
ยูฟัน...ฟันยู...และประสบการณ์การเกือบโดนฟัน!(ของหนู)
23 มิ.ย. 2558
ยูฟัน...ฟันยู...และประสบการณ์การเกือบโดนฟัน!(ของหนู) : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
�
�
� � � � � คงไม่ต้องสารยายความกันมากเกี่ยวกับ คดียูฟัน เพราะคุณผู้อ่านก็คงอ่านเรื่องราวกันมากว่า 2 เดือนแล้วจากหน้าข่าวหนังสือพิมพ์, ทีวีและทุกๆ สื่อ ผมเองในฐานะ ผู้ประกาศข่าว อ่านข่าวทุกเช้าที่ไทยรัฐทีวีก็อ่านข่าวนี้มายาวนานต่อเนื่องทุกวันมาตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2558 คำพูดหลายๆ คำเป็นคำที่เข้าปากไปแล้วหลับตาอ่านได้ เช่นชื่อ พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบตร.ที่ทำคดีนี้ หรือจะเป็นคำว่า ชุดคลี่คลายคดีเครือข่ายยูฟัน ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน(ยูฟัน) ตัวย่อ บก.ปคบ.ที่จำได้ขึ้นใจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค�
�
� � � � � ในที่สุด..ชื่อสถานที่และตัวละครทั้งหมดที่เคยอ่านผ่านปากไปก็กลายเป็นสถานที่และบุคคลที่ผมต้องพบเจอจริงๆ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา เริ่มต้นจากเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน เจ้าพนักงานตำรวจโทรศัพท์มาเรียกตัวให้ไปพบในเช้าวันรุ่งขึ้นทันที ..เมื่อขอต่อรองไปว่าขอไปพบเช้าวันอาทิตย์ เนื่องจากวันเสาร์รุ่งขึ้นนั้นเป็นวันสำคัญของลูกสาวที่นัดเพื่อนโรงเรียนอนุบาลมาทานข้าวร้องเพลงการ์ตูนดีสนีย์กันที่บ้านมีแขกกว่า 20 คนและผมเป็นกำลังหลักทั้งในเรื่องปิ้งย่างอาหารและเอ็นเตอร์เทน ..อาจดูเป็นเหตุผลที่ดูสำคัญน้อยกว่าการออกหมายเรียก คุณตำรวจจึงต้องใช้ยาแรงกับผมคือ ถ้าไม่มา เราก็จะต้องออกหมายจับ ... ฟังคำนี้ปุ๊บก็ขนลุกซู่เลยครับ ผู้ใหญ่สายข่าวที่เคารพนับถือโทรมาด้วยเสียงซีเรียสว่า คุณงานเข้าแล้ว... และสถานการณ์ไม่ดี�
�
� � � � � เหตุที่ทำให้ประสบก็คือวันนั้นเป็นวันศุกร์สุดท้ายก่อนปิดสำนวนคดีนี้ส่งอัยการในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปคบ.ได้รับแผ่น DVD บันทึกภาพงาน The Black Night Party By URICH หลักฐานสำคัญโค้งสุดท้ายที่แหกโค้งมาถึงมือตำรวจได้โดยพลเมืองดี เมื่อเปิดวิดีโอดังกล่าวความยาว 1 ชั่วโมงครึ่งก็พบกับ ผม ผู้ซึ่งรับหน้าที่เป็น พิธีกร ของงานในค่ำคืนนั้น (13 ธันวาคม 2557) ที่โรงแรมรามาการ์เด้น ย่านวิภาวดีรังสิต ...ที่ประชุมตำรวจลงความเห็นกันว่า นายพงศ์สุขนั้น คล่อง มากพูดจาฉะฉานและได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ยูโทเค่น สกุลเงินอิเลกทรอนิกของเครือข่ายนี้ คล่องขนาดนี้น่าจะเป็นสมาชิกของเครือข่ายแน่ๆ ครบองค์ประกอบความผิด ไหนเรียกลองเรียกมันมาสอบปากคำซิ? ...�
�
� � � � � ผมรับทันทีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผมไปเป็นพิธีกรงานดังกล่าวจริง แต่ในวันที่ 13 ธันวาคม ปีที่แล้วผมและคนทั้งสยามประเทศก็ยังไม่มีใครรู้ได้ว่า ยูฟัน คือบริษัทแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชน ตำรวจยังไม่ได้จับและยังไม่มีการประกาศเป็นความผิด ..ผมมีสัมมาอาชีพเป็นพิธีกรมา 17 ปีแล้ว จึงรับงานตามสายอาชีพเมื่อมีบริษัทผู้จัดออแกไนเซอร์ติดต่อเข้ามาแล้วระบุว่าเป็นงานเปิดตัว เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ตัวใหม่ ...แต่เมื่อไปถึงงานก็พบกับบรรยากาศอีกแบบเป็นลักษณะงานเลี้ยงฉลองชัย ทุกคนใส่สูททักซิโด้,ราตรีสีดำมากันเต็มยศ ผมถูกพาเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อซักถามสคริปต์งานที่ผมได้รับฉบับสมบรูณ์ทางอีเมลเมื่อเวลา 13.02น. ของวันนั้น (ผู้จัดนัดหมาย 17.00 น.) เรียนด้วยความมึนแบบจริงใจเลยว่า ไม่ได้ค้นข้อมูลประกอบไปก่อน ปกติผมมีดนัย DriverAEC ขับรถให้ ระหว่างเดินทางไปถึงสถานที่จัดงานผมจะมีมือว่างและอ่านสคริปต์ทำการบ้านไปได้ก่อนถึงงานอยู่แล้ว แต่งานนี้อ่านๆ ไปก็รู้สึกแหละว่ามันดูเสี่ยวๆ ใช้ศัพท์ไอทีปนกันมั่วไปหมดเช่น ระบบ U-Token อันยอดเยี่ยมของเราเป็น E-Money ที่อาศัย E-Marketplace ที่เป็น Internet Platform อันยอดเยี่ยมและเป็น E-Commerce ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ UBTMall.com เรียกภาษาบ้านๆ ว่ากระแดะมาก ไทยคำอังกฤษคำ ..แต่ปกติมันก็เป็น หน้าที่ของผม อยู่แล้วที่ต้องอธิบายเทคนิคเหล่านี้ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้คน เจ้าภาพ-ผู้จัดต่างๆ ที่จ้างงานก็คาดหวังสิ่งนี้จากผมกันทั้งนั้น ..ผมเก็บความสงสัยบางอย่างในสคริปต์ไปถามกับเจ้าภาพ พบ นายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า สมาชิกระดับแถวหน้าของเครือข่ายยูฟัน (ที่ต่อมาโดนจับไปเป็นคนแรกเลย) เขาแสนกล้าสมชื่อเขากล้าทำธุรกิจนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสันและเป็นเจ้าของงานในค่ำคืนนั้น แกเล่าสิ่งที่ผมสงสัยว่า ยูโทเค่นคืออะไร? ให้ฟังโดยเรียกแทนตน อ.นัด และ พี่นัด เวลาพูดกับผม ได้อธิบายว่ามันเป็นสกุลเงินอิเลคทรอนิกส์ ผมเองถามสวนว่าใช่แบบเดียวกับ บิตคอยน์ หรือไม่? แกส่งสายตามองผมอย่างสนใจ ใช่เลยคุณหนุ่ยนี่หลักแหลมมากที่เข้าใจบิตคอยน์ ..แต่บิตคอยน์ไม่ได้รับการยอมรับจากธนาคารแห่งประเทศไทยนี่ครับ? ผมแย้งต่อด้วยความสงสัย อ้าว! ก็ของเราได้รับการยอมรับจากประเทศมาเลเซียนี่นา เขาเสริมให้ผมมั่นใจ แต่ถึงอย่างไรกฎหมายไทยก็ไม่อนุญาตให้มีการตั้งสกุลเงินเองนี่นา ผมยังสงสัยอยู่แบบเด็กโลกสวย ..เขาจึงปิดท้ายการอธิบายด้วยประโยคเด็ดว่า ทุกอย่างอยู่ในโลกไซเบอร์...คุณหนุ่ยก็เข้าใจโลกไซเบอร์ดีมิใช่รึ? หลังจากนั้นผมก็หันกลับมารับบรีฟจากทีมสตาฟ์จากบริษัทออกาไนเซอร์ที่รับหน้าที่ดูแลงาน�
�
� � � � � งานดำเนินไปอย่างคึกคักตามที่วิดีโอแผ่นที่ตำรวจได้หลักฐานมาบันทึกไว้ ผมเพิ่งได้ดูไฟล์บันทึกภาพนี้ครั้งแรกที่บก.ปคบ.ไปพร้อมๆ กับนักข่าวจำนวนมากที่รุมล้อมรอทำข่าว นึกในใจ เออ..กุคล่องแคล่วเกินไปอย่างที่คุณตำรวจเค้าบอกจริงๆ ตำรวจพินิจว่าผมพูดได้เองโดยไม่ได้อ่านสคริปต์เลย.. ผมโชคดีที่ไฟล์สคริปต์ยังถูกรื้อออกมาได้จากอีเมลของภรรยา ทั้งๆที่ผมเพิ่งเคลียร์เมลบ๊อกซ์แบบยกเข่งไปไม่นานนี้ (ตอนพลตำรวจโทสุวิระบอกกับผมทางโทรศัพท์ว่าให้หาหลักฐานปกป้องตนเองที่เป็นสคริปต์มาแสดงด้วยให้ได้ ผมขนลุกซู่เลย เพราะผมเพิ่งเคลียร์ Gmail ไปเกลี้ยง) งานนี้ก็เรียกว่ารอดได้เพราะภรรยาแหละครับ ภาพบ่งชี้ว่าผมถือ iPad Air2 เครื่องที่ภรรยาผมซื้อให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงานเมื่อปีก่อน ผมถือเครื่องเดิมไปเลยพร้อมบอกคุณตำรวจว่า นี่..ไง เห็นไหมครับว่าผมมีจังหวะก้มอ่านสคริปต์บ้างเป็นระยะๆ ..ต่อไปนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจการทำงานที่คล่องแคล่วเกินไปของผมว่าควรก้มอ่านสคริปต์บ้างอย่าได้อาย�
�
� � � � � กระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและยากมากต่อการลงรายละเอียดสำนวน ผมเกือบไปแล้วจริงๆ กับเท้าที่เหยียบเข้าตะรางไปแล้วครึ่งหนึ่ง เส้นแบ่งระหว่างการเป็น ผู้ต้องหา กับ พยาน นั้น บางมากๆ .. ตำรวจทั้งคณะเชื่อใจผมว่าผมอ่านและพูดมันออกมาจากสคริปต์งาน และสคริปต์งานชิ้นนี้ก็ดันมี รายชื่อ ของผู้ได้รับรางวัลในค่ำคืนฉลองชัยอีก 44 รายนาม (บางรางวัลนั้นซ้ำคนกันบ้าง) ..ตำรวจชุดคลี่คลายคดียูฟันนี้จึงตัดสินใจร่วมกันที่จะกันผมออกไปเป็น พยาน และเป็น พยานปากสุดท้าย ของคดีนี้ พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา (เมตตาสมชื่อครับ) ได้แถลงต่อหน้าสื่อมวลชนว่าตำรวจทำงานไปได้ 98% แล้วและผมเป็น 2% สุดท้ายให้ตำรวจทำงานครั้งนี้ได้ 100% เต็ม ... ท่านอนุญาตให้ผมกลับบ้านได้ชั่วคราวเพื่อไปดูแลงานเลี้ยงของลูกสาว โดยย้ำว่า ผมเข้าใจความรู้สึกคุณ และผมกลับสู่บก.ปคบ.อีกครั้งในอีก 3 ชม.ถัดมา และได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจโดยการตอบทุกคำถามให้เหมาะสมกับความรู้ที่มี ผมได้เห็นเอกสารสำนวนกองโตที่ตำรวจทำมาตลอด 3 เดือน แค่เอกสารคำพูดของผมจากแผ่น DVD ที่ตำรวจต้องถอดออกมาก็หนามากเกินกว่าวิทยานิพนธ์ 1 เล่มแล้ว (เวลาชั่วโมงครึ่ง ผมพูดมันอะไรหนักหนานะ?) คุณตำรวจถามผมว่าผมพูดอย่างไรถึงได้ตั้ง 70,000 บาท คุณตำรวจท่านนี้จบดร.ด้วย บ่นตัดพ้อแบบขำๆ ว่า ผมถูกราชการเชิญไปพูดให้ผมชั่วโมงละ 300 บาทเอง บางทีพูดเสร็จให้แค่ ปากกา มาด้ามเดียว! (ฮา) ... ผมชี้ชัดคุณตำรวจไปว่า ผมแค่รักษาความเป็นมืออาชีพของผม ผมรู้สึกแปลกๆ แหละกับงาน แต่ผมก็ไม่สามารถเดินหันหลังออกมาได้ก่อนจบงาน น้องสตาฟทั้งชาย-หญิงถามตอนเดินมาส่งผมที่รถว่า มันเป็นไปได้จริงๆหรือพี่ไอ้ยูฟันเนี่ย? ผมทำได้ดีที่สุดตอนนั้นคือคือตอบไปว่า เงินที่ขึ้นพรวดๆ ในแอพมันคือเลขสมมติ มันคงสมมติให้เราคิดว่าได้แล้ว แต่แท้จริงแล้วเรายังไม่ได้เบิกเงินมันออกมาจริงต่างหาก! พี่ว่าถ้ามันจริงอ่ะนะ...ก็คงไม่มีใครต้องลำบากประกอบสัมมาอาชีพแบบสุจริตชนกันหรอกนะ ...สู้ๆ ครับคนทำงานสุจริตชนทุกคน :) �
�
.......................................
(หมายเหตุ ยูฟัน...ฟันยู...และประสบการณ์การเกือบโดนฟัน!(ของหนู) : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)
�
�
�



