บันเทิง

'ข้างหลังคอนฯ (3)'

'ข้างหลังคอนฯ (3)'

22 มิ.ย. 2558

'ข้างหลังคอนฯ (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          การได้เจอคนดีๆ ที่ให้โอกาสเรานั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะได้เจอสักกี่ครั้งในชีวิต ถึงเส้นทางชีวิตฉันจะไม่ค่อยดีแต่ฉันก็ยังโชคดีที่มีคนดีๆ ให้โอกาส และครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ “พี่ฉอด” สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ได้มอบให้กับฉันด้วยความเมตตาอีกครั้ง...ในคอนเสิร์ต 10 ปี เอ-ไทม์ โชว์บิส
 
          จากวันซ้อมมาจนถึงวันแสดงจริง ฉันตื่นเต้นและตั้งตารอคอย...รอให้มันจบลงซะที! และแอบภาวนาในใจว่า...ขอให้มันออกมาดี และถูกใจคนดู... เมื่อ “คอนเสิร์ต” มีไว้สำหรับคนที่ทุ่มเทและตั้งใจจริงตั้งแต่ศิลปินไปจนถึงทีมงานเบื้องหลังทุกคน การทำงานกับทีมงานมืออาชีพที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในการจัดคอนเสิร์ตมันช่วยลดความกังวลและความประสาทแดรกลงไปได้ เพราะทุกคนมุ่งหวังให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ใครต่อใครจึงหมั่นซ้อมแล้วซ้อมอีก เพื่อจับผิดหาข้อบกพร่องในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จนกว่าจะถึงวันแสดงวันสุดท้าย เมื่อมันถูกเรียกว่า “คอนเสิร์ต” ไม่ใช่ “โชว์” ธรรมดามันจึงไม่สามารถทำตัวสบายๆ ได้ ความละเอียดของเวลาถูกจับเป็นวินาที ความต่อเนื่องและขึ้นลงของอารมณ์เพลงจะต้องลื่นไหลและไม่สะดุด บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นนักมายากลที่ถูกมัดอยู่ในแท็งก์น้ำแล้วต้องรีบถอดกุญแจมือหรือเชือกที่มัดตัวเราไว้แล้วทะลึ่งตัวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำให้ทันเวลาหายใจเฮือกสำคัญพร้อมกับฟังเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง...สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจับมือสมานฉันท์กับการแสดงที่ซ้อมไว้จนแม่นยำ เพื่อให้มันคู่ควรกับเสียงปรบมือที่แสดงความพึงพอใจของคนดู นี่แหละสิ่งที่คาดหวัง! ถ้าไม่เช่นนั้นก็ “ดับ” คาเวทีนั่นแหละ! การได้ร่วมงานกับเอ-ไทม์ โชว์บิส เหมือนฝ่าด่านอรหันต์มนุษย์ทองคำ ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งคุย มันยากและประณีตสุดๆ... ที่นี่สอนฉันว่า...จงร้องและแสดงให้เหมือนกับไม่มีพรุ่งนี้อีกแล้ว! 
 
          เบื้องหน้าที่ดูเป็นระบบระเบียบบนเวทีสวยงามตระการตาและอลังการงานสร้างนั้น อยากให้เห็นเบื้องหลังของจริงหลังเวทีในห้องแต่งตัวจริงๆ ค่าคุณตำรวจ! เวิ่นเว้อ วึ่นวือ วุ่นวาย พลุ่งพล่านร่านเสียว และมากมายคล้ายจะเป็นลม ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่กางโต๊ะแต่งตัวชิดฝา แบ่งเป็นโซนๆ ให้ศิลปินแต่ละกลุ่มแต่ละคนนั่งแยกกันแต่งตัว ทีแรกก็ต่างคนต่างอยู่ สักพักก็จับกลุ่มกัน โต๊ะที่ฉันนั่งติดกับ “คุณก้อง” สหรัถ ตามดำริของนาง ตอนนางยังไม่มาฉันก็ไม่รู้จะหันหน้าไปคุยกับใคร เหมือนมีเขตแดนติดกับนิวยอร์กทางซ้าย (ไทเทเนียม) และปารีสทางขวา (ติ๊นา) เอิ่มคุณคะ....กรูเป็นเจ๊กคนเดียวในคอนฯ จะให้คุยกับใครคะ จะไปคุยกับเจ๊แม่ “พี่แอม” เสาวลักษณ์ นางก็นั่งอยู่ไกลแถมไม่สบายเป็นไข้ เจ็บคอ เป็นฝีใต้รักแร้ ขืนชวนนางคุย หัวเราะแรงไปฝีอาจแตกได้! ฉันก็ได้แค่เอายาจีนที่ต้มกินแก้ร้อนในใส่กระป๋องไปส่งนางแล้วกลับมานั่งนิ่งๆ เหมือนหมาเหงา ที่สำคัญที่หัวโต๊ะใหญ่กลางห้องนั้น คุณสาย(ทิพย์) นั่งส่งสายตาเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองจ้องกดดันพวกโอ้เอ้เถลไถลช่างเม้าท์ และแต่งตัวช้า นางเหมือนกับพวกสไนเปอร์ที่คอยดักซุ่มยิง! น่ากลัวจริงๆ ค่ะคุณ! 
 
          “ขอให้ทุกคนพร้อมตอน 6 โมงครึ่งนะคะ” เสียงแหลมสูงประหารของคุณสายดังเสียดหู เสียงนางไม่อ่อนหวานและอบอุ่นเหมือนในคลับฟรายเดย์หรอกค่าคุณ เพราะศิลปินบ้างก็โอ้เอ้ บ้างก็ชักช้า สนิมสร้อย (โดยเฉพาะฉัน) จนเป็นเหตุให้ล่าช้าไม่ตรงเวลา แล้วใครโดนด่าคะ...คุณสายคนเดียวค่ะ...เต็มๆ! ก็น่าเห็นใจนางนะ
 
          การควบคุม “ศิลปิน” เป็นเรื่องยากที่สุดเรื่องหนึ่งในการทำคอนเสิร์ต ต่างจิตต่างใจมารวมกัน ก็มีบ้างที่จะมีอารมณ์ศิลปิน (ติสต์แดรก!) ความบกพร่องในระเบียบวินัยจึงเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่ใครที่ทำงานกับเอ-ไทม์ จะรู้ดีว่าต้องเก็บนิสัยเหล่านั้นไว้ที่บ้าน พี่ฉอดไม่เคยดุหรือด่าใครในเวลาทำงาน (คอนเสิร์ต) นางจะถนอมน้ำใจและรักษาระดับฮอร์โมนของทุกคนไว้ ไม่ให้หวั่นไหวแกว่งไกว เพื่องานที่ดีที่สุดสำหรับคนดูของนาง ถึงใครจะทิ้งระเบิด ฉีกข้าวหลาม เหวี่ยงวีน นางก็จะเฉยๆ และประนีประนอม แต่หลังจากเสร็จงาน...เจอกันที่เมรุนะคุณ! สุดท้ายนางก็ไม่ด่าอยู่ดี แค่เฉยๆ กันไป มีอะไรที่นางต้องทำอีกแยะ ความอดทนและอดกลั้นของพี่ฉอดทำให้ฉันประทับใจในการควบคุมคนของนาง แต่ที่น่าประทับใจไปกว่านั้น ก็ตอนขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรก “สโนว์คิ้ม” ตอนนั้นฉันยังไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ เรื่องแต่งตัวฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไร รองเท้าที่ใส่ฉันก็มีอยู่ไม่กี่คู่ ฉันอยากได้รองเท้าไว้ใส่ให้เข้ากับชุดในคอนฯ พอบอกพี่ฉอด นางพาฉันเดินดูรองเท้าทั่วพารากอน นั่งรอฉันลองรองเท้าทีละคู่อย่างใจเย็น บอกฉันว่า “เอาที่ใส่สบายๆ นะคิ้ม ระวังรองเท้าใหม่มันจะกัดเท้าเอา ต้องยืนหลายชั่วโมง” เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าเข้าออกทุกร้านฉันก็ยังหาที่สวมสบายไม่ได้ พี่ฉอดก็เลยบอกว่า “เอาที่ใส่อยู่ประจำก็ได้ เอาความสบายมาก่อน” นี่คือความน่ารักที่น้อยคนจะได้เห็นตัวจริงของนาง... 
 
          “เธอไปไหนมา ดูสิ! ปล่อยฉันเหงาปากจนน้ำลายจะบูด รอบข้างฉันฝรั่งทั้งนั้นเลย” ฉันทำปากบุ้ยบ้ายไปทางเพื่อนบ้านของฉัน ตอนที่ก้อง สหรัถ มาถึง “เก่งนะคุณ ไปรับงานที่เอ็มควอเทียร์แล้วค่อยมาขึ้นคอนฯ พรุ่งนี้ก็มีที่พารากอนนี่เลยหนึ่งงานก่อนขึ้น ใครที่ไหนจะทำงี้ได้คะคุณ นอกจากสหรัถ บอกฉันมานะว่ามีของดีจากอาจารย์ไหน” ก้องไม่ตอบ นางได้แต่หัวเราะอารมณ์ดี ฉันว่านางเป็นพวกจิตดี ไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไม่เม้าท์ไม่นินทาใคร ไม่ด่าไม่ว่าร้ายใคร คนจิตสะอาด เรื่องดีๆ ก็เลยเข้ามาในชีวิต...วุ้ย! …คนละทางกับฉันเลยค่าคุณ!  ระหว่างคุยกับก้องฉันก็ชะโงกหน้าผ่านช่องบานกระจกไปแอบดูติ๊นา นางช่างงดงามราวกับเทพธิดากรีก ส่วนฉันหน้าแป้นๆ ข้าวตูแต่งหน้า ให้ อ.เอกจับลอนแห้ง แบบผู้หญิงจีนโบราณ เจ้าสำนัก “โคมเขียว” ชัดๆ! ...ถัดติ๊นาไปสาวๆ ผีเสื้อราตรี ทั้งเบล หว่าหวา แคท อิงลิช และหญิง รฐา ก็แต่งตัวได้เจิดราวกับผีเสื้อหลากสี อ้อ! บอสปีเตอร์ คอร์ป มาแล้วค่ะ นางสวมกางเกงลายทหารมากับแก๊งนาง กางเปลพับลายทหารใต้โต๊ะแต่งตัว เรียงกัน 3 เปล เอาตัวซุกเข้าไปนอนใต้โต๊ะสวมหูฟังสีเขียวทหาร สวมแว่นกันแดด นางยังไม่แต่งตัวและกว่าจะถึงคิวอีกสัก 2-3 ชั่วโมง นางก็เลย...นอนค่ะ! บอกแล้วว่าใครอยากทำอะไรทำค่ะคุณ พักผ่อนตามอัธยาศัยมันเป็นแบบนี้นี่เอง เอิ่ม...พวกเมิงจะมาตั้งแคมป์ก็ไม่บอก เดี๋ยวจะได้ไปก่อกองไฟใกล้ๆ พวกผู้ชายมักจะนั่งกันเงียบๆ มีแฟนก็พาแฟนมา (บอย พีซ) มีเมียก็พาเมียมา (มอส) เพราะคืนนี้ยังอีกยาวนาน จากบ่าย 3 ถึง 5 ทุ่มเที่ยงคืน ถ้าคิดจะปิ๊งกันกับใครฉันว่า มีเวลามากมายตั้ง 3 วันติดกัน งานนี้ไม่ได้ก็ต้องเสีย! แต่ปรากฏว่าไม่มีใครปิ๊งกันสักคู่ กรูล่ะเบื่อ! หันมาดูก้อง สหรัถ นางส่งสายตามาทางฉันประมาณว่าฉันเป็นของตาย...ตายมานานแล้ว ดูสิ! ศพขึ้นอืดเชียว! บางทีนางก็น่าเบื่อนะคะคุณ พูดอะไรนางก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก บางทีก็ไม่หือไม่อือ เดินหายไปไหนไม่รู้ ถ้าอยู่ 2 คนแล้วเหงากว่าอยู่คนเดียว อยู่ด้วยกันแล้วมันหิวกว่าเก่า งั้น...หาของกินดีกว่า...แล้วฉันก็ได้พบกับเทศกาลอาหารนานาชาติ ตั้งอยู่บนโต๊ะราวกับจะเลี้ยงคนสัก 30 คน “ของใครคะคุณ?” ฉันถาม
 
          โปรดติดตามตอนต่อไป
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ข้างหลังคอนฯ (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)