
แกะกล่อง'Apple Watch'ออกมาแล้วก็ต้องบอกกันตรงๆว่า'น่าเมิน'
09 มิ.ย. 2558
แกะกล่อง'Apple Watch' ออกมาแล้วก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่า "น่าเมิน" : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
ในบรรดาแบรนด์สินค้าไอทีทุกๆ เจ้า ผมชอบ "แกะกล่อง" ผลิตภัณฑ์จาก #Apple ที่สุดครับ เพราะซีลหีบห่อมาเนี้ยบเหลือเกิน มันคือ "Taste" หรือรสนิยมดีที่สะท้อนออกมาจากตัวผู้ผลิตสินค้า... แต่กับไอ้ #AppleWatch ใหม่ที่ผมแกะกล่องมันออกมารีวิวสดๆ เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในรายการ #TheRevieWER ก็โดนฟันธงไปด้วยสกอร์ "น่าเมิน" มติ 2ต่อ 1 (ผมและอาจารย์ศุภเดช "เมิน" พี่หลาม "ซื้อ") ครับตอนนี้ Apple มีแผนการจะเปลี่ยนข้อมือคนทั้งโลกให้ละทิ้งนาฬิกามาเป็น Smart Watch แต่ Apple จะยังทำไม่สำเร็จในรุ่นนี้ เพราะมันยังดีไม่พอและมีข้อน่าด่าอยู่หลายประการเกินไป เอาเป็นว่าผมไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ รอมัน "นิ่งกว่านี้" ในรุ่นถัดๆ ไปค่อยสอยก็ไม่สายครับ (ระบบนาฬิกามันเดินตรงเสมอ...ไม่ต้องรีบ :)
ส่วนความเห็นจากทีมงาน The RevieWER ที่ร่วมทดสอบ Apple Watch ก็เห็นตรงกันว่านาฬิกาอัจฉริยะจากแอปเปิ้ลตัวนี้ยังจัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะสวยมาก/จอสวยมาก (แต่เล็กเกินไปนะกับขนาด จอ 38 มิลลิเมตร) สั่งงานด้วยการพูดภาษาไทยใส่ได้แล้ว (อีหนู Siri เจ้าเก่า แต่มาครั้งนี้เธอตอบเป็นตัวอักษรอย่างเดียวนะครับ ไม่พูดต่อปากต่อคำ) ระบบการสั่นหรือ Taptic Engine ทำได้ยอดเยี่ยม สามารถสั่นเตือนผู้ใช้ในลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์จนรู้ได้ทันทีว่าเป็นเหตุการณ์อะไรโดยไม่ต้องมองหน้าปัดนาฬิกา รวมถึงงานวิศวกรรมภายในที่ซับซ้อนของนาฬิกา
แน่นอนว่า ifixit เว็บจอมแกะชื่อดังขออเมริกาก็ได้เครื่องมางัดแงะออกมาหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงกับออกปากชมว่าโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าอุปกรณ์แอปเปิ้ลตัวอื่นจริงๆ โดย Taptic Engine นั้นใช้การเคลื่อนไหวแบบ Linear สปริงจะดีดไปมาให้เครื่องสั่น ซึ่งแอปเปิ้ลว่ากลไกนี้ไว้ใกล้ๆ กับลำโพง ifixit จึงคิดว่าแอปเปิ้ลใช้ลำโพงมาผสมกับกลไก ทำให้ได้รูปแบบการสั่นเฉพาะที่หลากหลาย
สเปกคร่าวๆ ของเจ้านาฬิกาอัจฉริยะของแอปเปิ้ลตัวนี้ใช้ชิป Apple S1 แบบ SiP (System in Package) คือออกแบบมาเฉพาะ ในตัวเครื่องมีหน่วยความจำ 8 GB รองรับ NFC (แตะจ่าย Apple Pay) + Wi-Fi 802.11b/g/n + Bluetooth 4.0 พร้อมเซ็นเซอร์ Accelerometer + Gyroscope จับความเคลื่อนไหวเอาไปประมวลผลด้านสุขภาพ ที่เจ๋งคือมี Heart Rate Monitor จับการเต้นของหัวใจ เด็ดตรงมันใช้เพื่องานด้านโรแมนติกได้ คุณสามารถส่ง "จังหวะการเต้นของหัวใจสดๆ ของคุณไปให้คู่รักได้ มันจะไปสั่นที่ข้อมือเขาเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจคุณ ซึ่งคุณเองก็สามารถรับแรงสั่นของหัวใจเขาได้เช่นกัน แต่นั่นหมายถึงการที่คุณต้องถอย Apple Watch อีกเครื่องให้คู่รักด้วยนะ ..ของแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง .. นอกจากสายนาฬิกาสารพัดแบบที่ Apple และผู้ผลิต Accessory เตรียมเข็นออกมารีดเงินในกระเป๋าสาวกแล้ว นาฬิกาจึงออกมา 2 ขนาดหน้าปัดคือ 38 mm ที่ใช้จอความละเอียด 272 x 340 pixels (290 ppi) และขนาดใหญ่ขึ้นอีกหน่อยเพื่อข้อมือคนแมนๆ 42 mm (ซึ่งก็เล็กไปอยู่ดี) ที่ใช้จอความละเอียด 312 x 390 pixels (302 ppi)
แต่การใช้งานจริงกลับมีปัญหาหลายอย่างจนคิดว่า Apple Watch นั้นเป็น "ความเท่ที่เป็นภาระของผู้ใช้" มากกว่าการใช้งานได้จริงๆ เช่นจอไม่ได้ติดตลอด ทำให้ชำเลืองมองนาฬิกาไม่ได้ (ถึงแม้จอจะติดเองเมื่อยกมือขึ้นมาดูนาฬิกาก็เถอะ) แอปเปิ้ลอ้างว่ายกมือขึ้นมาดูได้ 90 ครั้งตามความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สั้นมาก ตอนผมถ่ายทำเทปทดสอบราว 1 ชั่วโมง แบตลดไป 25% รวมถึงความซับซ้อนในการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องวุ่นวายระหว่างหน้านาฬิกา ข้ามไปหน้าแอพต่างๆ ลากขึ้นเพื่อเปิด Glance Screen ที่ต้องเสียเวลาปัดเพื่อดูข้อมูลที่ต้องการอีก แล้วการควบคุมยังงงๆ แตะจอสัมผัส แล้วก็ต้องไปหมุนเม็ดมะยมดิจิทัล สลับไปสลับมา ที่สำคัญคือบูทเครื่องช้ามาก-เปิดแอพช้ามากระดับที่ใช้งานจริงจะหงุดหงิด อะไรคือการเปิด LINE แล้วรอหลายสิบวินาทีกว่าแอพจะพร้อมใช้
Apple Watch จะทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกรู้จัก Smart Watch แต่ Apple Watch ยังสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ไม่ได้ ถือเป็นโปรดักส์ที่น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับฟอร์มการเปิดตัวและ "เวลาที่เราอุตส่าห์ตั้งตาคอย"
สุดท้ายการทำ Smart Watch ที่ทำงานได้หลายๆ อย่างในตัวเดียวราวกับสมาร์ทโฟนย่อส่วน มันก็แค่ "Gimmick" ที่ความสามารถหลายๆ อย่างใช้บนสมาร์ทโฟนเดิมนั่นแหละสะดวกอยู่แล้ว และเราก็ไม่มีเหตุผลต้องไปใช้งานบนนาฬิกายกเว้นอยากโชว์ให้เท่ (เช่นนั่งตอบข้อความไลน์, นั่งดูรูป instagram ในนาฬิกา) ยิ่งการโทรศัพท์ด้วยนาฬิกาดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่โง่เขลาเพราะเสียงเบาโคตรแถมใครบ้างจะอยากพูดกับข้อมือตัวเองเป็นวันๆ (ซึ่งแบตก็หมดเร็วอีก!) ...ก็ต้องรอคอยอีกว่า Apple Watch รุ่นหน้าแอปเปิ้ลจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร? ไม่เช่นนั้นอนาคตของ Smart Watch ก็คงมืดมนไม่สมดั่งที่ท่านเซอร์โจนาธานไอฟ์ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple เคยทวิตไว้ในวันเปิดตัว Apple Watch ว่า "วันนี้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์แดนนาฬิกาคลาสสิกได้หนาวแน่ๆ" ...แต่ตอนนี้คนทำนาฬิกาในประเทศสวิสทั้งประเทศคงอยากตะโกนกลับไปยังแอปเปิ้ลว่า "...เป็นไงล่ะมึ้งงงงง!?!!! " 5555
.......................................
(หมายเหตุ แกะกล่อง'Apple Watch' ออกมาแล้วก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่า "น่าเมิน" : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ )



