บันเทิง

เปิดประเด็นร้อนผ่าน‘คนกลาง’

เปิดประเด็นร้อนผ่าน‘คนกลาง’

23 ก.ค. 2558

เปิดประเด็นร้อนผ่าน‘คนกลาง’เรื่องกระหน่ำระหว่างทาง‘คนเป็นข่าว’ : สกู๊ปบันเทิง


          วงการบันเทิงช่วงนี้ มีแต่เรื่องร้อนมาระอุ คนเสพข่าวไม่ได้พัก คนทำงานไม่ได้หยุดตามหาความจริงจากปากคนดัง ที่สำคัญพอเรื่องไหน เริ่มเป็นกระแสดังขึ้น มักจะมีตัวละคร สาม สี่ ห้า เข้ามาพัวพันจนยุ่งเหยิง หรืออาจจะเป็น“คนกลาง”ที่บังเอิ๊น บังเอิญ ต้องมารับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่กำลังอยู่ในกระแส บางกรณีอาจเป็นผู้ไกล่เกลี่ย หรืออาจเป็นคนราดน้ำมันจุดไฟให้เรื่องลุกลามบานปลาย รวมถึงอาจทำหน้าที่เป็นคนเปิดเผยข้อมูลบางอย่างให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น เหมือนการแตกประเด็นเพิ่มทิศทางของกระแสข่าวร้อนๆ ให้ทวีความแซบรอบด้าน
 
          กรณีแรกกับปัญหาครอบครัวของนักร้องและพระเอกหนุ่มปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล กับ“พลอย” พลอยพรรณภรรยาสาว หลังจากพลอยโพสต์เรียกร้องให้ปีเตอร์กลับบ้านมาหาลูกบ้าง จากนั้นสายสืบโซเชียลเริ่มทำงานกันจ้าละหวั่น มีหลายตัวละครโผล่ขึ้นมาถูกกล่าวหาว่าเป็น“กิ๊ก”ของพระเอกหนุ่มปากกว้าง อันเป็นสาเหตุที่ทำให้อดีตผู้ชายที่มี“ภาพ”ว่ารักครอบครัวมาก หลงทาง จนหาทางกลับบ้านไม่เจอ!!
 
          เรียกว่าพิพากษาและวิพากษ์วิจารณ์ผ่านแป้นพิมพ์กันอย่างสนุกสนาน คล้ายกับว่าสายสืบโซเชียลกำลังทำหน้าที่“คนกลาง”ผ่านสื่อออนไลน์ ให้สื่อกระแสหลักได้ข้อมูลบางอย่างที่ต้องคัดกรองอีกชั้นหนึ่ง แต่ที่เห็นได้ชัดเจน คือการออกมาให้สัมภาษณ์ผ่าน “สยามดารา” ของ โอซา แวง อดีตแฟนสาวของปีเตอร์ เปิดเผยว่า พระเอกหนุ่มเคยทำให้ตัวเองเสียใจเพราะความ “เจ้าชู้” มาแล้ว เธอเปรียบเสมือน “คนกลาง” ทำหน้าที่เป็นพยานบุคคล มาเล่าถึงพฤติกรรมบางอย่างของปีเตอร์ในฐานะอดีตคนรัก
 
          "ต้องบอกว่าถือเป็นข่าวที่น่าเศร้ามาก เพราะเขาเคยเป็นอดีตคนรักขอดิฉัน ยิ่งมาทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นช่วงที่ปีเตอร์มีครอบครัวแล้ว ยิ่งรับรู้ความรู้สึกของภรรยาของคุณปีเตอร์ได้เป็นอย่างดี เพราะตอนที่ดิฉันคบกับเขาก็เคยประสบปัญหาแบบเดียวกันนี้มา ซึ่งเราไม่เคยเอาปัญหามาเล่าให้ใครฟัง ตัวโอซาก็รู้สึกผิดหวังเล็กๆ ที่รู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพราะเข้าใจว่า เมื่อเขาใช้ชีวิตครอบครัวแต่งงาน มีลูกแล้ว เขาน่าจะโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากกว่าตอนที่เราคบกัน แต่ท้ายสุดมันก็มีประเด็นแบบนี้ขึ้นมาได้” โอซา แวง กล่าว
 
          มาต่อกันที่เรื่องราวของนักร้องและนักแสดงหนุ่ม “อาร์” อาณัตพล ศิริชุมแสง กับแฟนสาวชาวเกาหลี ซอ จียอน หลังจากฝ่ายชายออกมายอมรับว่ามีปัญหากันจริง แต่ยังไม่เลิก ใช้คำว่าห่าง เพราะตัวเองติดเพื่อน ซึ่งพอฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ไป จียอน ได้ขึ้นอินสตาแกรมเป็นรูปปืน พร้อมข้อความใต้ภาพว่า U R Liar แปลว่า “คุณโกหก” โดยใต้รูปมีเพื่อนสนิทอย่าง “อุ้ม” ลักขณา วัธนวงส์ศิริ เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า “กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง โกหกใครก็โกหกได้ แต่โกหกความเป็นจริงไม่ได้ ไม่ละอายใจก็สร้างภาพต่อไป ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายเดี๋ยวก็รู้เอง!! B strong n move on sis…I love you” อูย...เรื่องนี้ยังไม่จบ หรืออาจจะมีใครที่เป็นตัวละคร “ลับ” ซ่อนเอาไว้ในใจของ อาร์ นอกจาก จียอน อ๊ะเปล่า? 
 
          ส่วนประเด็นร้อนก่อนหน้านี้ กับการคิดสั้นฆ่าตัวตาย ของนักแสดงสาว “แตงโม” ภัทรธิดา ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โต เพราะพิษจากการผิดหวังในความรักกับนักร้องและนักแสดงหนุ่ม “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ เรื่องราวทั้งหมดหลุดออกมาจากอินสตาแกรมของเพื่อนผู้หวังดี นามว่า “แป๊ะซะ” พิธีกรของสื่อแห่งหนึ่ง โดยมีการโพสต์รูปและคลิปขณะที่แตงโมกำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน มีสายต่อจากจมูก คล้ายกำลังล้างท้อง พร้อมส่งเสียงร้องโอดโอย และมีใบหน้าซีดเซียว เรียกว่าถ้าเพื่อนไม่เป็น “คนกลาง” เรื่องคงไม่รู้ถึงหูสื่อทุกสำนักรวดเร็วขนาดนี้ ภายหลังแป๊ะซะลบรูปและคลิปดังกล่าวออก เพราะผิดจรรยาบรรณและระเบียบของโรงพยาบาล ก่อนที่แป๊ะซะจะออกมาโพสต์ข้อความยืนยันเจตนาว่า ทำไปเพราะสงสารและเห็นใจเพื่อน อยากให้คนอื่นรับรู้บ้างว่า เพื่อนต้องแบกรับอะไรเอาไว้บ้าง
ปิดท้ายกันที่เรื่องราวมหากาพย์บัตรคอนเสิร์ต Maroon 5(มารูนไฟว์) ที่จบลงไปอย่างโล่งอก!!!สุดท้ายนักแสดงสาว “เอมมี่” มรกต กิตติสาระ ขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
 
          “มี่ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจจะคิดน้อยแค่อยากถ่ายรูปสนุกๆ คนก็หาว่าเราเส้นใหญ่ คือตกใจมากตอนนั้นเพิ่งกลับจากฝรั่งเศส ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องดราม่าบัตร ทำให้เพื่อนต้องออกมาแถลงข่าว มี่ต้องขอบคุณเพื่อนที่รักกัน ไม่คิดว่าจะใหญ่โตจนกระทบเพื่อนขนาดนี้ มี่ช็อกทำอะไรไม่ถูก ซึ่งเสียใจและยอมรับผิดแต่เพียงคนเดียว” เอมมี่กล่าว
 
          โดยก่อนหน้านั้นหนึ่งในแก๊งเพื่อนสนิทอย่าง “ซี” ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ เป็น “คนกลาง” ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางอ้อม แต่สุดท้ายเขากลับกลายเป็นหนึ่งในจำเลยคนสำคัญ เพราะโพสต์คลิปลงเว็บไซต์ยูทูบเพื่อขอโทษผ่านสื่อ แต่กลับเป็นการขอโทษ ปนประชดประชันเสียดสี แถมคำชี้แจงบางอย่างในคลิป ยังเสมือนเป็นการบอกเล่ากรรมวิธีได้ตั๋วมาทางลัด ซึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียง มักจะมีสิทธิ์พิเศษบางอย่างกันอยู่แล้ว!!เรียกว่า “พลาด” และ “โป๊ะแตก” เพราะอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ แต่ก็จบลงด้วยการออกมาแถลงข่าวขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้ง เพราะรู้ตัวว่าพลาดพลั้งทำในสิ่งที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
 
          บางครั้ง “คนกลาง” ก็มีความสำคัญในการไกล่เกลี่ย แต่บางครั้งอาจช่วยทำให้เรื่อง “ยุ่งยาก” มากกว่าเดิมก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจว่า อยากเข้าไปเป็นคนกลางแบบไหน!!