
หนังโรงเล็ก : หนังชู้รักกับเฟมินิสต์
13 ส.ค. 2558
หนังโรงเล็ก : หนังชู้รักกับเฟมินิสต์ : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร
ลูซี เทย์เลอร์ นักเขียนสาวในหนังสือกลุ่ม chic lit เคยบอกเอาไว้ว่า การนอกใจในความรู้สึกของเธอนั้น เหมือนฝนฟ้าที่ชอบตกนอกพื้นที่ โดยมี “เสน่ห์ทางเพศ” เป็นลมที่พัดพาไป เราพอจะอนุมานได้มั้ยว่า คนที่ชอบมีพฤติกรรม affair นั้น คงไม่ต่างอะไรไปจาก “นักพยากรณ์อากาศ” ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แม้แต่คำทำนายของตัวเอง
เจย์ (มาร์ค ไรแลนซ์) ในหนัง Intimacy ก็คงจะเหมือนฝนที่ชอบตกนอกพื้นที่ โดยมี แคลร์ (เคอร์ลี ฟอกซ์) เป็นลมที่ขับเคลื่อนฝนฟ้าอย่างเขา ปกติเรามักพบว่า ตัวละครในหนังชู้ๆ ทั้งหลายนั้น มักจะมีครอบครัวเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่สำหรับเรื่องนี้ ทั้งสองคนต่างมีและเคยมีครอบครัวแล้ว เจย์ นั้นเป็นพ่อม่ายลูกสอง ที่เมียเก่าทิ้งไป ส่วนแคลร์ เหมือนอากาศในวันปกติ ทั้งสองคนตกลงอย่างง่ายๆ ว่า จะมีเพศสัมพันธ์กันทุกวันพุธในทุกสัปดาห์ มีแล้วไม่ต้องถามอะไร ไม่ต้องรู้ที่มา ชื่อนามสกุล หรืออะไรทั้งสิ้น
แคลร์ สอบผ่านสนิทกับกฎข้อนี้ แต่สำหรับ เจย์ หลังจากมีพฤติกรรมชู้กันไประยะหนึ่ง เขาเกิดความรู้สึกอยากจะครอบครองและวิธีการที่จะได้คู่ขามาถาวรนั้น ก็คือการติดตามเธอไปในที่ที่เธอจากมา สถานที่ทั้งสองคนทำพิธีกรรมทางกามารมณ์ก็คือ ห้องพักของเจย์ ซึ่งเป็นห้องแคบๆ ออกจะสกปรกและรกรุงรังด้วยความไม่มีระเบียบด้วย แต่นั่นแหละ ในทางหนึ่งฝ่ายแคลร์อาจจะพอใจที่จะได้หาความสุขแบบเถื่อนๆ
ตามหลักจิตใต้สำนึกของผู้หญิงบางคน ในหนังหลายเรื่องนั้น การมีชู้ของตัวละครมักไม่เคยพบทางออกที่สุขสมหรือไปได้ดีกับชีวิต เจย์ เองก็คงไม่ได้แตกต่างอะไรไปจาก "ผู้ร่วมทาง“ หรือ ”คนที่มาก่อน"
คือเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง ก็พบกับการจบสิ้น ผมคิดว่าการมีชู้เป็นความสนุกของทั้งสองฝ่ายเมื่อเริ่มต้น แต่ตอนจบหรือถึงเวลาต้องจากกัน ล้วนมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บปวด (ซึ่งมักเป็นฝ่ายหญิง แต่ไม่แน่เสมอไป) ดีหน่อยก็ถอนตัว (อย่างปวดร้าว)
อันที่จริง หนังอย่าง Intimacy นั้นมีอะไรให้มองและเชื่อมโยงกันได้หลายอย่าง ตั้งแต่อาชีพของเจย์ ที่เป็นบาร์เทนเดอร์ ซึ่งมีลักษณะที่ไปด้วยกันได้กับอาชีพการเป็นนักแสดงละครเวทีของแคลร์ (ในแง่ของแฟนตาซี) อย่าลืมว่า ถึงจะเป็นหญิงสาวที่ดูเรียบร้อยที่สุด น่ารักที่สุด และเหมือนไร้อารมณ์ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย แต่ไม่ได้หมายความว่า เธอไม่ได้ต้องการเซ็กส์แฟนตาซี ทันทีที่ เจย์ เริ่มรู้สึกอยากครอบครอง เขาสะกดรอยตามเธอหลังจากเสร็จธุระบนที่นอน โลกของเจย์นั้น ถูกค้นพบอยู่แล้วทุกวันพุธ แต่โลกของแคลร์ เขาเพิ่งจะค้นพบในวันนั้น และไม่ใช่แค่ได้รับรู้ว่าเธอเป็นใคร (เป็นนักแสดงของละครเวที เป็นเมียของผู้ชายคนหนึ่ง หรือเป็นแม่ของลูก) แต่ เจย์ ยังได้รับรู้ถึงส่วนที่ครบพร้อมของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาบกพร่องไป
ผมคิดเอาเองว่า ส่วนหนึ่งที่แคลร์ต้องการก็คือ ความตื่นเต้นในเรื่องเพศ หรือประเมินอย่างหยาบๆ ก็คือ สิ่งที่หาได้ใน เจย์ และไม่มีในสามี เพราะสามีของเธอดูจืดชืด อ้วนฉุ และไร้สีสัน แม้จะเป็นคนดีซึ่งอย่าลืมว่า “ความดี” นั้นให้ “ความสุขทางเพศ” ไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอรักเขา คนที่รักยังคงเป็นสามี อย่างหลังนี้เป็นเรื่องงดงามเล็กๆ ในหนังชู้ๆ ทั้งหลาย ทำนองถึงนอกใจผัว ก็ยังรักสามี การนอกใจจึงมีความหมายแค่ “ไปต่างประเทศ” สามีของแคลร์ อาจไม่มีความตื่นเต้นทางเพศอย่างที่เธอต้องการ เช่น เมกเลิฟในห้องลองเสื้อ, ห้องน้ำในโรงหนัง หรือสุขาบนเครื่องบิน เป็นต้น) เป็นเช่นนี้แล้ว เซ็กส์ที่ฉูดฉาด ดิบเถื่อนของเจย์ อาจเป็นกามารมณ์แฟนตาซีที่แคลร์ ถวิลหาก็ได้ ขณะที่ทางฝ่ายเจย์ เซ็กส์ของเขามีนัยถึงการครอบครอง กระทั่งก้าวข้ามไปถึงนัยลบปมร้าวในเมียเก่า แต่การครอบครองของเขาไม่สมหวัง เพราะพอเขาออกจากห้องหับของตัวเอง และก้าวเท้าเข้าไปในโรงละครของแคลร์
ตัวหนังอาจจะดูเงียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวามาก แต่เพราะสำหรับคนที่ชอบดูแล้ว ปลื้มในส่วนของความดิบเถื่อนซึ่งมีอยู่มากในหนัง ลองติดตามดูถ้าสนใจนะ



