บันเทิง

‘ฟิล์ม’ลั่นทำใจธุรกิจล้มเป็นเรื่องธรรมดา

‘ฟิล์ม’ลั่นทำใจธุรกิจล้มเป็นเรื่องธรรมดา

21 ก.ค. 2558

“ฟิล์ม”ทำใจปิดตัวธุรกิจเสริมความงามที่จ.เชียงใหม่มั่นใจเดอะวันคลินิกราคาปานกลางคุณภาพเทียบเท่าเมืองนอกเปรยธุรกิจล้มเป็นเรื่องธรรมดาลั่นล้มได้ก็ต้องลุกให้เป็น

 
          นอกจากจะเป็นนักร้อง นักแสดงแล้ว ระยะหลังๆ ยังผันตัวทำธุรกิจหลายอย่าง สำหรับ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวธุรกิจ เดอะวันคลินิก ที่เชียงใหม่ไปไม่นาน แต่ในงานชี้แจงการลงทุนโครงการ ลาวดิวตี้ฟรี มอลล์ (LAO DUTY FREE MALL) ที่เซ็นทาราแกรนด์ นักแสดงหนุ่มกล่าวแจงว่า ได้ปิดตัวสาขาที่เชียงใหม่ไปแล้ว
 
          “สาขาเสริมความงามที่เชียงใหม่ปิดตัวไปแล้ว ด้วยหลายๆ เหตุผล ทั้งทางฝ่ายอาคาร ทั้งทางด้านธุรกิจ ที่ได้ผลตอบรับไม่ค่อยดี ตอนนี้ก็เหลือสาขาที่รัชดาฯ พาซิโอ และเดอะวอล์ก สาขาในกรุงเทพฯ ยังเรื่อยๆ เราเข้าใจดีว่า เศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา มันเป็นผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกๆ ฝ่าย ที่เชียงใหม่ลงทุนเยอะ ทุกที่ลงทุนไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน ก็ยอมรับว่าเสียดายเงิน แต่มันว่าใครไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับผู้บริหารและหุ้นส่วน ยอมรับว่าการทำธุรกิจมีปิดมีเปิดเป็นปกติ ถามว่าผมทำธุรกิจหลายอย่างเกินไปไหม คือผมมองว่ามันเป็นเรื่องของโอกาส ในเมื่อผมมีโอกาสได้จับธุรกิจที่คิดว่ามันน่าจะได้ผลกำไรและให้สิ่งดีๆ แก่ผู้บริโภค คือธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ที่พวกมิจฉาชีพเข้ามาพัวพันเยอะๆ ผมก็อยากเปิดสิ่งนั้น เพื่อเป็นตัวแทนว่าเราไม่หลอกลวง อย่างธุรกิจทัวร์ที่มีคนโดนหลอกเยอะมาก ผมก็เลยเปิดธุรกิจทัวร์ขึ้นมา 7 ปีแล้ว 
 
          ส่วนธุรกิจคลินิก ที่เปิดเพราะมีหมอกระเป๋า คนฉีดแล้วตายบ้าง หน้าเละบ้าง เราก็เปิดคลินิกมาเป็นตัวดูแล โดยการเอาตัวเราการันตี โดยการเป็นพรีเซ็นเตอร์เอง ก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่เราก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า ปีไหนเศรษฐกิจจะดีหรือจะตก การโดนนำไปเปรียบเทียบ ผมมองเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นได้ทุกธุรกิจและทุกสายอาชีพ แต่ถ้าพูดในมุมมองของผมเอง เดอะวันคลินิกราคาปานกลางแต่คุณภาพเทียบเท่าระดับเมืองนอก แต่พอมันโตขึ้น ผมก็ยุ่งมากขึ้นเช่นเดียวกัน ก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึงนัก ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสาขาไหนใครดูแล” ฟิล์มกล่าว
 
          นักร้องนักแสดงที่หันมาเอาดีด้านธุรกิจ ยังกล่าวต่อว่า ถ้าสาขาไหน เปิดแล้วขาดทุนก็ต้องปิดตัวลงไปเพื่อเปิดสาขาใหม่ “การทำธุรกิจไม่ใช่เปิดปุ๊บแล้วจะได้เงิน ก็ต้องใช้ระยะเวลา เศรษฐกิจแบบนี้ธุรกิจไหนๆ ก็ชะลอตัวไปหมด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตอนนี้เงียบกริบมาก ส่วนร้านอาหารที่ภูเก็ตเป็นร้านใหญ่มากลงทุนไปประมาณ 11 ล้าน ก็ปิดตัวไปแล้ว ที่ปิดเพราะไม่มีคนกิน ถามว่ากลัวคนมองว่าบริหารงานไม่เป็นไหม ผมไม่ได้มองตรงนั้น แต่ผมมองว่าผมหาได้และลงทุนไหว และเราก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร พอลงทุนเปิดธุรกิจแล้วก็ต้องวัดดวงกันว่าธุรกิจที่ลงทุนไปนั้นจะรอดหรือไม่รอด ซึ่งน้อยนักจะรอด แต่ถ้ารอดแล้วก็รอดยาว คนเราล้มได้และต้องลุกให้เป็น” ฟิล์มกล่าวปิดท้าย