บันเทิง

'แผ่นดินของเรา เดอะ มิวสิคัล'

'แผ่นดินของเรา เดอะ มิวสิคัล'

25 มิ.ย. 2558

'แผ่นดินของเรา เดอะ มิวสิคัล' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
 
          ความที่เรื่องราวในแบบมหากาพย์แห่งชีวิต มีตัวละครมากมายประสบชะตากรรม นำพาชีวิตระหกระเหิน ผ่านความทุกข์ทน ผจญอุปสรรค ระคนสุข เศร้า คลุกเคล้าปะปน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นใน แผ่นดินของเรา ล้วนมาจาก‘Passion’  ของมนุษย์ผู้เต็มไปด้วยความปรารถนา ตกบ่วงของกิเลส ลุ่มหลงมัวเมาในรัก จนนำพามาสู่โศกนาฎกรรมอันน่าสะเทือนใจ
 
          น่าเสียดายที่วรรณกรรมระดับขึ้นหิ้งของบรมครูนักประพันธ์ มาลัย ชูพินิจ ที่ถูกปัดฝุ่นหยิบนำมารังสรรค์ในรูปแบบละครเวทีเรื่องนี้ ยังไม่สามารถเรียงร้อยถ้อยความ ฉวยฉกมหากาพย์ชีวิตที่ภินภังค์ของสามสาวพี่น้องและหัวใจอันยิ่งใหญ่ของชายคนหนึ่ง ให้กลมกล่อมลงตัวในเวลากว่าสามชั่วโมงได้เพียงพอ ปัญหาสำคัญคือบท ที่เกลี่ยน้ำหนักอย่างผิดที่ผิดทาง การพยายามเล่าเรื่องอย่างเร่งรีบและรวบรัดหลายๆฉากในองก์แรก ดูเหมือนจะทำให้น้ำหนักของตัวละครบางคนดูเบาบาง ส่งผลให้การกระทำในฉากต่อๆมาดูขาดไร้เหตุผล ขาดความเชื่อในแรงปรารถนาที่ผลักให้ตัวละครตกอยู่ในความลุ่มหลง เห็นได้ชัดคือการตัดสินใจกระทำบางอย่างของภัคคินี จิระเวสน์ ที่ส่งผลต่อเรื่องราวดูจะขาดไร้น้ำหนักไปอย่างน่าเสียดาย หรือกระทั่งความสัมพันธ์ของนเรนทร์ หนุ่มเจ้าสำราญและหญิงงามเพียบพร้อมทุกกิริยาอย่างอัจฉรา ก็ถูกปูพื้นแค่เล่าผ่านๆอย่างฉาบฉวย ทั้งๆที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ส่งผลไปสู่รู้สึกเคียดแค้นชิงชังของพี่สาวคนโตแห่งบ้านจิระเวสน์ ในองก์ที่สอง ที่ละครตอกย้ำให้ตัวละครตัวนี้ รู้สึกชิงชังอยู่ตลอดเวลา การวางน้ำหนักของบทละครดูจะเป็นปัญหามากทีเดียวในองก์แรกของ “แผ่นดินของเรา” ในขณะที่องก์สอง คือการฉายภาพความทุกข์ทนของตัวละครทุกคนที่ได้รับจากชะตากรรมที่ต่างมีส่วนร่วมสร้างกันเอาไว้ และก็ดูจะเป็นสิ่งดีที่สุดของละครเวทีเรื่องนี้ นั่นก็คือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงทุกคน ไม่ว่านักแสดงนำหรือสมทบ ที่ต่างถ่ายทอดความทุกข์ตรมของตัวละครในบทบาทที่ตัวเองสวมอยู่อย่างเข้าอกเข้าใจ ผ่านการตีความตามบทประพันธ์ เป็นความน่าอัศจรรย์ของศาสตร์การแสดงบนเวทีศิลปะการละครไทยเเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
 
          แม้ก่อนหน้านี้หลายปี ใหม่ เจริญปุระ จะเคยรับบทภัคคินี ในละครโทรทัศน์จากฝีมือการกำกับของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล มาก็ตาม ความเข้าใจในความคิดอ่านของเด็กสาวหัวสมัยใหม่ ที่เอาเข้าจริงเธอก็ไร้เดียงสาต่อโลกและผู้คนรอบข้าง จนนำมาซึ่งโศกนาฎกรรมรันทดที่มนุษย์คนหนึ่งพึงประสบ การได้ทำความรู้จักและสวมทับตัวละครลูกสาวคนเล็กแห่งตระกูลจิระเวสน์มาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้การแสดงของใหม่ในแทบทุกฉากที่เธอปรากฎตัวคือการถ่ายทอดด้วยวิญญาณของเด็กสาวไร้เดียงสาที่ผลกรรมจากชายคนรักนำพาชีวิตตกต่ำคือมีทั้งความน่ารักสดใสและชีวิตชีวาในองก์แรก และรันทดชอกช้ำจนน่าเวทนาในองก์ต่อมา และก็สามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมทั้งโรงละครจนมาถึงฉากสุดท้ายในที่สุด (แต่น่าเสียดายที่หลายฉาก ทักษะการร้องเพลงของเธอเหมือนแค่พาเราไปดูคอนเสิร์ต ) แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ทุกๆอารมณ์ที่ส่งมาถึงคนดูนั้น ส่วนหนึ่งมาจากตัวละครแวดล้อม โอบอุ้มภัคคินีที่ทั้งส่งพลังให้โดดเด่น ปะทะและขับเน้นอารมณ์ในฉากสำคัญๆจนถึงประคองและรับส่งการแสดงกันอย่างกลมกลืนลงตัว จนทำให้แผ่นดินของเรา เป็นละครเวทีที่มีการแสดงยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ อัจฉรา (รับบทโดย ปนัดดา เรืองวุฒิ) สายสวรรค์พี่สาวคนกลางที่คนในบ้านเรียกเธอแม่อึ่ง(รับบทโดย รัดเกล้า อามระดิษ) อาธำงค์ ผู้ชายคนแรกที่เธอรักและคนสุดท้ายที่ยังรักเธอ(รับบทโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง)
 
          ส่วนตัวละครสมทบ บางคนอาจยังใหม่ต่อละครเวที อาทิ ดอม เหตระกูล ในบท นเรนทร์ การแสดงของเขายังน่าชมเชยแม้จะมปัญหาเรื่องการร้องเพลงก็ตาม(แถมยังเจอของยาก เมื่อต้องร้องดวลกับใหม่ ในเพลงใจที่ร้อนรุ่ม)  ในขณะที่ สุเชาว์ พงษ์วิไล ในบท ‘พ่อ’ พระวรนาถประณต แม้จะยังติดการแสดงแบบละครทีวีและหนังอยู่บ้างโดยฉพาะเรื่องของไดเรคชั่น แต่เมื่อถึงฉากที่ตอกย้ำพ่อผู้หัวใจสลายจนต้องทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ความเก๋าเก่าประสบการณ์ของสุเชาว์ ก็ถ่ายทอดอารมณ์อาลัยอาวรณ์ได้อย่างทรงพลัง เช่นเดียวกับ นนทิยา จิวบางป่า แม้จะมีบทเล็กๆของแม่ ผู้ใจดี แต่ในฉากที่หวนไห้โหยหาลูกสาวสุดที่รัก คุณเจี๊ยบ เล่นและร้องได้อย่างยอดเยี่ยม สมกับอดีตนักร้องดีกรีรางวัลระดับประเทศเลยทีเดียว ไม่ต่างกับ ลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ ที่บทสุชาดา เพื่อนสาวคนสนิทของนเรนทร์ ที่ความสามารถทางการแสดงก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าการร้องเพลงของเธอ น้ำเสียงจากเพลง ไม่รักแต่เวทนา ที่เธอชายตามองอดีตคนรักเก่า ถือเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดฉากหนึ่งของละครเรื่องนี้
 
          การเลือกบทประพันธ์ การคัดเลือกนักแสดง ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของผู้สร้างละครเวที “แผ่นดินของเรา เดอะ มิวสิคัล” เรื่องราวมหากาพย์แห่งโศกนาฎกรรมชีวิต ที่ถ่ายทอดโดยกลุ่มนักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกให้มารับบทต่างๆได้อย่างเหมาะสมยิ่ง ที่สำคัญการได้เห็นนักแสดงระดับมืออาชีพ เล่นกันอย่างสุดชีวิตหัวจิตหัวใจโดยไม่ประณีประนอมออมมือ ถ่ายทอดและส่งอารมณ์มาถึงผู้ชม จนรู้สึกร่วมไปกับเรื่องราวและรู้สมกับความเศร้าสะทือนใจในชะตากรรมตัวละคร ผ่านการกำกับโดยมารุต สาโรวาท ที่สามารถควบคุมการแสดงอารมณ์ในแต่ละฉากได้อย่างยอดเยี่ยม การเข้ามาของเพลงที่ถูกจังหวะเวลา การเปลี่ยนฉาก เข้าออก อย่างลงตัว ทำให้ละครเรื่องนี้ได้มาตรฐานละครเวทีชั้นดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว โดยจะเปิดการแสดงสัปดาห์นี้ 3 รอบสุดท้าย ศุกร์ที่ 26 - อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ ที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย
 
........................................
(หมายเหตุ 'แผ่นดินของเรา เดอะ มิวสิคัล' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)