
'น้ำ'ของไช่มิงเหลียง
25 มิ.ย. 2558
"น้ำ" ของไช่มิงเหลียง : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ผมเคยไปสัมภาษณ์ อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน และเราคุยกันเรื่องสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ผู้กำกับชอบใส่เข้าไป หนึ่งในนั้นก็คือ “น้ำ” ซึ่งเริ่มต้นจากการดู The River ที่จะครบ 20 ปีอยู่รอมร่อ The River (1997) “เสี่ยวกัง” เป็นหนุ่มที่เกิดเป็นโรคประหลาดที่ไม่ว่าจะเป็นหมอแขนงไหนก็รักษาไม่ได้ ในขณะที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเขาก็เกินจะเยียวยา แม่ของเขามีชู้ และเสี่ยวกังก็ไปเผชิญหน้ากับพ่อในซาวน่าของพวกเกย์
“น้ำ” จากห้องชั้นบนรั่วไหลลงมานองในห้องของพวกเขา แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจที่จะแก้ไขปัญหา เป็นที่น่าสังเกตว่า “น้ำ” มักจะมีบทบาทสำคัญในหนังของไช่หมิงเหลียงอย่างในเรื่องนี้ ใน Rebel of the Neon God ก็เช่นเดียวกัน ห้องของอาฉือมีปัญหากับท่อระบายน้ำ ทำให้มีน้ำนองพื้นอยู่ตลอดเวลา
ในหนังเรื่องนี้ มีดารารับเชิญเป็นผู้กำกับหญิงชื่อดังของฮ่องกงคือ แอนน์ ฮุย เจ้าของผลงานเด่นเรื่อง Boat People เธอเล่นเป็นผู้กำกับหญิงที่ชักชวนเสี่ยวกังให้ไปแสดงเป็นศพตายลอยน้ำ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นโรคประหลาด
และต่อมาหลี่กังเจิ้งก็ไปเป็นดารานำแสดงคนหนึ่งในหนังของเธอเรื่อง Ordinary Hero ปี 1998 สถาบันภาพยนตร์ฝรั่งเศสเตรียมฉลองสหัสวรรษใหม่ด้วยการเชิญผู้กำกับ 8 คนจาก 8 ประเทศทั่วโลกให้ทำหนังเกี่ยวกับปี 2000 ไช่หมิงเหลียง ก็เป็น 1 ใน 8
เขาทำหนังเรื่อง The Hole ว่าด้วยไทเปที่มีพายุฝนจนเกิดอุทกภัย ผู้คนอพยพไปจนเกือบเป็นเมืองร้าง ช่างซ่อมท่อมาเจาะรูในห้องน้ำของเสี่ยวกัง แล้วก็อพยพไปโดยทิ้งรูไว้อย่างนั้น เขาใช้รูนี้เป็นที่แอบมองสาวที่อยู่ชั้นล่าง (หยางกุ้ยเหมย)
เขาแอบฝันถึงเธอ โดยไม่รู้ว่าเธอก็แอบฝันถึงเขาเหมือนกัน แล้วก็ตามเคย ทั้งสองก็ต่างคนต่างฝันกันอย่างเหงาๆ งานที่บ่งบอกได้ชัดเจนถึงความผูกพันของไช่หมิงเหลียงกับหนังชุดอังตวน ดัวแนล ของฟรังซัวส์ ทรุฟโฟต์ ก็คือ What Time Is It There (2001) เรื่องราวของหญิงสาว (เฉินเซียงฉี) ที่เดินทางไปปารีส ก่อนจะไป เธอไปซื้อนาฬิกาชนิดบอกเวลาสองประเทศจากพ่อค้าข้างถนน
(เสี่ยวกัง)
เธออยู่ปารีส แต่ยังคงรักษาเวลาของไต้หวัน ขณะที่เสี่ยวกังเองก็อยู่กับเวลาของปารีสเช่นเดียวกัน แม่ของเขา (หลูเสี่ยวหลิง) อยู่กับเวลาของพ่อ (เหมียวเทียน) ที่ตายไปแล้ว ช่วงหนึ่งของหนังเรื่องนี้ใช้ดนตรีประกอบของจอร์จ เดอเลอรู จากเรื่อง 400 Blow ของทรุฟโฟต์ มีฉากที่เสี่ยวกังดูวิดีโอหนังเรื่องนี้อยู่ที่บ้าน และตอนท้ายของเรื่อง
หญิงสาวก็ได้พบกับฌ้อง-ปิแอร์ เลโอด์ หนังเรื่องนี้มีชื่อภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งว่า 7 to 400 Blow ผลงานล่าสุดของ ไช่หมิงเหลียง คือ Goodbye Dragon Inn (2003) คราวนี้เขาไปไกลเกินกว่าใครจะคิดได้
เรื่องของการฉายหนังรอบสุดท้ายของโรงหนังเก่าๆแห่งหนึ่งในไทเป (โรงหนังโรงนี้ปรากฎอยู่ในหนังของเขาหลายเรื่อง) หนังที่ฉายคือเรื่อง Dragon Inn หนังกำลังภายในยุคปี 1960 ของคิงฮู ผู้กำกับชื่อดังคนหนึ่งของฮ่องกง (ซึ่งเหมียวเทียนเป็นผู้ร่วมแสดงอยู่ด้วยคนหนึ่ง) คนดูในโรงมีไม่ถึงยี่สิบคน และส่วนใหญ่ก็มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อื่น ไม่ใช่การดูหนัง
เหมือนกับตามโรงหนังชั้นสองในบ้านเรา
คนที่มีบทมากหน่อยคือหนุ่มญี่ปุ่น (คิโยโนบุ มิตามูระ) ซึ่งเข้าไปเผชิญเรื่องชวนอกสั่นขวัญแขวนในโรงหนัง นอกจากนี้ก็มีเรื่องของพนักงานทำความสะอาดสาวขาพิการ (เฉินเซียงฉี)ที่แอบหลงรักคนฉายหนัง (เสี่ยวกัง) ที่ว่าเขาไปไกลเกิดคาดก็เพราะว่าจากปกติที่เขาไม่ค่อยให้ผู้แสดงนำของเขามีบทพูดในหนังแล้ว คราวนี้หนังทั้งเรื่องมีบทพูดอยู่เพียงสี่ประโยค (พูดโดยหนุ่มญี่ปุ่นกับเฉินเจาจง)
ใครสนใจลองไปหา dvd มาดูได้
........................................
(หมายเหตุ "น้ำ" ของไช่มิงเหลียง : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



