
ขบคิดขีดเขียน:'ปีนัง... เอ๊ะ!'
16 มิ.ย. 2558
'ปีนัง... เอ๊ะ!' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
หญิงยศกำลังจะเปิดละครเรื่อง “นางอาย” ค่ะ เป็นละครที่เกิดขึ้นในโรงเรียนคอนแวนท์ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย พูดกันตรงๆ เลยว่าตลอดเวลาที่อ่านบทเรื่องนี้ มีคำถามหนึ่งค้างคาอยู่ในใจว่า “มาถึงสมัยนี้แล้ว ทำไมพ่อแม่นางเอกถึงยังส่งลูกสาวไปปีนัง?” คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกก็เลยตัดสินใจว่า “ไปปีนังดีกว่า ไปดูโลเกชั่นและไปทำความรู้จักกับมันเสียหน่อย”
หญิงยศและทีมงานเดินทางมาถึงปีนังเมื่อคืน ด้วยสภาพฝนฟ้าไม่เป็นใจ ไกด์ท้องถิ่นก็ดูจะไม่ค่อยเข้าใจการทำงานของเรา และโรงแรมก็เหมือนจะไม่บริการอย่างเต็มที่ หญิงยศและสามีติดหมอนข้าง แต่เมื่อขอหมอนมาเพิ่มนั้น กลับได้รับคำตอบกลับมาว่า “หมอนหมด” (เดี๋ยวๆ หมอนหมดคืออะไร!!) ยอมรับว่าเข้านอนกันไปด้วยความไม่ค่อยจะประทับใจนัก
วันนี้หญิงยศและทีมงานได้ใช้ชีวิตหนึ่งวันเต็มๆ ในปีนังค่ะ ไกด์ท้องถิ่นคนเดิมก็พยายามจะเซอร์วิสเรามากขึ้น เราเองก็พยายามทำความเข้าใจเขาให้มากขึ้น แต่มันกลับมีมากกว่านั้น หญิงยศและทีมงานได้เดินทางไปรอบๆ ไปดูไปเห็นบ้านเมือง การจัดการ และวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ ตลอดทั้งวัน นอกจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว เรากลับรู้สึกตัวอีกทีว่าเรามีรอยยิ้มอยู่บนหน้าของพวกเราตลอดเวลา
ปีนังสะอาดมากค่ะ ถึงแม้บ้านเมืองเขาไม่ได้เจริญเท่าเรา แต่บ้านเมืองเขาสะอาดมากทุกหย่อมหญ้า การจัดการ การจัดวาง การดูแลรักษาพื้นที่สีเขียว เมืองที่เป็นมรดกโลกและผู้คนก็ใช้ชีวิตอยู่กับวิถีดั้งเดิมของพวกเขา เราไม่ได้เห็นตึกสูงใหญ่เยอะแยะมากมาย แต่เราเห็นตึกเก่าสวยงาม เห็นผู้คนที่ไม่ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นจ๋าราคาแพงแต่เขากลับดูมีชีวิตที่แสนสบาย ทุกคนดูใจเย็นไม่ฉุนเฉียว ไม่เกรี้ยวกราด และที่สำคัญ ปีนังสนุกค่ะ... เรามาถึง ย่านถนนศิลปะ ของปีนังโดยมีแผนที่อยู่ในมือและออกตามหาศิลปะบนกำแพงที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกตึกต่างๆ ของย่านนี้นับสิบภาพ เมื่อเดินไปถึง เราจะเห็นกลุ่มคนมุงกันอยู่ ทุกคนต่อแถวกันด้วยใบหน้าสนุกสนาน รอที่จะถ่ายรูปและออกเดินต่อ ทั้งๆ ที่ร้อนแสนร้อน แต่พวกเราก็ไม่ท้อ ออกเดินไปเรื่อยๆ ตลอดทางก็มีดนตรี มีของขาย มีบ้านเมืองน่ารักน่าเอ็นดู มีขนม มีน้ำขายเป็นระยะๆ ทุกคนยิ้มแย้มและไม่เหวี่ยง...
หญิงยศเข้าใจเดี๋ยวนั้นว่าเสน่ห์ของเมืองนี้คืออะไร และทำไมพ่อแม่ของนางเอกถึงตัดสินใจส่งลูกสาวมาอยู่ที่นี่ เมืองใหญ่ๆหรือแม้แต่กรุงเทพฯ เองก็เถอะค่ะ เราให้ค่ากับวัตถุสิ่งของ เราวัดคุณค่าคนด้วยเสื้อผ้าและบรรดากระเป๋า รถยนต์ ไปจนถึงการใช้ชีวิตหรูหรา เราวีนเหวี่ยงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เราไม่เข้าใจคนที่ใช้ชีวิตปกติ เราต้องการการบริการที่ดีที่สุด รู้เรื่องข่าวสารในโลกอย่างเร็วที่สุด เราขับรถผ่านความงามที่ซ่อนอยู่ตามซอกหลืบกำแพง โดยไม่เคยมีโอกาสได้ชื่นชมมัน
ปีนังสอนให้เราหยุด แล้วหันมาเสพความงามที่เรียบง่าย กลับมาให้ความสำคัญหัวใจของเรื่อง มองให้เห็นวัฒนธรรมมากกว่าวัตถุ ปีนังเป็นเมืองศิลปะที่ไม่โอ้อวด ไม่โฉ่งฉ่าง ไม่เหวี่ยงวีน เป็นศิลปะที่บริสุทธิ์ไม่ปรุงแต่งจนเกินงาม ผู้คนให้ความสำคัญกับ “คน” มากกว่าสิ่งของภายนอก
หมดวันนี้ หญิงยศลงจากรถตู้แล้วยกมือไหว้ลุงไกด์ท้องถิ่นคนเดิม ด้วยความรู้สึกที่อยากจะไหว้ขอบคุณแกจริงๆ และเดินขึ้นมาบนห้องเพื่อที่จะได้เห็นว่า เราได้หมอนเพิ่มมาสองใบตามที่ขอ...
ขอบคุณนะปีนัง...
.......................................
(หมายเหตุ 'ปีนัง... เอ๊ะ!' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



