
มองนอกดูใน - หวานวันวาน ณ เสถียรธรรมสถาน
ในวันนั้น...ที่ตรงนี้...อยู่ใกล้กับเสถียรธรรมสถานเพียงชั่วข้ามคลอง ในวันนั้น...ที่ตรงนี้...เคยรกเรื้อไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์และหญ้าคาสูงท่วมหัว แต่ที่ตรงนี้...ในวันนี้...คือส่วนหนึ่งของเสถียรธรรมสถาน ที่เชื่อมกันด้วยสะพานเล็กๆ ที่ตรงนี้...ในวันนี้...
และในวันนี้...พวกเรามีที่ตรงนี้ได้...ก็ด้วยจิตที่คิดจะให้ของผู้คนมากมายที่ร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการเผยแผ่ธรรมะ ผ่านการสร้างอริยชนให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ โดย ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้เสด็จมาเป็นประธานในพิธี
และในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ เวลา 16.00-20.00 น. ณ ที่ตรงนี้ จะเกิดปรากฏการณ์แห่งการให้ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดย 95 เอฟเอ็ม ลูกทุ่งมหานคร แห่ง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จะพาผู้คนย้อนยุคไปกับเพลงสตริงยุคกลาง กับคอนเสิร์ต ‘หวานวันวาน’ เพื่อสาวิกาสิกขาลัย ของนักร้องที่เป็นที่ชื่นชอบมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
อันได้แก่..."อ้วน" วารุณี สุนทรีสวัสดิ์ "ตู้" ดิเรก อมาตยกุล (วงเพรสซิเด้นท์) กำธร ศรวิจิตร (วงพาวเวอร์แบนด์) นิตยา บุญสูงเนิน ชัยรัตน์ เทียบเทียม "อ๊อด" รณชัย ถมยาปริวัฒน์ (วงคีรีบูน) ภูสมิง หน่อสวรรค์ "ก้อย" พรพิมล ธรรมสาร จันทนีย์ อูนากูล "อ๊อด" โอภาส ทศพร (วงบรั่นดี) นรีกระจ่าง คันธมาส ประวิทย์ พงษ์ธนากร (ฟรีเบิร์ด) วิชัย ปุญญะยันต์ (วงพิงค์แพนเตอร์) และวงสิชล โดยทุกคนมาด้วยจิตที่คิดจะให้ ไม่มีค่าตัว รายได้ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมสร้าง สาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาของการเล่นคอนเสิร์ต นักร้องทุกท่านจะนำของรักของตนมาร่วมประมูลเพื่อมอบรายได้ทั้งหมดให้ ‘สาวิกาสิกขาลัย’ ด้วย
บรรยากาศภายในงาน นอกจากจะอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ‘บวร’ หรือ บ้าน วัด และโรงเรียนอย่างแท้จริง คือมีความสนุกสนานทางปัญญาเป็น บ้าน มี วัด คือการปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม อันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ และมีมหาวิชชาลัย คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย เป็น โรงเรียน แล้ว...
การมีโอกาสได้ฟังเพลง ‘ข้างนอก’ คือ เพลงซึ่งมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับชีวิต เทียบเคียงไปกับการฟังใจ ‘ข้างใน’ ซึ่งมีรายละเอียดของสภาวธรรม คือ ชอบ ชัง และ เฉย เกิดขึ้นไม่ต่างกัน จึงนับได้ว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เรียนรู้ชีวิตผ่านเสียงดนตรีไปพร้อมๆ กัน
เมื่อมีเสียงมากระทบหู แล้วเรารู้สึกชอบ พึงพอใจ ราคะ ก็ปรากฏ...รู้สึกชัง ปฏิฆะ ก็ปรากฏ...แต่ถ้าได้ยินเสียงแล้วเรารู้สึกเฉยๆ ไม่ชอบไม่ชัง อวิชชา ก็ปรากฏ เพราะฉะนั้น จังหวะของเสียงที่มากระทบหู ไม่จะเป็นจังหวะอะไรก็ตาม เป็นเสียงที่ไพเราะหรือไม่ไพเราะก็ตาม จังหวะดนตรีของจิตใจมันก็มีอยู่ไม่ต่างกัน คือ ชอบ ชัง และเฉย เท่านั้น ดังนั้น การทำงานที่รู้ทันชอบ ชัง เฉย ไม่เพลินใน ราคะ ปฏิคะ หรืออวิชชา และเห็นว่าจังหวะการเต้นของหัวใจ ที่มีชอบ ชัง และเฉย เป็นเพียงจังหวะเกิดดับที่ฉับพลันเท่านั้น ก็จะทำให้เราทรงจิตไว้ได้ด้วยความเป็นปกติ และเมื่อนั้น เราก็จะสามารถเข้าถึงความสงบเย็นและเป็นสุขได้
บ่ายวันอาทิตย์นี้ ข้าพเจ้าจึงขอเชิญให้ชวนคนทุกวัยในครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันที่เสถียรธรรมสถาน เพื่อมาทำกุศล ร่วมระดมบุญ และระดมทุน ซึ่งก็คือการคือระดมคน มาเพื่อร่วมเรียนรู้การเป็นอริยชน ผ่าน ธรรมะ ดนตรี และ ชีวิต ด้วยการชมคอนเสิร์ต ‘หวานวันวาน’ เพื่อสาวิกาสิกขาลัย ร่วมกัน
สนใจสนับสนุนบัตรชมคอนเสิร์ต ‘หวานวันวาน’ เพื่อสาวิกาสิกขาลัย ติดต่อได้ที่ เสถียรธรรมสถาน และอาคารปฏิบัติการ บมจ. อสมท ถนนพระราม 9
"ธรรมสวัสดี"



