บันเทิง

'mission: impossible - rogue nation'

'mission: impossible - rogue nation'

06 ส.ค. 2558

mission: impossible - rogue nation : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์โอฆะพนม

 
 
           นี่คือหนังชุดที่มีพัฒนาการน่าติดตามเป็นอย่างมาก (แม้ภาคที่สอง จะเน้นบู๊ ไล่ล่า เอามันส์แบบไม่ค่อยมีชั้นเชิงสักเท่าไหร่-จากผลงานกำกับของจอห์น วู) นับตั้งแต่ ทีวีซีรีส์อันโด่งดังเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนและถูกพัฒนาดัดแปลงเป็นหนังในภาคแรกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนโดย ไบรอัน เดอ พัลมา แม้เสียงวิจารณ์ออกมากลางๆ แต่หนังก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนมีภาคสองตามมา อีกทั้งยังทำเงินมากกว่าภาคแรก ขณะเดียวกันหนังก็โดนคำวิพากษ์วิจารณ์ไปอย่างยับเยินในแง่ความอ่อนด้อยของบท ฉากแอ็กชั่นที่แสนเชย ถึงขนาดที่ตัวหนังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลราสซี่ อวอร์ด หรือราสเบอร์รี่เน่าในฐานะหนังยอดแย่จากสาขาหนังรีเมกหรือหนังภาคต่อยอดแย่และนักแสดงสมทบหญิงยอดแย่ แทนดี้ นิวตัน (ทั้งๆ ที่เธอเป็นนักแสดงหญิงฝีมือดีทีเดียว) แต่โชคดีที่ไม่ได้คว้ารางวัลนี้มาครองในขณะที่ภาคสามออกอาการย่ำแย่ในตอนแรก เพราะมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับกันหลายคน ตั้งแต่ เดวิด ฟินเชอร์, โจ คันนาแฮน ก่อนจะลงเอยที่ เจเจ อับรามส์ รวมถึงนักแสดงหลายคนที่วางตัวไว้แต่แรกอย่าง เคนเน็ท บรานา, แครี่ แอนน์ มอส และ สการ์เล็ต โจแฮนสัน ก็ต้องถอนตัวกันไปหมดเพราะความล่าช้าจนเกิดปัญหาเรื่องคิวถ่ายทำ รวมถึง แทนดี้ นิวตัน (ก็แหงล่ะ เพราะภาคที่แล้วทำชื่อเสียงเธอป่นปี้) แต่สุดท้าย mission impossible ภาคสามและสี่ก็กลับมากู้ชื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนได้สำเร็จ นักวิจารณ์หลายสำนักยกย่องว่า หนังเต็มไปด้วยความสดใหม่ บทเฉียบคม แม้ภาคที่สี่ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เพิ่งจะเคยทำหนังไลฟ์แอ็กชั่นเป็นเรื่องแรกก็ตาม (ก่อนหน้านั้นเขาทำแต่หนังแอนิเมชั่น อาทิ the iron giant, the incredibles, ratatouille)
 
           มาถึงตอนล่าสุดของ mi5 ที่พ่วงสองพยางค์ต่อท้ายว่า rogue nation ทอมครูซ นักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างมาตั้งแต่ภาคแรก ตัดสินใจชวนผู้กำกับและนักเขียนบทที่เขาทำงานคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คือคริสโตเฟอร์แมคควอร์รี่ (กำกับ jack reacherที่ ทอม แสดงนำ, เขียนบท the edge of tomorrow และ valkyrie ที่ ทอม ครูซ รับบทนำอีกเช่นกัน) เมื่อนักแสดงและโปรดิวเซอร์ ที่คลุกคลีอยู่กับหนังมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโปรเจค ย่อมมองเห็นจุดเด่นจุดด้อยในหนังของตัวเองและมองหาพัฒนาการใหม่ๆให้กับหนัง มาจับคู่กับคนทำหนังแอ็กชั่น ที่เริ่มต้นจากการทำงานเขียนบทหนังดีๆ ที่น่าสนใจหลายเรื่อง (หนึ่งในนั้นคือ the usual suspect สุดยอดหนังหักมุม ที่บทหนังเต็มไปด้วยลูกเล่นแพรวพราว) ผลลัพธ์ที่ได้ mission impossible 5 จึงเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าทึ่งซึ่งเราไม่คิดว่าจะได้เห็นจากหนังชุดนี้อีกแล้ว ตั้งแต่ตัวบท แม้พล็อตจะค่อนข้างล้าสมัย เมื่อรัฐบาลสั่งยุบองค์กรลับพร้อมกำจัดสายลับหัวแข็งในสังกัด (พล็อตแบบนี้ เจมส์ บอนด์ เล่นมาก่อนแล้ว ไม่นับรวมสายลับความจำเสื่อมอย่าง เจสัน บอร์น ก็ใช้พล็อตทำนองนี้เปิดตัวหนังชุด bourneเช่นกัน) แต่เรื่องราวหลังจากนั้น เต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อย ที่เข้ามาเติมจนหนังเปลี่ยนทิศ สลับทาง เป็นเรื่องของแผนร้ายกลโกง ที่สำคัญ mi5 ยังล้อขนบหนังสายลับด้วยกัน โดยการพาดพิงขบวนสายลับชั้นนำหลายสำนักทั่วโลก ไม่ว่าจะสร้างตัวละครทั้งฝ่ายร้าย ฝ่ายดี หรือแค่กล่าวถึงลอยๆ ทั้ง cia ของอเมริกา, kgb ของรัสเซีย oss ของฝรั่งเศส และ mi6 ของอังกฤษ ส่วนฉากแอ็กชั่นไล่ล่าและเข้าโจรกรรมความลับศัตรู ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของหนังชุดนี้ แม้ภาคห้าจะดูธรรมดาอยู่บ้าง อย่างอีธาน ฮันท์ เกาะเครื่องบิน หรือขี่มอเตอร์ไล่กวดสายลับคู่อริ กระทั่งอยู่ใต้น้ำแรงดันสูง หากแต่ฉากเหล่านี้กลับมีมุกตลกตบท้าย เป็นการเพิ่มสีสันให้กับหนังอยู่ตลอด และโดยเฉพาะฉากลอบสังหารกลางโรงโอเปร่า ฉากนี้ถือเป็นการยกระดับหนังสายลับขึ้นมาอีกระดับเลยทีเดียว
 
           mi5 rogue nation พยายามเปลี่ยนขนบหนังสายลับอย่างที่เคยเป็นมา เมื่อตัวละครหญิง ไม่ได้เป็นวัตถุทางเพศในหนังแนวนี้อีกต่อไป ความแข็งแกร่ง เก่งกล้าสามารถไม่แพ้ชายอกสามศอกในฐานะสายลับหญิงถูกเชิดชู มากกว่าจะให้แค่โชว์เรือนร่างเซ็กซี่แล้วลงเอยที่ฉากเลิฟซีนเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา(mission impossible ภาคนี้ เราไม่ได้เห็นอีธาน ฮันท์ จูบผู้หญิงด้วยซ้ำ) และในภาคนี้อีกเช่นกัน ที่เราได้เห็นการร่วมทุนของฮอลีวู้ดกับจีน ในลักษณะของคู่ค้าทางธุรกิจที่เล็งถึงผลประโยชน์ตัวเลยรายได้ของหนังอย่างจริงจัง มากกว่าที่แค่ให้เครดิตจีนเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ ในการนำหนังเข้าไปเจาะตลาดจีนหรือเพื่อหวังผลทางการเมืองในการเพิ่มโควตาหนังฮอลลีวู้ดในจีนให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่กลับปรากฏว่า mi5 มีจีนเข้ามาร่วมทุนสร้างอย่างจริงจัง ผ่านการปรากฏชื่อบนเครดิตเปิดเรื่อง ตามหลังพาราเม้าท์และสตูดิโอสกายแดนซ์ของ ทอม ครูซ มีชื่อของตัวแทนทุนจีนคือ บ. ไชน่า พิคเจอร์ และอาลีบาบา ปรากฏอยู่อย่างชัดเจนและถูกให้ความสำคัญในฐานะผู้สร้าง (รายหลัง ทราบกันดีว่าเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในจีนของมหาเศรษฐีระดับโลก แจ็ค หม่า) แม้ตลอดทั้งเรื่องจะไม่มีฉากไหนบ่งบอกว่าเข้าไปถ่ายทำในจีน หรืออ้างอิงว่าเป็นแผ่นดินจีนเลยก็ตาม ถึงจะมีดาราจีนร่วมแสดงแต่ก็ปรากฏตัวเพียงเสี้ยววินาทีและไม่ได้มีบทบาทสำคัญต่อเรื่องแต่อย่างใด ซึ่งแปลความหมายได้ทั้งสองทางว่า หนึ่งฮอลลีวู้ดได้แหล่งเงินทุนใหม่ในการทำหนังคือประเทศจีน หรือไม่ก็จีนเอง รุกเข้ามาทำธุรกิจข้ามชาติมากขึ้น โดยมองฮอลลีวู้ดเป็นพันธมิตรในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจต่อไป
 
           แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้งพาราเม้าท์ ทอม ครูซ และสกายแดนซ์ของเขาคงมองเห็นความสำเร็จของหนังภาคนี้ และวาดหวังอนาคตของหนังชุดนี้ต่อไปแล้ว ด้วยการวางแผนถ่ายทำภาคที่ 6 ซึ่งจะเริ่มต้นในปีหน้า

.....................................
(หมายเหตุ mission: impossible - rogue nation : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย.
.. ณัฐพงษ์โอฆะพนม)