
พันธุ์เล-๑๐๐๐ โล..พรรลำ บุปผาเพลงบทใหม่ มาลีฮวนน่า
หลังห่างหายจากการมีคอนเสิร์ตไปนานถึง 9 ปีเต็ม พร้อมหยุดพักการทำดนตรีมาตั้งแต่ปี 2549 สำหรับ "ไข่" คฑาวุธ ทองไทย ที่ยังคงต่อยอดดนตรีสำเนียงใต้ในนามวง มาลีฮวนน่า กับบรรดาคนดนตรีที่เคยทำงานร่วมกันมาในห้องบันทึกเสียงตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกๆ อาทิ อี๊ต ฟุตบาธ เจ้า
พันธุ์เล-๑๐๐๐ โล...พรรลำ คอนเสิร์ตเรื่องราวเส้นทางดนตรีอีกบริบทหนึ่งของ บุปผาแห่งเพลง ดอกนี้ที่ตกผลึกอีกครั้ง และพร้อมจะให้มวลมิตรของเขาได้ร่วมรับฟังบทเพลงเด่นๆ ตั้งแต่ยุคสมัยแรกของเขากับเพื่อนมาลีฮวนน่าจนถึงยุคผลัดใบ
“เพลงที่เราเลือกมาในคอนเสิร์ตเที่ยวนี้จะยังคงเล่นในแบบของมาลีฮวนน่าคือแนวโฟล์ก คือ 70% ยังเป็นแบบเดิมอยู่ เล่นแบบดนตรีเกลี้ยงๆ คนที่ฟังเราเขาฟังสำนวนเพลงมากกว่า คอนเสิร์ตแต่ก่อนเราคิดเยอะแต่ในทางปฏิบัติมันไม่ได้เต็มที่ ครั้งนี้มันเป็นอะไรที่ง่ายๆ กีตาร์ง่ายสุดไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อนเล่นให้มันใช่ มีแสงไฟที่ธรรมดาไม่ต้องมีสีเยอะให้มีเงาเยอะมากเหมือนเป็นคอนเสิร์ตแสงและเงา”
“ไข่” คฑาวุธ บอกถึงแนวคอนเสิร์ตหนล่าสุดของเขา ซึ่งในรายละเอียดที่ถูกแจกแจงให้แก่สื่อว่าจะมีการเรียงร้อยแนวดนตรีใหม่ ทำให้หลายคนคิดว่ามาลีฮวนน่าภายใต้การถือธงนำของเขาจะเปลี่ยนแนวดนตรีไปจากเดิม ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า
“ยังยืนยันในบางเพลงที่เป็นมาลีฮวนน่า หมายความว่าสำนวนเพลงมันใช่อย่างนั้น การเล่นดนตรีไม่กี่ชิ้นองค์ประกอบทุกอย่างเล่นตามเนื้อหาของเพลง ครั้งนี้สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับคนฟังคือ เราเหมือนคนคร่อมยุคเมื่อก่อนเราอยู่กับธรรมชาติ แต่พอมีคนมากขึ้นอุปกรณ์มากขึ้น เราไม่ได้อยู่ในยุคไหน เราอยู่ระหว่างยุคเดิมกับที่เปลี่ยนแปลง ผมจะถามว่าเราจะเลือกอยู่ในยุคไหน คำที่อยากจะฝากคือ "เอิน” คำนี้แปลว่าอย่าหลงตัวเอง อย่าโลภ”
อีกความในใจที่ "ไข่" คฑาวุธ บอกกับเราคือสิ่งที่เขามองเห็นมาตั้งแต่ยุคที่เขาและเพื่อนมาลีฮวนน่าเดินทางจากปักษ์ใต้มาทำเพลงในกรุง ซึ่งเขาบอกว่ามันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
“พบเจอมาทุกวันนี้ ตั้งแต่สมัยที่ออกเดินกับเพื่อนทุกข์ สุข เราแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน แต่สุดท้ายไม่เหลืออะไรกันเลย ทำไมหวัดระบาดมากแบบนี้ นักการเมืองทำไมเป็นแบบนี้ บ้านเมืองทำไมเป็นแบบนี้ คอนเสิร์ตครั้งนี้จะบอกเลยไปเลือกเอาว่าจะดีหรือจะไม่ดี ภาพบวกหรือลบ แต่เราไม่อาจบอกได้ว่าให้เลือกด้านไหนคุณต้องเลือกเอง”
เมื่อถามถึงความรู้สึกถึงการแสดงคอนเสิร์ตหนนี้ จะแตกต่างจากหนก่อนๆ ที่มีเพื่อนสมาชิกเดิมๆ ร่วมเล่นด้วยไหม เจ้าตัว ยิ้มก่อนบอกว่า
“น่ากลัวไหมที่คนคนหนึ่งเห็นผีตลอดเวลา แล้วน่ากลัวไหมที่คนคนหนึ่งร้องเพลงโดยอาศัยจินตนาการภาพและภาพนั้นเป็นภาพเก่าที่หลอนตัวเองมาตลอดเวลา เหมือนไม้เรียวที่โบยตีใจตัวเอง เจ็บไหม เหนื่อยไหม เหมือนตกนรกทั้งเป็น เราออกจากบ้านมา เราก็เห็นความไม่ดี ไม่เท่าเทียมกันมากมายแล้วมันแย่นะ”
ถามถึงแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ว่าจะมากมายแค่ไหน และจะมีอดีตสมาชิกมาลีฮวนน่ามาเป็นแขกพิเศษไหม "ไข่" คฑาวุธ บอกว่าหลายคนมากที่เกี่ยวข้องกับเขาและมาลีฮวนน่าที่จะมาร่วมบอกอะไรในใจครั้งนี้
“แขกรับเชิญทุกคนล้วนเป็นคนใกล้ชิดเคยร่วมงานกันรักกัน อย่าง อารักษ์ อาภากาศ พี่ซัน มาโนช พุฒตาล สุนทรี เวชานนท์ อี๊ต ฟุตบาธ อีกหลายคน ส่วนเพื่อนๆ ที่ทำมาลีฮวนน่ามาด้วยกัน วันข้างหน้าเมื่อปัญหาทุกอย่างมันลงตัวน่าจะเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ที่แท้จริง”
คุยกันมาถึงคอนเสิร์ตก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงเรื่องราวของงานเพลงในอนาคตว่าจะออกมาเมื่อไหร่ ท่ามกลางบทบาทของเพลงเพื่อชีวิตที่เริ่มห่างหายไปจากคนฟัง เจ้าตัวยังคงอุบแนวคิด แต่ก็ไม่วายที่จะแย้มข้อมูลบอกตามประสาคนคุ้นเคยกัน
“เพลงชุดใหม่เราคงไม่มีปัญญาไปทำอะไรได้มากในยุคนี้ เพียงแต่ว่าเมื่อไหร่ที่เราอยากจะระเบิดปัญญาความคิดออกมา ค่อยทำออกมา ครั้งแรกที่เราทำเพลงคืออยากให้คนฟังเรา เรามีหน้าที่ทำก็ทำไป มันยังมีบางอย่างที่ติดค้างอยู่ที่ผมจะทำออกมาคอยฟังแล้วกัน ส่วนคนจะรับเหมือนเดิมหรือไม่ ผมไม่กังวลตรงนั้น ที่กลัวที่สุดการที่คนทำงานศิลปะเขาหมดศรัทธาในตัวเอง”
วันนี้ มาลีฮวนน่า พร้อมแล้วสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบ 9 ปี กับคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า มาลีฮวนน่า อะคูสติก พันธุ์เล-๑๐๐๐โล..พรรลำ ที่จะมีขึ้นที่ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยนำบทเพลงจากทุกอัลบั้มของพวกเขามาขับกล่อมร้องบรรเลงด้วยสไตล์อะคูสติก ให้มวลมิตรดอกไม้ดนตรีเข้าถึงรส ถึงอารมณ์ในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2552 เวลา 18.00 น.



