บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง:'สารคดีคั่นเวลา'

ทีวีสีรุ้ง:'สารคดีคั่นเวลา'

22 ก.ค. 2558

'สารคดีคั่นเวลา' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์

 
          สวัสดีผู้ที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึกทุกท่านค่ะ ย้อนไปเมื่อสองจันทร์ที่แล้ว เป็นวันที่อ้อมต้องส่งต้นฉบับ มาจนถึงจันทร์นี้ เป็นช่วง 2 อาทิตย์ที่น่าจะเป็นเวลาทองของคนชอบข่าวบันเทิง เพราะมีมากมายหลายข่าวเกิดขึ้นแบบอัดแน่น ให้ผู้ติดตามต้องใช้ความสามารถในการจดจ่อ และนำไปคุยต่อกันอย่างเต็มอิ่ม บางข่าวก็คลี่คลายแล้ว ผู้ติดตามทั้งหลายก็คงหายใจคล่องขึ้น เพราะกระจ่างในคำตอบ แต่ก็ยังคงมีบางกรณีที่หลงเหลือไว้ให้ต้องติดตามต่อไป...
 
          จะว่าไปการเป็นผู้ติดตามเนี่ย ไม่ใช่ไม่เหนื่อยนะอ้อมว่า เพราะเราต้องใช้ทั้งอารมณ์ซึ่งเอามาผสมกับความคิดแบบที่ว่า ตรูเนี่ยเป็นผู้รู้เหตุการณ์จริง ประหนึ่งนั่งนิ่งๆ สิงร่างคนในข่าวอยู่ แล้วก็คิดวิเคราะห์ตามด้วยการวิจารณ์อย่างจริงจัง จนบางทีความสำคัญของมันดูจะมากกว่างานประจำที่ทำอยู่ การเป็นผู้ติดตามและตัดสิน นี่ไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะคะ ต้องใช้ทักษะเยอะแยะมากมาย แต่ถามว่า เราเคยย่อท้อมั้ย บอกเลยว่ายาก เพราะมันมากด้วยความมันส์ นี่ขนาดเป็นคนนอกนะคะ ยังดูเหนื่อยขนาดนี้ ลองคิดดูสิคะ บรรดาพวกที่เป็นคนในเนี่ย จะเหนื่อยขนาดไหน นี่เอาแบบยังไม่พูดถึงเจ้าของเรื่องนะคะ อันนั้นหนะ เต็มๆ ผิดถูกชั่วดียังไง เจอผลกระทบแบบไหนเนี่ย รับกันไปแบบยากจะบรรยาย เอาเป็นว่า ไม่เคยเจอกับตัว ก็ไม่มีทางเข้าใจ
 
          แต่อีกคนที่เราอาจลืมนึกถึงเค้า นั่นคงเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ชิดหละมั้งคะ อ้อมว่าคนใกล้ตัวนี่แหละ เป็นคนที่มองข้ามไม่ได้ เพราะคนเหล่านี้ต้องคอยประคับประคองคนของเค้า (ที่เราตั้งเป้าวิจารณ์!!) ให้ยืนหยัดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างเข้มแข็ง ต้องเป็นทั้งคนที่พร้อมจะเข้าใจ ให้กำลังใจ หรือเมื่อเขาหรือเธอคนนั้นอาจไม่เหลือใคร คนใกล้ตัวเหล่านี้แหละที่ต้องคอยอยู่เคียงข้าง โดยที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่า สภาพจิตใจของบรรดาคนใกล้ตัวเหล่านี้จะเป็นยังไงกันบ้าง ลองคิดเล่นๆ สิคะ ใครว่าเพื่อนเรา เรายังไม่ชอบ (ไม่งั้นคงไม่มีข่าวยกพวกไปตบไปตีกัน) อ้อมว่าคนที่อยู่ตำแหน่งนี้ก็น่าเห็นใจเหมือนกันนะคะ ดูต้องทำหน้าที่หลายอย่าง แถมอาจไม่สามารถแสดงความรู้สึกอ่อนแอออกมาได้อีก ทั้งต้องเข้มแข็งเป็นหลักที่มั่นคง ไม่ช่วยทำให้เรื่องแย่ไปกว่าเดิม เรียกได้ว่า ถ้าคุณมีคนตรงนี้ดี ก็เหมือนมีกัลยาณมิตรที่ดีแหละค่ะ
 
          จะว่าไป มันก็คล้ายๆกับรายการสารคดีคั่นเวลาทางช่อง 5 ที่อ้อมดูเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะ มันโชว์ว่ารายการชื่อนี้จริงๆนะคะ อย่าหาว่าอ้อมไปว่ารายการมีไว้เพื่อคั่นเวลา อ้อมเห็นชื่อแล้วยัง...เอ้อ...คิดได้ไงวะ... มันเป็นตอนเกี่ยวกับปลาโลมาที่ชาร์คเบย์ เป็นเรื่องของครอบครัวโลมาที่เพิ่งให้กำเนิดลูกอ่อนในช่วงวันแรกๆ ที่ดันมาเกิดช่วงที่หนักหนาสากันย์ คือเป็นช่วงฉลามชุก แน่นอน ต่อให้เกิดเป็นปลาคลอดมาในน้ำ แต่เกิดวันสองวันแรก ต้องมาว่ายน้ำหนีฉลาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ถูกมั้ยคะ แถมในสารคดีชุดนี้ เค้าก็บอกอีกว่า โอกาสที่จะรอดนั้นมีเพียง 50:50 ด้วยซ้ำ ดูไปก็คอยลุ้นไปว่า ไอ้ตัวเล็กมันจะว่ายทันพ่อแม่มั้ย ส่วนไอ้ฉลามก็พร้อมจู่โจมตลอดเวลา แต่ถามว่า ครอบครัวโลมาเอาแต่หนีอย่างเดียวมั้ย ก็ไม่ใช่ค่ะ บางจังหวะก็พุ่งเข้าสู้ฉลามเหมือนกัน แต่สุดท้าย ก่อนที่อ้อมจะหลับไป เจ้าโลมาน้อยมันรอดค่ะ(^_^) นี่แหล่ะค่ะเพราะมันมีทีมที่ดีคือ พ่อ แม่ และพี่ คอยประคองและปกป้องคุ้มครอง จนฉลามทำอะไรครอบครัวนี้ไม่ได้ จนถึงตอนท้ายก็มีครอบครัวโลมาอีก 2 ครอบครัวมาร่วมยินดีกับโลมาน้อยในการเกิดและรอดชีวิตของเขาด้วย
 
          เห็นมั้ยคะ ทุกชีวิตมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งนั้น หลายทีเราอาจตกอยู่ในสถานะของการเป็นเหยื่อ แต่ด้วยสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ความรักชีวิต จะเห็นได้ว่าการเอาตัวรอดของโลมาน้อยที่ฮึดสู้ด้วยตัวเอง กอปรกับ ความเข้มแข็งของครอบครัว พวกโลมาเลยรอดมาได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วเราที่เป็นคน เป็นผู้ที่มักพร่ำพูดว่า เราเหนือว่าคนอื่นนักหนา เมื่อถึงเวลาเราได้พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีแล้วรึยัง?
 
.........................................
(หมายเหตุ 'สารคดีคั่นเวลา' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)