บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ข้างหลังคอนฯ'

เล่นหูเล่นตา:'ข้างหลังคอนฯ'

08 มิ.ย. 2558

'ข้างหลังคอนฯ' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          “โอ๋ย! ... ฟินซะยิ่งกว่าขึ้นคอนเสิร์ตซะอีกเนอะพี่เกด” ฉันกินไปพึมพำไปข้างรถเข็นที่อุดมสมบูรณ์เสียยิ่งกว่าบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างที่โฆษณาในทีวี... ในถาดเต็มไปด้วยไก่ปิ้งติดหนังชุ่มฉ่ำและสุกกำลังดี หมูปิ้ง เนื้อแดดเดียวหั่นเป็นเส้นเล็กๆ แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างไม้ไผ่แบนๆ ที่เรียกว่า “ไม้หีบ” เครื่องในไก่ทั้งตับ หัวใจ กึ๋น ชิ้นใหญ่ๆ เต็มปากเต็มคำ ราคาไม้ละ 10 บาท วางเรียงกันรอให้ลูกค้ามาเลือกบนตะแกรงที่เต็มไปด้วยขี้เถ้ากลบไม่ให้ไฟแรงจนเกินไปก็ทำหน้าที่ให้ความร้อนกับของย่างที่ยังไม่สุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป หันไปข้างๆ เห็นเตาสำรองปิ้งตูดไก่อวบอิ่มเสียบไม้รีดไขมัน ความอร่อยที่ไม่สิ้นสุดมันเป็นแบบนี้นี่เอง! ... แม่ค้าและพ่อค้าผัวเมียคู่นี้ทำงานอย่างขะมักเขม้นให้ทันปากทันใจลูกค้า นางควักข้าวเหนียวร้อนๆ ที่บรรจุถุงพลาสติกออกมายื่นให้ฉัน ตักน้ำจิ้มแจ่วพริกสดและพริกป่นอย่างละถ้วยวางไว้ให้เป็นทางเลือก ... ฉันปั้นข้าวเหนียวแน่นๆ จิ้มลงไปในถ้วยแจ่วทีละถ้วย ... แซบจนเลือกไม่ถูก ... ไม่ต้องมีผัวก็หาเรื่องฟินเรื่องแซบได้ที่รถเข็นปิ้งไก่ท้ายซอยสุขุมวิท 23 (ซอยประสานมิตร) ติดกับด้านหลังของตึกแกรมมี่ที่ตอนนี้ปิดปรับปรุงทำให้ลูกค้าขาประจำออกมาอุดหนุนร้านปิ้งไก่ร้านนี้ไม่ได้เหมือนอย่างเคย ยอดขายลดลงกว่าครึ่งตามที่พ่อค้าเขาบ่นให้ฟัง ฉันก็เลยทั้งกินทั้งกวาดกลับบ้านไป 500 บาท ไม่รู้จะเอาไปให้ใคร รู้แค่ว่ามันคงช่วยบรรเทาอาการขัดใจของพ่อค้าแม่ค้าคู่นี้ได้บ้าง ...
 
          “คุณพี่... เขาโทรตามไปซ้อมแล้ว” เสียงสีเกดผู้จัดการนี่ยิ่งกว่าเสียงบอกเวลาในนาฬิกาสำหรับคนพิการทางสายตาเสียอีก บอกกำหนดการทุกๆ ชั่วโมง ความสุขของฉันเลยสิ้นสุดอยู่แค่นั้น ฉันและสีเกดจอดรถไว้ด้านหลังแล้วเดินทะลุ มศว ประสานมิตร อ้อมไปตรงหน้าตึก... พอถึงตึกก็คงหิวอีก! เพราะไอ้ที่กินมาย่อยหมดแล้ว รองเท้าแตะเสื้อยืดกางเกงยีนกับใบหน้าไร้สีสันแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ของฉันมันช่างกลมกลืนกับผู้คนในสังคมที่ไม่มีใครสนว่าใครเป็นใครนอกจาก “ตัวเอง!” ... มันทำให้ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องสร้างภาพหรือห่วงภาพเพราะไม่มีภาพใดๆ นอกจากความว่างเปล่าที่เดินได้ ชีวิตมันช่างง่ายและสงบ ท่ามกลางความพลุกพล่านร่านเสียวอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน ...
 
          “พี่คิ้มคะ พี่ก้องมาแล้วค่ะ” ยังไม่สิ้นสุดประโยค จมูกโด่งๆ หน้าใสๆ หัวยุ่งหน่อยๆ ก็โผล่เข้ามากอดฉันเป็นการทักทาย ฉันรู้สึกเหมือนกับได้รับการปลอบประโลมทุกครั้งที่เขาสวมกอดเหมือนกับจะปลอบใจว่า ... “โอ๋ๆ... ถึงเธอจะขี้เหร่ แต่เธอก็ยังมีเพื่อนหน้าตาดีอย่างฉัน!” เอิ่ม ... มันช่วยกรูมั้ยคะคุณก้อง... ถ้าเขากอดฉันหนึ่งที ฉันหน้าตาดีขึ้นทีละนิด ป่านนี้ฉันคงสวยกว่าอั้ม พัชราภาไปแล้วมะ นี่อะไร? ขี้เหร่กว่าเดิ๊ม! ... ช่วงอยู่ใกล้ใช้เวลาร่วมกันกับผู้ชายหน้าตาดีที่สุดคนหนึ่งของวงการคนนี้ อย่าได้หวังว่าจะมีช่วงดราม่า เซ็กซี่ โรแมนติกเพราะนางจะแกล้งฉันตลอดเวลาด้วยวาจาและท่าทางบ้าๆ บอๆ ที่ไม่ทำในที่สาธารณะเพราะจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์พรีเซ็นเตอร์พระเอกรูปหล่อ อบอุ่น ใจดีและสุภาพ... ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกค่าคุณผู้ชม! อยู่ในห้องส่วนตัวนางจะกลายร่างเป็นกอริลล่า อุรังอุตัง บ้าบอ ขี้แกล้ง เลือกแกล้งเฉพาะสาวสวย บริสุทธิ์ อ่อนโยนและอ่อนต่อโลกอย่างฉัน! (กล้าพูด!) ซ้อมไม่เป็นซ้อม งั้นไม่เป็นไร เผลอเมื่อไหร่ฉันจะเอาคืน! โดยเฉพาะตอนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตฉันจะไม่บอกไม่เตี๊ยมกับนางว่าฉันจะทำอะไร พูดอะไร มุกไหน เวลาที่ฉันเห็นนางทำหน้าเหวอๆ ฉันจะสะใจโคตรๆ ตัวใครตัวมันนะคะคุณตำรวจ! และที่นางไม่โกรธฉันก็เพราะว่า ฉันหาของกินอร่อยๆ มาให้นางกินบ่อยๆ เป็นการเอาใจนาง พอถึงเวลาเอาคืนนางก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! เริ่มซ้อมช่วงเปิดตัวศิลปินหลัก ห้องซ้อมมันเล็กมาก ศิลปินมีตั้ง 12 คน ขืนเข้าไปแออัดยัดทะนานข้างในจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับรถทัวร์คว่ำก็เลยต้องนั่งรอคิวหน้าห้องที่มีเก้าอี้เรียงเป็นแนวให้รอเหมือนจะตรวจภายใน ในห้องซ้อมมีเก้าอี้ให้นั่งรออยู่ 3-4 ตัว ฉันรีบจองที่นั่งช่วงเวลานี้แหละที่ฉันรอคอย การได้นั่งฟังอยู่ข้างหลังศิลปินที่ยืนร้องเพลงของตัวเองอยู่ ต้นฉบับแท้ๆ ระดับซุปตาร์ ดีโว่ ดีว่าและควีน มันคืออะไรไม่รู้อธิบายไม่ถูกแต่มันสุดๆ อะ! ศิลปินเหล่านี้คือคนที่ผู้คนคลั่งไคล้ ซาบซึ้งไปจนถึงร้องไห้เพียงแค่ได้ฟังเสียงของพวกเรา คนที่ฉันเคยเห็นแต่ในทีวีตอนที่ฉันยังไม่เป็นที่รู้จัก พวกเขามีชื่อเสียงก่อนฉันเป็นสิบๆ ปี แค่เอื้อมมือก็ได้แตะตัวเป็นๆ ของพวกเขา ได้ฟังเสียงสดๆ ในอิริยาบถสบายๆ ของพวกเขา ... โอ้แม่เจ้า! ฉันฝันไปรึเปล่า! อารมณ์เหมือนแม่ค้าขายกุ๋ยช่ายที่ได้แอบเข้ามาฟังการซ้อมใหญ่ยังไงยังงั้น... คนแรก “พี่แอม เสาวลักษณ์” นางร้องเพลง “สวัสดีความรัก” นางคือหนึ่งในสมาชิกสาว สาว สาว ที่ใครๆ ก็อยากเป็นอย่างพวกนางในยุคนั้น นางเป็นเหมือน Young Goddess ที่ร้องได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น ได้เดินทางไปร่วมแสดงในเทศกาลเพลงที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งในเวลานั้นถ้าไม่นับ “พี่ตู่ นันทิดา” ยานแม่ของฉันแล้วก็คงไม่มีใครทำได้ในระดับต่างประเทศ
 
          “เช้าแล้วยังอยู่บนที่นอน เงียบๆ คนเดียวและไม่อยากตื่นขึ้นพบใคร ... อยากหลับตาอยู่ตรงนั้น ทำอยู่อย่างนั้น ฝันถึงเธอเรื่อยไป...”
 
          “บอย พีซเมคเกอร์”  กับเพลง “เรื่องบนเตียง” เศร้าแต่เซ็กซี่ เสียงเหมือนในแผ่นเป๊ะ เสียงแหลมสูงขึ้นจมูกเว้าวอนแบบนี้มีเขาคนเดียวเท่านั้นแหละที่ทำได้ เรื่องบนเตียงมีความหมายทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ข้างๆ สาวๆ ทั้งประเทศแอบเล่น MV ทำเป็นเศร้าก่อนเข้านอน (รวมถึงฉันด้วย)... พอถึงตาฉัน บอยซึ่งร้องเสร็จแล้วบอกว่า “ขอผมอยู่ฟังพี่ด้วยคนนะ ผมอยากฟังสดๆ” ... เอ่อ ... กรูร้องคนเดียวก็อายตัวเองแล้ว นี่ยังจะมานั่งจ้องกรูอีก... อ๊าย อาย อะ! ยังไม่พอค่ะคุณ ข้างๆ ที่ต่อคิวคือ Queen of Dance “ติ๊นา” ... เอิ่ม... ติ๊นาจะดูอุปรากรจีนเหรอคะ งั้นจัดไป! ... “หลองปั๊ง ... หลองเลา” ติ๊นาจะงงแดรกก็เพราะกรูนี่แหละ! ภาษากวางตุ้งล้วนๆ ไม่ใช่อังกฤษหรือฝรั่งเศส สงสารนางจริงๆ นะ เป็นการตอกย้ำแลนด์มาร์ค (Landmark) ของเราคือเยาวราช ร้องไปจิบน้ำหล่อฮังก้วยไปจะได้อารมณ์กว่านี้! ตอนนี้ห้องเริ่มแน่นอีกแล้ว ฉันเลยต้องออกไปนั่งฟังเสียงติ๊นาร้องเพลง “ไม่มีใครขอร้อง” อยู่ข้างนอก... เธอคือราชินีแห่งการเต้นทำให้ผู้หญิงในยุคนั้นอยากเป็นนินจาขายาว เซ็กซี่และคล่องแคล่ว... หันมามองหน้าตัวเองในเงากระจก เอ่อ... ฉันเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ลีหมกโช้ว” ศิษย์สำนักสุสานโบราณผู้พี่ของเซียวเหล่งนึ่ง ความจริงมันเจ็บปวดจริงๆ นะยูว์... “ไม่มีใครขอให้เธอมาอยู่กับฉัน” ... เสียงของเธอก้องอยู่ในหูของฉันจนถึงวันแสดงจริง ... ฉันเดินออกจากบริเวณนั้นมาเจอกับศิลปินที่ไม่คิดว่าจะมาจริง! 
 
          โปรดติดตามตอนต่อไป
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ข้างหลังคอนฯ' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)