
ขบคิดขีดเขียน:'ก็แค่ไม่ชอบ...'
23 มิ.ย. 2558
'ก็แค่ไม่ชอบ...' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
ก่อนอื่นหญิงยศขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นที่ Charleston, South Carolina เหตุการณ์ที่วัยรุ่นผิวขาวคนหนึ่งอายุเพียงแค่ 21 ปีถือปืนที่เขาเพิ่งได้รับเป็นของขวัญวันเกิด เดินเข้าไปในโบสถ์ของคนผิวสี เขานั่งร่วมอยู่ในพิธีเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วประกาศว่า “ผมมาที่นี่เพื่อฆ่าคนผิวดำ” แล้วใช้ปืนยิงคนผิวดำตายทั้งหมดเก้าคน หนึ่งในนั้นคือบาทหลวงที่ประกอบพิธีในโบสถ์นั้นเอง...
ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกซีกโลกหนึ่ง แต่เราปฏิเสธไม่ได้นะคะว่า เหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดนี้มันดึงใจเราให้ตกลงได้ทันที ชีวิตคนที่ต้องสังเวยไปกับความเกลียดชังส่วนตัวของคนๆ เดียว หลายครอบครัวกลับต้องสูญเสียคนที่พวกเขารักไปตลอดกาล ประธานาธิบดีบารัก โอบาม่า ออกมาแถลงการณ์ด้วยหัวใจที่เห็นได้ชัดว่าบอบช้ำ เขาพูดออกมาว่าเขาต้องแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์แบบนี้บ่อยเกินไป และโศกนาฏกรรมเช่นนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นในประเทศอื่นนอกจากสหรัฐอเมริกา...
ด้วยความเคารพนะคะ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยค่ะท่านคะ
เห็นด้วยค่ะว่าการลากปืนเข้าไปยิงคนหมู่มากในที่สาธารณะนั้น ไม่ค่อยเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ แต่ความเลวร้ายที่มาจากการเกลียดชังกันนั้น มันมีในทุกประเทศค่ะ แม้ว่าสเกลอาจจะไม่ใหญ่ขนาดเกิดการฆ่าแกงกันเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นทุกวันในทุกหย่อมหญ้าทั่วโลก เราเพียงแต่แทนที่ปืนนั้นด้วยปาก และแทนที่ลูกกระสุนด้วยคำพูดที่เราทำให้มันดูเบาลงด้วยคำว่า เม้ามอย พูดเล่นๆ อำขำๆ ไม่ได้ตั้งใจประมาณนั้นนั่นเอง โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่โซเชียล มีเดียกลายเป็นทั้งใบเบิกทางและโล่กำบังให้นักเลงถือปืนได้เป็นอย่างดี เรามองหาเป้าหมายแล้วใช้คีย์บอร์ดโจมตีกันและกันได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุผลง่ายๆ สั้นๆเพียงแค่คำว่า “ไม่ชอบ” เท่านั้นเอง...
เด็กผู้ชายผิวขาวคนนั้นยิงคนผิวสีไปทั้งหมดเก้าศพก็ด้วยเหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ คำเดียวกันนี้นี่เอง
หญิงยศได้พูดคุยกับพี่สาวที่น่ารัก พี่อ้อม สุนิสา เมื่อไม่กี่วันก่อน พี่อ้อมพูดไว้น่าสนใจคำหนึ่งค่ะว่า “คนสมัยนี้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรหรอก รู้แค่ว่าตัวเองไม่ชอบอะไรเท่านั้น” ฟังแล้วต้องหยุดคิด มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ คนไม่รู้จักตัวเองว่าตัวเราชอบอะไรหรือมีความสุขกับอะไร เขาแทบจะไม่สนใจตามหาความชอบของตัวเองด้วยซ้ำ คนส่วนมากให้ความสนใจแต่ว่า “เขาไม่ชอบอะไร” ไม่ชอบคนๆ นี้ ไม่ชอบดาราคนนี้ ไม่ชอบอาหารแบบนี้ ไม่ชอบละครเรื่องนี้ ไม่ชอบผิวสีนี้ ไม่ชอบหน้าแบบนี้ ไม่ชอบหุ่นแบบนี้ สารพัดจะไม่ชอบ สารพัดจะเกลียด ที่น่าเศร้าก็คือ เขาแทบจะไม่เคยถามตัวเองด้วยซ้ำว่า เหตุผลที่ไม่ชอบนั้นเกิดมาจากอะไร รู้แค่ว่าไม่ชอบแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาด่าลงไอจี ตั้งสเตตัสในเฟซบุ๊ก สร้างโปรไฟล์ปลอมมาตั้งกระทู้เพื่อจิกด่า ลงทุนสืบหาข้อเท็จจริงมาสนับสนุนความเกลียดชังส่วนตัวของตัวเอง แต่ไม่เคยหาเหตุผลให้ตัวเองเลยว่า ทำไปขนาดนั้นเพราะอะไร...
ก็แค่ “ไม่ชอบ”... แค่นั้น หลายครั้งเพื่อนร่วมงานกันนี่แหละ ขัดแข้งขัดขา เม้ามอยกันสนุกสนาน ทำเป็นเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตั้งกรุ๊ปไลน์ทับซ้อนกันไปมา จนบางทีก็โพสต์ลงผิดกลุ่มบ้างอะไรบ้าง โดนจับได้ก็ทำขำๆ ว่าก็แหม เม้ากันเล่นๆ ไม่ได้ซีเรียสซะหน่อย แปลกนะคะ คนเราทุกวันนี้ อ้าปากว่าคนอื่นไม่อื่นไม่คิดทบทวนใดๆ แต่จะเข้าวัดทำดีทีคิดแล้วคิดอีก แพลนแล้วแพลนอีก... อดคิดไม่ได้ว่านี่เราอยู่ในยุคไหนกันแน่
เทียบความสูญเสียกันแล้วคงเทียบไม่ได้กับการเข่นฆ่าเอาชีวิตกัน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในใจนั้น ไม่ต่างกันกับการที่คุณยกปืนขึ้นเล็งไปที่ใครคนหนึ่งหรอกค่ะ..
อย่าเอาแต่บริหารความเกลียดชังเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย... ปีศาจร้ายมันขยายพันธุ์ง่ายกว่าที่เราคิดนะคะ
........................................
(หมายเหตุ 'ก็แค่ไม่ชอบ...' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



