บันเทิง

'กรรมวิธีสีเทาของสตูนดิโอ'

'กรรมวิธีสีเทาของสตูนดิโอ'

06 ส.ค. 2558

'กรรมวิธีสีเทาของสตูนดิโอ' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ

 
 
          "Stoondio" เป็นชื่อของศิลปินเพลงรายหนึ่ง ที่โด่งดังขนาดที่มีคนกดไลค์เพจเฟซบุ๊กถึงเจ็ดหมื่นกว่าคน และเวลาที่มีการโพสต์อะไรในเพจก็มักจะมีคนกดไลค์ในหลักพันทุกทีไป
 
          แต่เราอาจเรียกสตูนดิโอว่าเป็นวงดนตรีได้ไม่เต็มปาก แต่ครั้นจะเรียกว่าเป็นศิลปินเดี่ยว ก็อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว
 
          สตูนดิโอมีคนที่เป็นกำลังหลักคือ ตูน-โชติกา คำวงศ์ปิน กราฟฟิกดีไซเนอร์สาวที่เป็นทั้งนักร้อง แต่งเพลง และเรียบเรียงดนตรี แต่ตูนยังมีหญิงสาวอีกคนที่ชื่อ จอย-ธัญรดี จันทรวิวัฒน์ ที่ช่วยเขียนบทความประกอบบทเพลงของสตูนดิโอไว้ในปกอัลบั้ม และดูเหมือนว่าจอยจะเป็นคนช่วยคิดอะไรหลายๆ อย่างที่เกี่ยวกับสตูนดิโออีกด้วย นี่ยังไม่นับเพื่อนๆ อีกหลายคนที่มาช่วยเล่นดนตรีให้เวลามีการแสดงสด
 
          สตูนดิโอเป็นศิลปินที่มีความน่าสนใจหลายอย่างครับ แต่ก่อนอื่น ผมอยากกล่าวถึงบทเพลงเป็นอย่างแรก
 
          เพลงของสตูนดิโอนั้นมาในทางหม่น จังหวะกลางๆ เสียงร้องของตูนดูล่องลอยแต่ก็มีอารมณ์ที่จริงใจ เนื้อเพลงของตูนเล่นกับถ้อยคำที่น่าสนใจหลายคำที่เราหลงลืมไป มีเพลงที่เท่ๆ ซึ่งเกิดจากถ้อยคำอย่าง ก้าวก่าย, วาจา, สำคัญ, เสียดาย และ ภาพจำ แต่ก็มีเพลงที่ใช้วลีเรียบง่ายมาแต่งเป็นเพลงได้อย่างเปี่ยมอารมณ์ อย่างเช่นเพลงที่ชื่อว่า ยินดีที่ได้พบเธอ, แค่เธออยู่ตรงนี้ หรือ ผ่านมา ผ่านไป
 
          ทุกเพลงที่กล่าวมา ให้อารมณ์เนิบๆ ล่องลอย ฟังแล้วเหมือนถูกสะกดอยู่ในห้วงอารมณ์สีเทาอ่อนๆ บางเพลงอาจจะทำให้เรายิ้มออกมาได้จางๆ บางเพลงอาจจะทำให้เรารู้สึกเศร้าขึ้นมานิดหน่อย แต่ไม่มีเพลงไหนที่มีอาการฟูมฟาย และไม่มีเพลงไหนที่ร่าเริงเบิกบาน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเนื้อเพลงของสตูนดิโอจะไม่เล่าอะไรตรงๆ แต่จะเว้นช่องว่างบางอย่างให้คนฟังได้ตีความ หากใครเศร้าอยู่ก็อาจรู้สึกว่ามันเป็นเพลงเศร้า หากใครที่อารมณ์ดี ก็อาจจะมองเห็นความหวังบางอย่างที่แอบสะท้อนแสงวิบวับอยู่ในบทเพลงก็เป็นได้
 
          ศิลปินไทยที่ทำเพลงได้ชัดเจนในอารมณ์แบบนี้ มีไม่กี่คนหรอกครับ
 
          อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้สตูนดิโอกลายเป็นที่กล่าวขวัญในหมู่คนดนตรีรุ่นใหม่และแวดวงดนตรีนอกกระแส ก็คือวิธีการสื่อสารกับแฟนเพลง
 
          สตูนดิโอแจ้งเกิดจากการส่งเพลงชื่อ Untitled 001 เข้าคลื่นวิทยุ แฟต เรดิโอ ในปี 2555 (ในตอนนั้นคลื่นนี้ยังไม่ปิดตัว) เพลงนี้กลายเป็นเพลงดังและส่งผลให้เกิดความมั่นใจในการทำอัลบั้มเต็ม พอสตูนดิโอเปิดเพจเฟซบุ๊กเพื่อสื่อสารกับแฟนๆ เรื่องราวในเพจกลับไม่ได้มีแต่เรื่องเพลงเท่านั้น แต่ยังมีการถ่ายรูปสวยๆ ประกอบกับถ้อยคำสั้นๆ ที่สะเทือนอารมณ์เบาๆ หรือไม่ก็ชวนให้ผู้อ่านได้ฉุกคิด ซึ่งสตูนดิโอทำได้ดีขนาดที่ภาพและคำเหล่านี้ทำให้เพจกลายเป็นเพจดัง ที่สามารถใช้โปรโมทเพลงใหม่ๆ ของสตูนดิโอได้เป็นระยะๆ แถมพอปล่อยข่าวเกี่ยวกับเพลงหรืออัลบั้มก็เลยมีแฟนๆ ที่ติดตามกันอยู่รู้ข่าวค่อนข้างเยอะ
 
          เรื่องอัลบั้มของสตูนดิโอก็น่าสนใจครับ สตูนดิโอออกอัลบั้มมาแล้ว 2 ชุดคือ Lost Unfound (2555) และ Plural (2558) ซึ่งไม่นับเรื่องตัวเพลงที่มีเอกลักษณ์อย่างยิ่งแล้ว ปกอัลบั้มของสตูนดิโอยังดีไซน์ได้สวยงามน่าเก็บสะสม ยิ่งอัลบั้มชุดที่สองนั้นมีการทำเวอร์ชันพิเศษเป็นกล่องไม้ด้วย ซีดีของสตูนดิโอผลิตในจำนวนไม่มาก เป็นผลให้เมื่อขายหมดแล้วก็เลยกลายเป็นของหายาก มีแฟนๆ คอยถามถึงกันอยู่ไม่น้อย อัลบั้มของสตูนดิโอเลยกลายเป็นของมีค่าไปเสียอีก อย่างอัลบั้มแรกนั้นมีการทิ้งช่วงอยู่พักใหญ่กว่าจะมีการผลิตเพิ่ม ซึ่งปกที่ผลิตใหม่ก็ไม่เหมือนกับครั้งที่ผลิตครั้งแรกด้วย
 
          ปัจจุบัน ในยุคที่บางคนบอกว่าตลาดดนตรีแทบไม่สร้างรายได้อะไรมากมาย แต่ตลาดดนตรีก็เริ่มขยายกว้างกลายเป็นเรื่องของคนฟังทั้งโลก ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง อัลบั้มของสตูนดิโอก็สามารถสื่อสารอารมณ์แบบหม่นๆ จนไปโดนใจชาวต่างชาติ และสามารถไปวางขายที่ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว ล่าสุดสตูนดิโอยังได้มีโอกาสไปแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย
 
          บทสรุปของเรื่องนี้คือ ถ้ายังไม่รู้จักกับสตูนดิโอ ผมก็อยากให้ลองทำความรู้จักกับศิลปินรุ่นใหม่ที่มีกรรมวิธีในการทำงานไม่เหมือนใครรายนี้ดูบ้าง จะลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการค้นหาในยูทูบจากคำว่า Stoondio ก็ได้ครับ ไม่ว่ารู้จักแล้วจะชอบหรือไม่ชอบอย่างไร นี่ก็คือคนทำเพลงรุ่นใหม่รายหนึ่งที่สามารถหาทางเดินของตัวเองได้เจอในวันที่ใครๆ กำลังบ่นว่าทางเดินในวงการดนตรีนั้นช่างหดแคบเหลือเกิน
 
..........................................
(หมายเหตุ 'กรรมวิธีสีเทาของสตูนดิโอ' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ)