
ฉอดโต้ลงดาบเลิกร่วมงานกับปีเตอร์
08 มิ.ย. 2558
"ฉอด"ยันยังร่วมงานกับ"ปีเตอร์"ได้ไร้ปัญหาเผยนักร้องชื่อดังมาซ้อมตรงเวลาโชว์คอนเสิร์ตจัดเต็มเข้าใจประเด็นโซเชียลดีเจมาสายชี้มีกฎกติกาการทำงานมองทุกคนมีข้อบกพร่อง
เป็นผู้บริหารชื่อดังที่มีโปรเจกท์ต่อเนื่อง สำหรับ "ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ล่าสุดมีข่าวลือว่าคอนเสิร์ต 10 ปี เอไทม์โชว์บิส "ปีเตอร์" คอร์ป ไดเรนดัล มาซ้อมเอา 3 วันสุดท้าย จนผู้บริหารชื่อดัง ไม่ขอร่วมงานด้วยอีก ได้เจอในงาน "จีเอ็มเอ็ม 25 บวงสรวงละคร 2 เรื่อง ไอวอนนาบีซุปตาร์ และจีพีเอสถาบันพันธุ์แสบ" ถามไถ่ได้ความดังนี้
"ไม่เคยพูด รับรองได้เลย เพียงแต่ว่าช่วงที่จะมีคอนเสิร์ต 10 ปี เอไทม์โชว์บีส เขามีปัญหาอะไรกันอยู่ มีนักข่าวมาถามว่าเชื่อในตัวปีเตอร์มั้ย เรายังร้องเพลงปีเตอร์อยู่เลย เธอไม่ต้องกังวล (ยิ้ม) เราตอบไปว่า เราไม่รู้หรอกว่า ปีเตอร์จะมาหรือไม่มา แต่เขารับปากว่าเขาจะมา และถึงเวลาจริงๆ น้องเขามา แถมยังมาก่อนเวลา มาอยู่กับเราตลอดเวลา และเขาตั้งใจซ้อมมาก มาก่อน กลับเกือบคนสุดท้าย เราจึงไม่ทราบว่าน้องมีปัญหาอะไร เพราะที่เขาทำงานกับเรา ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ช่วงแรกที่มีคนมาถามเยอะๆ มีวิตกกังวลบ้าง แต่สุดท้ายเขาไม่มีปัญหาอะไรเลย ส่วนที่ว่าเขามาซ้อมแค่ 3 วันสุดท้าย ต้องบอกว่า เขาไม่ได้ร้องเยอะ เขาเป็นแขกรับเชิญ และโชว์จัดเต็มมาก ไม่มีปัญหาอะไรเลย" ผู้บริหารคนดังตอบ
ถามต่อที่มีกระแสวิจารณ์ตั้งกระทู้เกี่ยวกับดีเจมาสายจนเป็นเรื่องเป็นราว มีมาตรการตรงนี้อย่างไรบ้าง ฉอดเผยว่า อันนี้เป็นเรื่องปกติของการที่มีสังคมโซเชียลเกิดขึ้น
"เรื่องบางเรื่อง ถูกทำให้มันดูยิ่งใหญ่ไปเกินความเป็นจริงก็มี ต้องบอกว่าดีเจเป็นอาชีพที่ตรงเวลามาก เป็นกฎกติกาอยู่แล้ว ถามว่ามีผิดพลาดบกพร่องไหม มีอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์อีกเหมือนกัน แต่มันไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่าวันนั้นมีคนดันไปเจอ และเอามาตั้งเป็นกระทู้ พอมีคนตั้งกระทู้เรื่องก็ไปกันใหญ่ โดยที่ต้นตอมันอาจจะไม่ได้มีอะไรเลยก็ได้ เป็นแค่การมาสาย 1-2 ครั้ง แต่มีคนดันไปเจอจังหวะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครมาพูดอะไร เราต้องมีการมาคุยมาเช็กกับทีมงานและตัวดีเจเอง
ถามว่าดีเจคนนั้น มีพฤติกรรมที่ถึงขั้นคนไปรุมด่าขนาดนั้นไหม เราว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น ยอมรับเป็นห่วงกระแสโซเชียลเหมือนกัน บางทีการที่เราไปแสดงความคิดเห็นอะไร โดยที่ไม่รู้จริง อาจจะไปทำร้ายคนอื่นได้ หมายถึงในหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้น อยากให้ทุกคนคิดสักนิดก่อนจะไปด่าใคร คนเรามีเมตตาจิตต่อกันจะดีกว่า เดี๋ยวนี้คือเรารู้สึกอะไร เราต้องไปประกาศให้สาธารณชนรู้ แม้แต่เราเองยังเคยโดนเลย บังเอิญเราเป็นโรคภูมิคุ้มกันแข็งแรงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่คิดในมุมคนอื่น อาจทำให้เขารู้สึกเสียใจ คำพูดของเรา อาจไปทำร้ายใครก็ได้" ผู้บริหารกล่าว



