
เล่นหูเล่นตา:'ข้างหลังคอนฯ (2)'
15 มิ.ย. 2558
'ข้างหลังคอนฯ (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
การได้เป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตที่มีนักร้องระดับดีว่า ดีโว่ ควีน และคิง มากมายขนาดนี้เป็นเรื่องที่นักร้องรับจ้างอย่างฉันรู้สึกตื่นเต้นไปกับมัน ตั้งแต่วันซ้อมยันวันแสดง สำหรับฉันมันน่าตื่นเต้นตรงที่ฉันได้ยืนอยู่ท่ามกลางคนดังที่เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์เหล่านี้ และมันก็น่าแปลกใจตรงที่ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง? อย่าบอกว่าเป็นเพราะ “วาสนา” เพราะหลายครั้งที่วาสนาก็ไร้ซึ่งความพยายาม! มันฟังดูง่ายเกินไปสำหรับฉัน เอาเป็นว่ามัน “ยาก” ก็แล้วกัน! ยืนซ้อมอยู่ข้างนักร้องและพระเอกรูปหล่อขวัญใจชะนีทั้งประเทศอย่าง "ก้อง" สหรัถ ฉันก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า เมื่อก่อนตอนคอนเสิร์ต "คิ้มเรเดอร์" ที่พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา จัดให้เวลานั้นฉันกล้ามองแค่ไฝที่ใบหูของเขา แต่ตอนนี้ความหล่อของเขากลับทำอะไรฉันไม่ได้ อาจเป็นเพราะทำงานกันในเดอะวอยซ์มาตั้ง 3 ปีแล้ว จนกลายเป็นความเคยชิน หรือมันคงเป็นความรู้สึกที่ “ตกตะกอน” ของคนทำงานมานานๆ ไม่ได้หลงไปกับรูปลักษณ์หรือชื่อเสียงที่ไม่แน่นอน ไม่คงทนถาวร และไม่ได้มองภาพอย่างที่ประชาชนมอง เพราะเราต่างก็เป็น “คนทำงาน” ในอาชีพเดียวกันก็แค่นั้น กระนั้น...เวลาที่คนเหล่านี้มารวมกันมันมีพลังงานบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้ฉันถอยออกนอกวงแล้วมองเข้ามาจากข้างนอกราวกับไม่เคยพบเจอคนเหล่านี้มาก่อนโดยไม่รู้ตัว...
“ไฮ...สวัสดีครับพี่คิ้ม” ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ฉีกยิ้มปากกว้างเท่าจูเลีย โรเบิร์ต เดินเข้ามากอดและหอมแก้มทักทายสไตล์ฝรั่ง...“วุ้ย ... นางมาซ้อม นางมาจริงๆ” ฉันคิดในใจขณะที่เขาทักทายจูบแก้มฉันอย่างอารมณ์ดี ดีนะที่ความคิดมันไม่มีเสียง! นางมาในชุดเต็มยศของพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์แบบในหนังฝรั่ง สวมเสื้อยืดรัดรูปกับกางเกงหนังและแจ็กเก็ตหนังกับหมวกกันน็อกซึ่งตอนนี้ถอดวางไว้ข้างๆ ไม่งั้นคงนึกว่าโจรปล้นตึก “เป็นไงหุ่นผมท็อปฟอร์มมาก ซูเปอร์ฮีโร่” บรรยายสรรพคุณไปเอามือตบหน้าอกตัวเองดังตุ๊บๆ จากนั้นนางก็คุยไม่หยุดค่าคุณตำรวจ คุยเลยไปหาอวัยวะหลายส่วนที่นางว่ามันดีงามน่าชื่นชม ฉันกลั้นหัวเราะอยู่หลายครั้ง นางเหมือนวัยรุ่นบ้าพลังในหนังฝรั่ง ซึ่งก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนาง นางน่ารักไม่ถือตัว กอดและพูดคุยกับทุกคน ขอแค่...“มีเวลามั้ย?” พอดีกรูต้องกลับเข้าไปซ้อมต่ออะค่าบอส บอสต้องหาคนอื่นคุยไปก่อนนะคะบอส ยังไงวันนี้ก็ดีใจที่บอสมานะคะ... ว่าแล้วนางก็เดินไปทักทายศิลปินที่นั่งรอคิวซ้อมอยู่หน้าห้อง นางคุยกับ "ทาทา" เป็นภาษาฝรั่งไฟแลบ ทาทาซึ่งท้องอ่อนๆ ถูกนักร้องทุกคนจับท้องทักทายจนเฉามือ "มอส" ปฏิภาณ ที่คุยเรื่องลูกอย่างมีความสุข ส่วนฉันนั่งติดกับ "พี่แอม" เสาวลักษณ์ คุยกันเรื่องอาการของคนวัยทองค่าคุณ! นางว่านางหมดมาเกือบปีแล้ว ส่วนฉันยังไม่ถึงเวลาเทคฮอร์โมน ถึงอารมณ์จะเหวี่ยงแต่เมนส์ยังมาปกติทุกเดือน เวลาเมนส์มาทีบอกมอไซค์วินหน้าปากซอยทั้งวิน แค่อยากให้รู้ว่า...รังไข่คุณพี่ยังผลิตไข่ได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้รับการผสม (ไม่มีคนผสม) มันเลยฝ่อออกมาเป็นเมนส์...วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ซ้อมในห้องซ้อม ใครใคร่ซ้อมร้อง...ร้อง ใครใคร่ซ้อมเต้น...เต้น บางคนติดซ้อมเต้นก็ไม่ได้ลงมาซ้อมร้อง พรุ่งนี้บางคนต้องเข้าสถานที่จริง (รอยัล พารากอน ฮอลล์) เพื่อบล็อกเวที (กำหนดตำแหน่งเข้า-ออก ยืนหรือเคลื่อนไหวตามจุดต่างๆ) วันถัดไปซ้อมใหญ่ แต่งตัวจริง ทำเหมือนจริงบนเวที ดูข้อผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อจะได้แก้ไขได้ทันในวันแสดงจริง แต่ความจริงก็คือ...แต่ละรอบมันไม่เคยเหมือนกันเลย และข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดก็ขยันเข้ามาให้แก้กันเสียเหลือเกิน แก้เรื่องนี้จบไป เรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นจนกว่าจะวันสุดท้ายนั่นแหละ พวกเราถึงจะปล่อยวางได้ ในการดูคอนเสิร์ตถ้าเป็นนักดูมืออาชีพ หากจัด 3 วันจะเลือกดูซ้ำ 2 วัน “วันแรก” เพราะจะได้ความรู้สึกสดใหม่ กับ “วันสุดท้าย” เพราะเป็นวันคายตะขาบปล่อยของออกหมดไส้หมดพุง ไม่มีการกั๊ก ในเรื่องของการร้องและการแสดงก็จะเป๊ะและแม่นยำเพราะเล่นมาถึงรอบที่ 3 แล้ว...พวกเรามักเรียกวันแสดงจริงในวันแรกว่า...“ซ้อมใหญ” วันถัดไป...“ซ้อมอีก” วันสุดท้าย...“เอาจริง” แต่ละวันก็ให้ความรู้สึกและอารมณ์สนุกต่างกันไป โดยเฉพาะปฏิกิริยาโต้ตอบและคะแนนความร่วมมือจากคนดูก็ต่างกันทุกวัน เราวัดจากตรงไหนน่ะเหรอ? ก็ตรงเสียงกรี๊ดตอนเปิดตัวนั่นแหละ วันสุดท้ายจะกรี๊ดกันติ่ง (หู) สั่น ฮอลล์แทบแตก ถ้ามีแดนซ์ ก็ลุกขึ้นมาเต้นกันสุดฤทธิ์ วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ช่าง แต่วันนี้กรูจะเต้น!
แล้ววันแสดงจริงรอบแรกก็มาถึง ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2558 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน เขานัดบ่ายสอง ฉันแวะไปยืมเครื่องประดับไฮโซ ประณีตและวิจิตรมา รวมมูลค่าเป็นล้านจากร้านพาเว่ (Pave) ชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ “ชุด” ซึ่งตัดโดย Hooks by Prapakas ฝีมือ “ผักกาด” ที่ฉันใส่ประจำทั้งงานราษฎร์งานหลวง ทุกครั้งจัดเต็มแบบเวอร์วังอลังการ “ผม” ฝีมือ อ.เอก (วีรภพ ดำทองสุก) “หน้า” ฝีมือข้าวตู ทุกคนทุ่มสุดฝีมือ จัดเต็มขนาดนั้นถ้าไม่มีเครื่องประดับที่คู่ควร ก็เหมือนห้องแกรนด์บอลรูมที่ไม่มีแชนเดอเลียประดับอยู่กลางห้อง ต้องดูสวยและรวยมากนะคุณ ร่างของนักร้องคือสมรภูมิรบของช่าง ต่างคนต่างต้องทำให้เป็นที่โจษจันแซ่ซ้องสรรเสริญ จะเกิดหรือดับก็เพราะเสื้อผ้าหน้าผม และนมนี่แหละค่า! ฉันจึงเป็นแค่ “หุ่น” ไม่มีปากไม่มีเสียงเพราะคนเหล่านี้เขาเชี่ยวชาญชำนาญศึก ขืนเอาแต่ใจอาจ “ตายคาที่” จะไม่มีใครมาเก็บศพ ยืนตายโง่ๆ อยู่คาเวทีอย่างนั้นคนเดียวได้ เคยเจอกับตัวมาแล้วค่าคุณตำรวจ! ประวัติทางอาชญากรรมไม่มี แต่ประวัติการเสียชีวิตคาเวทีนี่ผ่านมาแล้วค่ะ!...ในห้องด้านหลังเวที ปกติจะกั้นเป็นห้องๆ ส่วนตัวของใครของมัน แต่งานนี้ 10 ปี เอไทม์โชว์บิส ขนศิลปินขึ้นเวที 8 ศิลปิน นี่ยังไม่รวมแขกรับเชิญอีกเป็นสิบ และช่างหน้าช่างผมอีกหลายสิบ ศิลปิน 1 คนต่อช่าง 2 คน คูณเอาเองสิคะคุณ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ช่างหน้าช่างผมมือดีที่สุดของประเทศจะตายเกือบหมด!! พี่ฉอดเข้าใจศิลปินดี...ศิลปินแต่ละคนต้องการความมั่นใจในความสวยเป๊ะ...ว่างี้ ดังนั้น จ่ายไปค่าหน้า-ผม ร่วมล้านแล้วมั้ยคะ? ยังไม่รวมค่าชุดอีก เหมือนงานแฟชั่นวีคปะทะแฮร์เวิลด์ เอาแค่อาจารย์เอกที่ทำผมให้ฉัน เลอซาช่า 7 วัน 7 ทรงค่ะคุณ เปลี่ยนผมมันได้ทุกชุด วันแรกทำทรงหนึ่ง พอวันที่ 2 ก็ทำอีกทรง มีแบบเผาหลอก กับเผาจริง! จึงไม่มีใครรู้ว่าวันต่อไปจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีก นางไม่หยุดค่ะ จนกว่าจะลงตัว นางบอกว่า “ชมไม่รอ” (วลีเด็ดในโฆษณาของชมพู่) เมื่อทั้งศิลปินและช่างมากมายมหาศาล พื้นที่จึงไม่พอกั้นห้อง ก็เลยต้องจัดโต๊ะหันหน้าเข้าชิดฝาผนัง เอากระจกตั้งกั้นไว้ ล็อกใครล็อกมัน ต่างคนต่างแต่ง บรรยากาศแผงขายของสำเพ็งชัดๆ มีโซนป้า โซนคนสวย โซนแขกรับเชิญ...ทีแรกฉันอยู่โซนป้า กับพี่แอม และ "อุ๊" หฤทัย แต่คุณก้องกลัวเหงาไม่มีใครคุยด้วย เลยบอกทีมงานให้ย้ายฉันมานั่งติดกับนาง เอาไว้สนองพระโอษฐ์ เห็นมั้ย? ในที่สุดนางก็ขาดฉันไม่ได้...เพราะฉันสวยมาก!!?? (อย่าเพิ่งอ้วกรออ่านต่อฉบับหน้านะคะคุณ)
โปรดติดตามตอนต่อไป
.......................................
(หมายเหตุ 'ข้างหลังคอนฯ (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



