที่บ้าน แล้วก็จดไว้ แล้วมาถ่ายทอดต่อให้เรา คือเขาละเอียดมาก แต่ไม่ใช่ว่าเราทำตามแบบเขาทั้งหมด เพราะบางความเข้าใจของหนูกับของพี่ชู ก็ตีความไม่เหมือนกัน จะคุยกันเพื่อหาจุดที่ลงตัวที่สุด
 
 
000กับบท “พาไล” ท้าทายความสามารถขนาดไหน
          เรารู้สึกว่าบทนี้ท้าทายตรงเป็นละครชีวิต ที่เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ หมายถึงเราไม่เคยเจออะไร ที่ตัวละครนี้เจอมา มันทำให้เราไม่สามารถรู้ถึงความรู้สึกของเขาได้ ไม่สามารถพูดเต็มปากว่า เราเข้าใจเขา ถ้าพูดตรงๆ สิ่งที่พาไลเจอ ในมุมผู้หญิงคนหนึ่ง หนูไม่รู้ว่าถ้าเจอแบบนี้ จะรับได้ไหม มันค่อนข้างเข้าถึงยากเหมือนกัน โชคดีที่ได้พี่ชู ได้ทีมทุกคนช่วย ทำให้เราสามารถถ่ายทอดความเป็นพาไลออกมาได้
 
 
000เรื่องนี้ต้องมาปะทะกับ “รถเมล์” (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) ด้วย
          กับพี่เมล์รู้จักกันมาอยู่แล้ว ก็จากเรื่องคู่กิ๊กพริกกะเกลือ เรียกว่ายกมาทั้งคณะ (หัวเราะ) เอาจริงไหม ตอนที่ถ่ายเรื่องเลื่อมสลับลาย แทบไมได้คุยกับพี่เมล์เลย เวลาอยู่กอง เพราะต่างคนต่างโฟกัสบทของตัวเอง เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการปะทะกันแบบที่ใช้กำลังตบตี แต่ด้วยความที่บทเขียนมาให้เป็นการปะทะกันด้วยคำพูด มันก็สนุกไปอีกแบบ ซึ่งการปะทะกันแบบนี้ เหมือนจะไม่เหนื่อย แต่ใช้พลังเยอะ ไม่ต่างจากการใช้กำลัง ที่ตัวเราเหนื่อย แต่กับเรื่องนี้เหมือนต้องใช้กำลังภายใน ซึ่งมันเหนื่อยและสนุกไปอีกแบบ
 
 
000เป็นครั้งแรกที่ร่วมงานกับ “นิว”
          อย่างที่ทุกคนเห็นพี่นิวภายนอก นั่นแหละแบบที่ทุกคนคิด นิ่งๆ เรียบร้อยๆ น่ารักๆ แต่พอเจอ คือพี่นิวสกปรก เป็นคนขี้แกล้ง (หัวเราะ) เขาจะเป็นคนน่ารัก และขี้แกล้งในมาดความนิ่งของเขา อาทิ เขากินมะม่วงเขาก็อมเข้าไปทั้งอัน แล้วก็เอาออกมาไว้ที่จานเหมือนเดิม และคอยดูว่าใครมากิน ซึ่งใครมากินเขาก็ไม่บอกด้วยนะ ผู้กำกับก็โดนกินไป (หัวเราะ) พี่นิวเป็นคนขี้แกล้ง แต่ไม่ใช่คนพูดเยอะ เป็นคนกวนๆ อย่างเขาชอบแกล้งหนู ด้วยการว่าหนูเป็นเด็กขี้อิจฉา ขี้น้อยใจ เริ่มจากที่หนูซื้อกล้องมาใหม่ ไว้ถ่ายในกอง แล้วหนูก็บิวท์ให้พี่นิวซื้อ พี่ผู้ช่วยซื้อ ให้ผู้กำกับซื้อ ซึ่งกล้องทุกคนเปลี่ยนเลนส์ได้ ซูมได้ แต่หนูซื้อกล้องรุ่นที่เปลี่ยนไม่ได้ และเป็นเลนซ์ที่ซูมไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็พูดจนหนูมีปมเรื่องกล้องไปเลย ว่า ฉันซื้อรุ่นนี้มา ฉันผิดมากใช่ไหม แล้วพี่นิวก็จะพูดว่า หนูอิจฉา เพราะว่าทุกคนจะชอบเอากล้องพี่นิวไปถ่าย พี่นิวจะพูดจนหนูต้องผิดอะ หนูรู้สึกว่าหนูเป็นผู้โดนกระทำในเรื่องนี้ (ทำหน้างอน)
 
 
000เป็นนางเอกที่เล่นกับพระเอกไม่ซ้่ำหน้าเลย
          ทำให้เราต้องเรียนรู้การปรับตัว จากการที่เมื่อก่อน เราเป็นคนที่ไม่สุงสิงกับใคร แต่พอเราต้องมาเล่นคู่กับใคร หรือต้องเล่นเป็นเพื่อนสนิทกับใครสักคน เราก็ต้องปรับตัว แต่อย่างกองนี้คือผู้กำกับ ทีมงาน เราคุ้ยเคยอยู่แล้ว ทำให้เราสบายตัว สมมติถ้าทำงานแล้ว หนูรู้สึกไม่สบาย อึดอัด ทั้งๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แต่มันก็อาจจะกระทบกับเวลาเข้าฉาก อย่างเวลาที่หนูเปิดกองใหม่ หรือเล่นเรื่องใหม่ หนูจะทำตัวให้สบายและคลุกคลีกับคนอื่นๆ และบรรยากาศรอบๆ ก่อน
 
 
@@ โลกส่วนตัว
000“แซมมี่” อยู่วงการมากี่ปีแล้ว
          7-8 ปีแล้ว จะ 10 ปีแล้วอ่ะ ก็นานมากนะ และก็ผ่านไปไวมาก บางคนบอกว่าอยู่วงการแล้วชีวิตเปลี่ยนไป แต่สำหรับหนูก็ไม่เปลี่ยนนะ ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปจนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรืออะไรขนาดนั้น หนูยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม
 
 
000ตัวตนของ “แซมมี่” เป็นอย่างไร
          เหมือนผู้ชายผมยาว ห้าวๆ ลุยๆ และเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง เป็นคนแบบที่ไม่ได้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีมาก ไม่ใช่ว่าเราเย่อหยิ่งหรืออะไร เราไม่รู้ว่าเราจะคุยอะไร กับคนที่ไม่ได้สนิท ไม่ได้รู้จักกันขนาดนั้น ก็ยิ้ม สวัสดีปกติ แต่เอาจริงๆ เราไม่รู้ว่าพูดอะไร ชวนคุยยังไง เลยเป็นคนนิ่งๆ มากกว่า แต่ถ้าอยู่กับคนที่สนิทกัน จะเต็มที่ ในระยะแรก ที่มาทำงานในวงการ ก็มีผลกระทบนิดหนึ่ง เพราะด้วยความที่หนูเป็นคนตรงๆ คิดอะไรก็พูดแบบนั้น ตอนที่เข้ามา 15-16 ปี เราก็ไม่รู้ว่าต้องอะไรยังไง เพราะชีวิตก่อนหน้า เราก็อยู่บ้าน แล้วก็ไปโรงเรียน เราไม่รู้ว่าสังคมข้างนอกเป็นยังไง ส่วนตัวเราเป็นลูกคนเล็ก เอาแต่ใจ คิดอะไรก็พูดแบบนั้น มีอะไรก็พูดไปตรงๆ ไม่ได้เฟคหรืออะไร แรกๆ ที่เข้ามา คิดอะไรก็พูดตรงๆ แต่ไม่ได้เคยไปเหวี่ยง ไปทำร้ายใคร แต่ความที่เราเป็นคนตรงและแข็งเกินไป ซึ่งจะบอกว่าหนูเป็นกับทุกคน ในครอบครัวหนูก็เป็น มันก็มีนิดหนึ่ง ที่ทำให้คนข้างนอกที่เขาไม่รู้จักเรา เขาคิดว่าเราเป็นคนแข็ง ประสบการณ์และระยะเวลาการทำงาน การที่เราอยู่ตรงนี้ ก็ค่อยๆ สอนเราให้เราโตขึ้น
ความที่เป็นคนมีโลกส่วนตัว มีมุมของตัวเอง ตรงนี้มีผลกระทบกับการอยู่ในวงการบันเทิงแค่ไหน
 
          จะมีว่าผู้ใหญ่ทางช่องเตือนมา เพราะทางผู้ใหญ่ได้รับข่าวสารมาว่า เราไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่มีมารยาท อะไรประมาณนี้ พอผู้ใหญ่เตือนมา เราก็รับฟัง ถามว่านอยด์ไหม ไม่ถึงกับนอยด์ แต่เรามานั่งคิดว่าเราไปทำอะไรให้ใครหรือเปล่า เราก็มองตัวเอง ว่าเวลาที่เราเจอใคร ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก เราก็ไหว้นะ แต่หนูเสียตรงที่ จำชื่อคนไม่ค่อยได้ แต่จำหน้าได้ แต่มันกลับกลายเป็นว่า หาว่าเราหยิ่งบ้าง อะไรหลายๆ อย่าง อะไรที่ผู้ใหญ่เตือนมาเราก็ฟัง ไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อย
 
 
000สิ่งที่วงการนี้สอน “แซมมี่” คือเรื่องอะไร
          เรื่องความรับผิดชอบ เพราะตอนเด็กเวลาเราไปเรียน ความรับผิดชอบของเรามากที่สุด ก็แค่ทำการบ้านส่งอาจารย์ คือไม่ทำก็ได้ แต่พอเราเข้ามาตรงนี้ มันเป็นการทำงาน เราเจอคนที่กว้างขึ้น เจอผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่า เราละเลยไม่ได้ จะเหมือนตอนเด็กๆ ไม่ได้ หนูถือว่าหนูโชคดีที่เข้ามาตั้งแต่เด็ก ทำให้เราโตขึ้น และเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ได้ไวขึ้น
 
 
000เป็นคนเจอข่าวมาเยอะเหมือนกัน รู้สึกอย่างไรเวลาเจอข่าว
          จริงๆ ก็โดนมาหมดแล้วนะ ทั้งข่าวกิ๊กกับคนนั้นคนนี้ คือปกติ และก็มีข่าวมือที่สาม ข่าวท้อง ข่าวเด็กเสี่ย ผอมลงหาว่าปาร์ตี้เล่นยา ก็เกือบครบแล้วนะ แต่เชื่อไหมว่าไม่เคยเครียดเลย ไม่เคยเอากลับมาบ้าน มานอนคิด เพราะหนูมองว่ามันเป็นเรื่องตลกมากกว่า เพราะอย่างที่บอกว่าหนูไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อย จะมาคิดจุกจิก เพราะคิดแล้วเราเหนื่อยเอง อย่างคนที่คอมเม้นท์วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วเรามาคิดตามเขาทำไม เราแค่คิดว่าจุดยืนเราอยู่ตรงนี้ เราทำอะไร ไม่ทำอะไรแค่นี้จบ หนูคิดแค่นี้
 
 
@@ มุมรัก
000มุมมองความรักของ “แซมมี่” เป็นอย่างไร
          ความรักมันเป็นสิ่งที่ดีนะ และในชีวิตทุกคนต้องมี แต่บางทีความรักมันเป็นสิ่งที่เราจะไปเร่งให้มันมีวันนี้ พรุ่งนี้ มันเป็นไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า หนูก็ยังมองว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีในชีวิต
 
 
000ความรักที่ผ่านมามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการจะเปิดใจรับใครใหม่เข้ามาไหม
          ไม่มีนะ ความรักครั้งเก่าที่ผ่านไป ก็คือผ่านไป ไม่ได้มีผลกับการที่เราจะเปิดรับหรือปิดรับใคร แต่ตอนนี้่แค่ไม่มีใครเข้ามา ไม่ได้เกี่ยวว่า เพราะเข็ดกับรักครั้งเก่าเลย ถามว่าตอนนี้ไม่อยากมีใคร มันก็ไม่ใช่ว่าไม่อยาก แต่ว่าจังหวะมันอาจจะไม่ใช่ตอนนี้มากกว่า ด้วยจังหวะของงานด้วย หรือคนที่จะเข้ามาด้วย ว่าเขายังไม่ได้เข้ามาในช่วงชีวิตตอนนี้ เราก็ไม่ได้เสาะหา หรือรอ อาจเพราะไม่ได้โฟกัสมากกว่า ถามว่าตอนนี้ที่เข้ามาก็เป็นเพื่อนกันไป เพราะหนูก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง
 
 
000ถ้ามีคนรักจะเปิดไหม
          ถ้าเรามีสถานะที่ชัดเจน หนูเปิดแน่นอน ไม่ปิดอยู่แล้ว แต่ถ้าสถานะไม่ชัดเจน ยังเป็นเพื่อน หรือยังก้ำกึ่ง หรือเรายังไม่รู้เลยว่าจะยังไง เราก็ไม่รู้ว่าจะบอกหรือจะพูดทำไม เพราะมันยังไม่แน่นอน รอให้แน่นอนแล้วพูดมันดีกว่า คนจะมองว่ากลับไปกลับมา
ยินดีที่ได้รู้จักกับอีกมุมหนึ่งของ “แซมมี่” นะจ๊ะ
 
........................................
 
ชื่อจริง : ดลลชา เคาวเวลล์
ชื่อเล่น : แซมมี่
เกิด : 8 ตุลาคม พ.ศ. 2534
การศึกษา : ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาสื่อสารการตลาด
ผลงานที่ผ่านมา : สุภาพบุรุษซาตาน, พลิกฟ้าล่าตะวัน, ปอบผีฟ้า, นางกรี๊ด, ตะวันยอแสง, นางแบบโคกกระโดน, ไฟหวน, บอดี้การ์ดสาว, เพลงรักผาปืนแตก ฯลฯ
ผลงานปัจจุบัน : เลื่อมสลับลาย
 
..........................................
(หมายเหตุ บนถนนสายมายาที่ใช้ใจลิขิตฝันก้าวสู่วันที่สวยงามของ ‘แซมมี่’ : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง...  ณัฏฐิรา หลอดแก้ว  ภาพ...  วริศรา วุฒิกุล)