บันเทิง

ในวันที่‘เอเอฟ’ครบโหล

ในวันที่‘เอเอฟ’ครบโหล

29 ก.ค. 2558

ในวันที่‘เอเอฟ’ครบโหล : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา

 
          เดินทางมาถึงปีที่ 12 แล้ว สำหรับการค้นหาสุดยอดนักล่าฝัน ในเรียลิตี้โชว์ ปฏิบัติการล่าฝัน ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ต้องยอมรับว่ากระแสนิยมจากผู้ชมของเอเอฟแต่ละปีค่อนข้างลดลง โดยเฉพาะตั้งแต่ปีที่ 10 เป็นต้นมา อาจเนื่องด้วยระยะเวลารายการที่มีมานานโข คนดูจะไม่ตื่นเต้นเท่าช่วงแรกๆ แม้รายการพยายามหาลูกเล่น ความแปลกใหม่แทรกเข้ามาตลอดในแต่ละปี แต่นั่นยังไม่โดนใจให้รายการกลับมามีกระแสเปรี้ยงปร้างอย่างที่เคยเป็น กระนั้นเอเอฟก็ยังมีแฟนคลับประจำที่ติดตามรายการอยู่ต่อเนื่อง เรียกว่ารักแล้วก็ยังรักต่อไป
 
          ในปีที่เอเอฟครบหนึ่งโหล มีความเปลี่ยนแปลงและแปลกใหม่ที่ผู้ผลิตหวังว่าจะโดนใจคนดู และต่ออายุเอเอฟให้ยืนยาวต่อไป
 
          ว่าด้วยเรื่อง 12 นักล่าฝันที่ผ่านเข้ารอบ ได้เข้ามาอยู่ในบ้านร่วมกัน ปีนี้กลับไปเน้นการคัดคุณภาพเสียง นั่นทำให้ส่วนใหญ่ได้คนคุณภาพเข้ารอบสุดท้าย โดยมีเรื่องหน้าตาเป็นส่วนเสริม และยังใช้สูตรเลือกความหลากหลายจากทั้ง 12 คน ไม่ให้ซ้ำแนวทางกัน สุดท้ายได้ 12 นักล่าฝันที่เสียงดี หน้าตาโอเค และความแตกต่างของแต่ละคนที่เมื่อประกอบรวมกันเมื่อเข้าอยู่ในบ้านจึงค่อนข้างครบเครื่อง
 
          ในส่วนครูที่เข้ามาสอนในบ้าน ครูใหญ่ปีนี้เป็น “ครูเงาะ”รสสุคนธ์ ขยับจากครูสอนการแสดงมาเป็นครูใหญ่ การเป็นคนมีจิตวิทยาดี พูดจาน่าฟัง และรู้เท่าทันเด็ก ทำให้ทุกครั้งที่ “ครูเงาะ” เข้าบ้านจะทำให้รายการดูสนุก มีพลัง แต่น่าเสียดายที่ปีนี้ครูใหญ่เข้าบ้านน้อยไป หากเทียบกับครูใหญ่ของปีก่อนๆ ถ้าเข้าบ้านได้มากกว่านี้ น่าจะดึงความสนใจจากคนดูได้มากขึ้นตามไปด้วย
 
          สำหรับครูร้อง ยังเป็นทีมของ “ครูโรจน์” รุ่งโรจน์ จากปีก่อน เรื่องฝีมือเรียกว่าขั้นเทพ ไม่มีใครปฏิเสธ แต่การสอนปีนี้ยังยึดการสอนเทคนิคเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้นักล่าฝันได้ฝึกฝนการเป็นนักร้องที่ดี แต่แง่ความสนุกเมื่อเป็นภาพในรายการทีวีอาจหย่อนลงไปนิด
 
          ครูเต้น ยึดทีมของ “ครูเจด้า” อภิสราฐ์ จากปีก่อนด้วยเช่นกัน เรื่องฝีมือออกแบบท่าเต้นไม่เป็นสองรองใคร แต่ปีแรกๆ ที่มาอาจมีข้อกังขาจากคนดูว่าเมื่อมาอยู่ในรายการจะสนุกได้แค่ไหน ถึงตรงนี้ต้องยอมรับว่า “ครูเจด้า” และทีม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เอเอฟดูสนุกและมีสีสันทีเดียวเชียว
 
          ปิดท้ายด้วยครูสอนการแสดงปีนี้ที่ใหม่แกะกล่อง มีหัวหน้าทีมเป็น “ครูเต๋า” สโรชา ตอนประกาศโผ หลายคนตั้งคำถามว่าจะเจ๋งพอหรือไม่ ถึงตรงนี้เมื่อเข้าไปสอนในบ้าน ทั้ง “ครูเต๋า” และทีม พิสูจน์ให้เห็นว่าเกณฑ์ที่งัดมาสอนน่าสนใจไม่น้อย อาจยังขาดประสบการณ์การเป็นครูในบ้านเอเอฟที่ต้องเพิ่มให้ดูน่าสนใจขึ้น
สิ่งแปลกใหม่ที่ เอเอฟ 12 เพิ่มเข้ามา ก็มี อาทิ สไตล์ ไอคอน ที่พาศิลปินดังๆ เข้ามาแชร์ประสบการณ์ในบ้าน ยังรวมถึงช่วง โชเชียล ไทม์ เป็นปีแรกที่เปิดโอกาสให้นักล่าฝันแชทกับคนนอกบ้านได้ ซึ่งการเปิดช่วงนี้ขึ้นมา น่าจะมีเป้าประสงค์ในการทำให้ภายในบ้านมีสีสันขึ้น เมื่อเหล่านักล่าฝันรับรู้กระแสจากข้างนอกบ้านทั้งชมและด่า น่าจะทำให้เกิดเรื่องสนุกๆ ขึ้นในบ้าน
 
          ส่วนคอนเสิร์ตประจำสัปดาห์ ปีนี้เป็นอีกปีที่ใช้สถานที่เป็นสตูดิโอใกล้บ้านที่นักล่าฝันอยู่เป็นสถานที่จัด ต้องยอมรับว่าลงตัวกว่าปีก่อน โดยเฉพาะแสงสีของเวทีที่สวยงาม ในส่วนคอมเม้นเตเตอร์ ถือว่าปีนี้กลับมาเป็นเสน่ห์และสีสันที่ทำให้รายการสนุกขึ้น ได้ “ครูเป็ด” มนต์ชีพ คืนเวทีเต็มตัว เสน่ห์ คือ การวิจารณ์ได้ตรงและเข้าเป้า และแอบหยอดมุขได้ด้วย สมทบกับความเก๋าของ “ไก่”สุธี และ “แมว” จิระศักดิ์ และอีกหนึ่งคนที่เจ๋งเลย “เจี๊ยบ” วรรธนา ที่คอมเม้นต์ได้ตรงประเด็นในแบบที่เด็กหยิบไปพัฒนาตัวได้ แถมยังดูเพลินอีกด้วย
 
          แต่ปีนี้จุดอ่อนในคอนเสิร์ต คงเป็นเรื่อง โจทย์เพลง ทั้งส่วนการแจกโจทย์เพลงที่ค่อนข้างธรรมดาทั้งๆ ที่ผ่านมามีสีสัน และเป็นช่วงที่คนดูรอลุ้น โดยการแจกโจทย์ปีนี้เรียบจนขาดแรงดึงดูด รวมถึงโจทย์เพลงที่มอบให้เด็กแต่ละคน จากทุกปีที่มีคอนเซปต์แต่ละวีค แต่ 4 สัปดาห์แรกของปีที่ 12 ยังกระจัดกระจาย ไร้คอนเซปต์ โดยตั้งแกนว่าปีนี้นักล่าฝันทุกคนจะได้เพลงเข้าทางกับตัวเอง เพื่อพัฒนาให้ไปถึงจุดสูงสุดในแนวทางที่ถนัด ซึ่งในทางการปั้นและพัฒนาศิลปินอาจได้ผลดี แต่ทางตรงกันข้ามกลับทำให้รายการไม่สนุก เมื่อนักล่าฝันจะได้โจทย์เพลงแนวเดิมๆ ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่แต่ละคนจะได้โจทย์ท้าทาย และแปลกใหม่ตลอดๆ ซึ่งดูไม่เบื่อ และทำให้คนดูลุ้น กระนั้นคอนเซ็ปต์ให้เพลงถนัดกับนักล่าฝันในแนวทางตัวเองก็แอบแกว่งๆ เพราะขณะที่นักล่าฝันบางคนได้เพลงแนวเดิมๆ แต่บางคนกลับเริ่มได้โจทย์แปลกใหม่เพื่อทลายกำแพงตัวเอง จะมีในวีค 5 ที่จะมาถึง ที่โจทย์เพลงเริ่มมีคอนเซ็ปต์แน่ชัด ทำให้น่าดูขึ้น ในโจทย์เพลงคู่
 
          แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าสังเกตดีๆ ตั้งแต่สัปดาห์แรกจนถึงล่าสุด ภาพรวมของเพลงที่ถูกหยิบมาให้นักล่าฝันได้โชว์บนเวที 80% เป็นเพลงจากค่ายแกรมมี่ ซึ่งทำให้ขาดความหลากหลาย ที่สำคัญซ้ำแนวทางของเวทีคู่แข่งอย่าง เดอะ สตาร์ ที่ใช้เพลงของค่ายแกรมมี่ เป็นหลักอยู่แล้ว ความหลากหลายในการเลือกเพลงอาจเพิ่มความน่าดูของคอนเสิร์ตเอเอฟแต่ละสัปดาห์ขึ้นมาได้...
 
..........................................
(หมายเหตุ ในวันที่‘เอเอฟ’ครบโหล : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)