บันเทิง

แซบมาก!‘อ.สัญญาลักษณ์’ทุ่มสุดตัวดัน‘กะเทยหญิงจี้’

แซบมาก!‘อ.สัญญาลักษณ์’ทุ่มสุดตัวดัน‘กะเทยหญิงจี้’

15 ก.ค. 2558

แซบมาก! “อ.สัญญาลักษณ์” ทุ่มสุดตัว ดัน “กะเทยหญิงจี้” หวังกวาดงานโชว์

 
 
          นักแต่งเพลงชื่อดัง อ.สัญญาลักษณ์ ดอนศรี ไม่สนเสียงด่า ปั้นกะเทยโชว์แรงสนุก ฟันธงวงการเพลงยุคหน้า เน้นโชว์มากกว่า ไม่แคร์ใครจะวิจารณ์ เอากะเทยมาหากิน
 
          อ.สัญญาลักษณ์ ดอนศรี เจ้าของเพลง “ดาวมหาลัย” เปิดใจกับทีมข่าว คม ชัด ลึก ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงนักร้องคนล่าสุด ภายใต้การเป็นโปรดิวเซอร์ของตัวเองว่า
 
          “เป็นทางถนัดของตัวเอง นักแต่งเพลงนักปั้นกับนักมวยก็ไม่ต่างกัน มีความถนัดในการใช้อาวุธและชั้นเชิงการชกต่างกัน ผมมีความถนัดในการปั้นนักร้องที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนชาวบ้านอย่าง สาวมาด ปอยฝ้าย หญิงหวึ่งกะยายแหวง ฯลฯ เพลงของผมก็มีบุคลิกเพลงต่างจากเพลงคนอื่นๆ อย่าง “สาวลาดพร้าว” “ดาวมหาลัย” “มอเตอร์ไซค์ฮ่าง” เพลงตลกเสียงอิสาน หรืออย่างล่าสุดอย่างเพลง “เอิ้นอ้ายแหน่เด้อยามเธอมีแฮง” ของ โอ๋ พจนา อาร์สยาม “หลอยเมียมาเสียตัว” ของ เอ๋ พจนา เพลงแบบนี้ผมเชื่อว่าผมเอาอยู่ และแทบจะเป็นนักแต่งเพลงแนวนี้คนเดียวของวงการ ไม่มีใครเหมือน แต่บางครั้งก็ไปเหมือนเขา เพลงซึ้งเพลงช้าที่ได้รับความนิยมผมก็ทำ ทำในระดับหนึ่ง แม้จะไม่เปรี้ยงปร้าง ส่วนการนำเอากะเทยมาปั้น ผมมองว่ากะเทยเป็นสีสันของสังคมไทยมายาวนาน นักร้องที่เป็นกะเทยก็มีมากมายในวงการ แต่ซ่อนตัวเป็นอีแอบ ผมไม่ชอบทำอะไรแบบหลบๆ ซ่อนๆ จะปั้นกะเทยก็ต้องปั้นกะเทยจริงๆ ขายความกระแดะความดัดจริต ตอแหลของกะเทยออกมาเลย"
 
          ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากระแสต่อว่าทั้งเรื่องความเหมาะสมของการโชว์ การแต่งตัว คำพูดทำให้คนมองไหมว่าเพลงที่ทำออกมาดูไม่ดี อ.สัญญาลักษณ์บอกว่า
          “ได้ผลเลยการปั้น หญิงจี้ ทำให้ทุกคนหันมามอง ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มีทั้งชื่นชมและก่นด่า เพราะตัวหญิงจี้นั้นเขาแรงทั้งคำพูดและการแต่งกาย คนโทรมาด่ามาติงกับผมก็มาก ผมก็อธิบายไปว่ากะเทยก็คือกะเทยวันยังค่ำ ไม่ให้เขาขายความเป็นกะเทยจะให้เขาขายอะไร ไม่มีใครเปลี่ยนกะเทยได้หรอกเชื่อผม แม้แต่ผมก็บอกสอนเขาไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ก็ดุด่าว่ากล่าวให้เขาลดดีกรีความโป๊เปลือยลงมา ลดคำพูดคำจาที่แสดงออกทางเพศชัดเจนให้เบาๆ ลงมาหน่อย แม้ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่คิอว่าแจ้งเกิดให้เขาสำเร็จ มีคนรู้จักทั้งประเทศมีงานโชว์งานอีเวนท์เข้ามามาก ผมไม่แคร์ใครจะวิจารณ์ว่าเอากะเทยมาทำมาหากิน"
เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อเพศที่สามในสังคม อาจารย์คนดังกล่าวว่า
 
          “กะเทยเป็นเพศที่สังคมไทยไม่ค่อยให้เกียรติ ไม่ค่อยให้โอกาส เพราะจริตและนิสัยของเขามันขัดหูขัดตาศีลธรรม อย่างหญิงจี้นี่เธอก็ไปมาหลายค่ายนะแต่โดนปฏิเสธหมด ผมเลยหยิบเอามาทำดู ไม่สนใจหรอกว่าใครจะว่าอย่างไร เพราะผมไม่ใช่นักแต่งเพลงที่มีหน้ามีตาเป็นสถาบันที่คนเคารพนับถืออะไร ไม่ต้องห่วงภาพ ไม่ต้องกลัวเสียชื่อเสียง กะเทยมันก็เป็นเรื่องจริงของสังคมที่คนแสร้งมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสังคมก็ยังมีรอยยิ้มมีความสุขกับพวกเขาตลอดมา”
เมื่อถามถึงตลาดเพลงและตลาดโชว์โดยเฉพาะในภาคอีสานกับภาคกลางต่างกันแค่ไหน เจ้าตัวอธิบายว่า
 
          “ตลาดโชว์ภาคอีสานกับภาคอื่นๆ ต่างกันแน่นอน เพราะแต่ละภาคมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ถ้าทางภาคอีสานการโชว์แบบทะลึ่งตึงตัง โป๊เปลือย ใช้คำพูดหยาบโลน ตรงๆ อย่างหมอลำซิ่ง ชาวบ้านมองเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก แต่ในภาคอื่นๆ จะมีความอ่อนไหวรับไม่ได้ ศิลปินก็ต้องศึกษาและทำความเข้าใจวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่จะไปโชว์ไปแสดง เราเล่นฮาที่อีสานภาคอื่นอาจไม่ฮาด้วย ศิลปินต้องระมัดระวังให้ดี การทำโชว์สำคัญมาก ไม่จำเป็นต้องแรงมากเอาแค่พอเหมาะพอควรแต่ต้องประทับใจ นักร้องที่เพลงดังแต่โชว์ไม่ดีอาจมีงานแสดงเยอะในช่วงที่เพลงดังสุดๆ แต่พอกระแสเพลงอ่อนแรงพวก เจ้าภาพหรือคนจัดงานก็ไม่อยากจ้างอีก ผิดกับนักร้องที่เพลงอาจไม่ดังมากแต่ทำโชว์ออกมาดีจะมีงานแสดงต่อเนื่องแม้เพลงจะอ่อนแรงลงแล้วก็ตาม ถ้าเป็นนักร้องแล้วคิดจะรอให้เพลงดังแล้วไปยืนร้องทำปากพะงาบๆ อย่างเดียวเขาก็จ้างคุณแค่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นโชว์จึงเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับงานเพลงหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำในยุควงการเพลงขายแผ่นไม่ได้ ค่ายเพลงหันมาขายนักร้องแทนการขายแผ่นซีดี”