
เที่ยวชุมพรป่าเขียวเกลียวคลื่นเมืองหลวงกาแฟไทย-ทุเรียนใต้
20 ก.ค. 2558
เที่ยว ชุมพร ป่าเขียว เกลียวคลื่นเมืองหลวงกาแฟไทยและทุเรียนใต้ : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
มาเที่ยวเมืองต้องห้าม..พลาด ที่ จ.ชุมพร กันต่อครับ
สัปดาห์นี้ คุณวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พาผมและคณะเดินทางลัดเลาะไปตามชายทะเล ตระการตากับหาดทรายสวย 400 ลี้ จากนั้นขึ้นฝั่งไปชมความยิ่งใหญ่อลังการของชุมพรทางด้านการเกษตรกันบ้างครับ
อย่างที่ได้เกริ่นไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ชุมพรเป็นจังหวัดที่ยังมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก อาชีพและรายได้หลักของพี่น้องชาวชุมพรแต่ไหนแต่ไรมา คือ เกษตรกรรม ปัจจุบันชุมพรมีพื้นที่ทำการเกษตรมากถึง 1.8 ล้านไร่ จากสถิติข้อมูลเมื่อปี 2555 ระบุว่าชุมพรมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด หรือ จีพีพี อยู่ที่ 61,453 ล้านบาท โดยอาชีพที่ทำรายได้มากที่สุด คือ ภาคการเกษตรที่สร้างรายได้ให้ชาวชุมพรถึง 27,105 ล้านบาท
ผู้ว่าฯ วงศศิริ บอกว่า พืชเศรษฐกิจตัวเอกของชุมพรมีทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพารา มะพร้าว กาแฟ ไปจนถึงผลไม้ที่ขึ้นชื่ออย่างทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ส้มโชกุน และกล้วยเล็บมือนาง โดยเฉพาะ “ทุเรียน” กับ “กาแฟ” ของชาวชุมพรนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ฉายา “เมืองหลวงทุเรียนใต้” และ “ชุมพร หุบเขาแห่งกาแฟ” ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย
เริ่มจากกาแฟ ปัจจุบันที่ชุมพรมีพื้นที่ปลูกกาแฟ 178,283 ไร่ ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย ได้ผลผลิตต่อปี 24,424 ตัน สร้างรายได้ 1,500 ล้านบาท กำลังการผลิตกาแฟของชุมพรนั้นไม่ธรรมดา เพราะคิดเป็น 60% ของกำลังการผลิตกาแฟของไทยทั้งประเทศ
กาแฟที่ขึ้นชื่อของชุมพรนอกจากกาแฟพันธุ์โรบัสต้ามาตรฐานส่งออกระดับโลกแล้วยังมีกาแฟขี้ชะมดที่อร่อยเข้ม และแพงโคตร อยู่ที่ อ.หลังสวน คือไร่กาแฟขี้ชะมดของลุงชินวัตร มนตรีประสาท ที่ลือกันว่าราคากาแฟขี้ชะมดที่นี่ถึงขั้นติดอันดับกาแฟแพงที่สุดในโลก แต่กระนั้นคอกาแฟหลายคนก็ยังยอมจ่ายเพื่อแลกกับรสชาติหอมกรุ่นถึงรสกาแฟแท้ เข้มข้น แต่ก็ละมุนละไม
ลุงชินวัตร เจ้าของฟาร์มชะมด อ.หลังสวน ฐานกำลังสำคัญในการผลิตกาแฟชี้ชะมดของไทย บอกว่า ปัจจุบันที่ฟาร์มเลี้ยงชะมดประเภทกินพืชอยู่จำนวน 60 กว่าตัว เมื่อชะมดมีอายุประมาณปีกว่าก็จะเริ่มให้กินกาแฟ โดยที่ฟาร์มจะให้กินกาแฟพันธุ์โรบัสต้าเท่านั้น ชะมดจะเลือกกินเฉพาะเมล็ดที่ดีที่สุด ลูกโตผลสด โดยมีกล้วยและนมเป็นอาหารเสริม เมื่อชะมดถ่ายออกมาจะมีลักษณะเป็นแท่ง เปียกๆ จากนั้นจึงนำเอาขี้ชะมดมาตากให้แห้ง ถ้าเขย่าแล้วเสียงดังก็สามารถนำไปคั่วบดเป็นเมล็ดกาแฟได้ แต่ต้องเก็บไว้อีก 9 เดือนจึงจะนำมาล้างและกะเทาะเปลือกออก แล้วนำไปเลือกคัดเกรด ซึ่งชะมด 1 ตัวจะให้ปริมาณกาแฟขี้ชะมดตัวละ 5 กิโลกรัมต่อปี ถือว่าน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
ส่วนราคากาแฟจะขึ้นอยู่กับการเก็บบ่มเมล็ดกาแฟ ยิ่งถ้าบ่มได้นานเท่าไหร่ราคาก็จะสูงเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เช่น ถ้าบ่มในระยะเวลา 9 เดือน หรือ 1 ปี ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 แสนบาท แต่ถ้าเก็บถึง 3 ปีจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสน ส่วนราคาขายที่ร้านกาแฟขี้ชะมดจะมีตั้งแต่ราคา 200 บาท ไปถึงถ้วยละ 1,500 บาท
จากฟาร์มชะมด พ่อเมืองชุมพรก็พาไปผมดูกิจการซื้อขายส่งออกทุเรียนของชาวชุมพรที่ อ.หลังสวน สมชื่อจริงๆ เพราะเมืองนี้มีแต่สวนผลไม้ชื่อดังเต็มไปหมด ยิ่งทุเรียนด้วยแล้วมาชุมพรไม่ผิดหวังเพราะชื่อชั้นความเป็น “เมืองหลวงทุเรียนใต้” การันตีได้ ด้วยพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 148,000 ไร่ ในปีนี้ ท่านผู้ว่าฯ วงศศิริคาดการว่าจะมีผลผลิตทุเรียนออกมาถึง 131,741 ตัน ในจำนวนนี้จะนำไปส่งออกมากถึง 123,009 ตัน ซึ่ง 80% จะส่งออกไปประเทศจีนสร้างรายได้ให้ชาวชุมพรกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี
ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนนี้ จะเป็นช่วงท็อปฟอร์มของทุเรียนชุมพร จังหวัดจึงได้จัดงาน “เกษตรแฟร์ และของดีเมืองชุมพร ประจำปี 2558” ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคมนี้ ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร อำเภอทุ่งตะโก ใครอยากไปชิมและไปเที่ยวชุมพรช่วงนี้น่าสนใจมาก จะได้รู้ด้วยตัวเองว่า ทุเรียนและผลไม้ชุมพร เมืองต้องห้าม..พลาด หรอยจังฮู้ขนาดไหน
.........................................
(หมายเหตุ เที่ยว “ชุมพร” ป่าเขียว เกลียวคลื่นเมืองหลวงกาแฟไทยและทุเรียนใต้ : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



