
โด่งเมินกระแสแอนตี้แตงโมเชื่อไม่เกี่ยวละคร
23 ก.ค. 2558
โด่งชมแตงโมมีสปิริตในการทำงานมากหลังผ่านวิกฤติเรื่องร้ายรับส่งข้อความให้กำลังใจในฐานะของคนทำงานไม่หวั่นกระแสแอนตี้ดาราสาวเชื่อคนดูแยกแยะถูก
เรียกว่าเป็นผลกระทบกันอย่างต่อเนื่อง เมื่อดาราสาว “แตงโม” ภัทรธิดา พัชระวีระพงษ์ ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ด้วยการกินยาเกินขนาด หลังผิดหวังเรื่องความรักระหว่างเธอกับ “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ โชคดีนำส่งโรงพยาบาลทัน จนกลายเป็นกระแสสังคม งานนี้คงต้องถามไถ่ “โด่ง” องอาจ สิงห์ลำพอง ผู้บริหารช่อง 8 ว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผลกระทบต่อการทำงานในละครเรื่อง “คุณหญิงนอกทำเนียบ” ของนางเอกสาวหรือไม่ ได้คำตอบว่า
“นางเอกเราสปิริตแรงนะ ด้วยความเป็นมืออาชีพ ผมเข้าใจและกังวลนะ ว่าเขาจะสามารถทำงานรอดไหม เพราะด้วยสภาพจิตใจด้วย และหลังจากเหตุการณ์นั้น 2 วัน แตงโมก็กลับมาทำงาน (ได้เจอแตงโมหลังจากเกิดเรื่องไหม) ไม่ได้เจอนะ ได้แต่ส่งข้อความให้กำลังใจไป เขาเป็นคนที่มาทำงานกับช่อง ในฐานะที่เราเป็นเจ้าบ้านก็ต้องให้กำลัง และเป็นห่วง ส่วนตัวและในเรื่องของงานด้วย ก็โชคดีที่เขามีความเป็นมืออาชีพ ที่สามารถแยกเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกได้ (มีกระแสแอนตี้แตงโมเกิดขึ้น หวั่นมีผลกระทบกับละครไหม) ผมอยู่มานานนะ และผมค่อนข้างชิน มันจะเป็นช่วงๆ มากกว่า สำหรับเรื่องกระแสไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ผลงานมันเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า คนอาจจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ผลงานของคุณดี เขาอาจจะชอบเรา ในเรื่องของการทำงานก็ได้ ผมว่ามันหมดสมัยไปแล้วว่า ไม่ชอบคนนี้แล้วจะดูผลงานเขา ในงานหนึ่งงาน มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่แค่นักแสดงคนเดียว ผมไม่เชื่อนะว่า พอมีคนแอนตี้แล้วไม่อยากดู ผมเชื่อว่าคนดูละคร มาจากผลงานละครมากกว่า ไม่เกี่ยวกับแค่คนคนเดียว” บิ๊กบอสช่อง 8 บอก
นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดทางกสทช. ส่งจดหมายมาให้กับทางช่อง 8 ในการจัดเรตของละครให้เหมาะสมกับคนดูนั้น ทางช่อง 8 เผยว่า “คืออย่างนี้ ผมเข้าใจว่าละครเรื่อง ชิงรักหักสวาท เป็นละครแรงตั้งแต่ฉายอยู่แล้ว และทางกสทช. ก็มีการพิจารณาว่า เรื่องนี้มีฉากที่รุนแรง ซึ่งในมุมของเรา ก็มีความพยายามอธิบาย และเข้าไปชี้แจงโดยขั้นตอนนั้นเสร็จไปแล้ว ทางกสทช.ก็มีจดหมายให้เปลี่ยนเรตติ้งของละคร เราในฐานะของผู้ผลิต เราก็ต้องทำตามนโยบาย ผมเปลี่ยนเวลาใหม่ เป็น น 18 ไปฉายหลังเที่ยงคืนในการฉายเรื่องชิงรักหักสวาท อันนี้ทำตามกฎทุกอย่างนะ (ในขณะที่ละครบางเรื่องมีความล่อแหลมเกินกว่าจะฉายในเวลาปกติได้) อันนี้ต้องบอกว่ามันมาจากการร้องเรียนของประชาชน การตรวจเฝ้าระหว่างของทาง กสทช.เท่าที่ทราบนะ ผมยินดีทำตามที่ กสทช.บอกมา แต่แค่คิดในใจว่า วันหนึ่งหากคู่แข่งทางธุรกิจยกหูโทรไปบอกกสทช. ว่าช่อง 8 มีละครแบบนี้ แล้วเขาก็มองปุ๊บ เขาก็รู้สึกว่าต้องจับตามอง ผมรู้สึกว่าขั้นตอนการทำงานมันดูแปลกๆ หรือเปล่า หรือถ้าหากมีใครสักคนลุกขึ้นมาแกล้งผม ทำให้ผมต้องมาเปลี่ยนแผน ผมก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ผมอยากให้มาจากการสอดส่องจากทางกสทช.เป็นหลักมากกว่า” โด่งกล่าวทิ้งท้าย



