
'Paul WS Anderson'
05 มิ.ย. 2558
'Paul WS Anderson' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
คนทำหนังเก่งกับทำหนังดี ความหมายนั้นต่างกันนะครับ...คนทำหนังดี แน่นอนว่าต้องเป็นผู้กำกับที่เก่ง ไม่เช่นนั้นเขาจะทำหนังดีๆ มีคนยกย่องออกมาได้อย่างไร ในขณะที่คนทำหนังเก่ง อาจจะไม่เคยทำหนังดีๆ เลยก็ได้ แต่หนังของเขาอาจจะสนุกจนเป็นที่ถูกอกถูกใจคนดู สามารถทำเงินถล่มทลาย เป็นคนทำหนังที่เดาทางเก่ง ล่อหลอก หรือโน้มน้าวคนดูให้รู้สึกร่วมไปกับงานของตัวเอง แม้ว่าหนังที่เขาอาจจะไม่มีคุณค่าทางศิลปะหรือจรรโลงจิตใจเลยก็ตาม
พอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน อาจเป็นหนึ่งในนั้น มีชื่อติดอยู่ในสถานะคนทำหนังเก่ง แต่หนังที่เขาทำก็ใช่ว่าจะดี แต่อย่างน้อยหนังเกือบทุกเรื่องที่แอนเดอร์สันกำกับหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ล้วนประสบความสำเร็จในทางธุรกิจทำรายได้ถล่มทลาย หลายเรื่องสร้างภาคต่อตามมา ไม่ว่าจะเป็นหนังแอ็กชั่นฮีโร่สาวผจญผีดิบซอมบี้ชุด The Resident Evil (5 ภาค) การดัดแปลงอสูรกายร้ายจากนอกโลกมาปะทะกันใน Alien vs. Predator ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา แอนเดอร์สันก็หยิบนำเอาเหตุการณ์หายนภัยครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์กับการล่มสลายของนครปอมเปอีอันรุ่งเรืองเมื่อหลายพันปีก่อนจากภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ มาดัดแปลงเป็นหนังในชื่อเดียวกัน แม้พล็อตที่ผูกขึ้นมาจะเก่าคร่ำครึและเชยสุดกู่ อันว่าด้วยความรักต่างฐานันดรของทาสหนุ่มกับธิดาเจ้านคร แต่มันก็ยังดูสนุกอยู่ไม่น้อย ทำรายได้ไปมากกว่าร้อยล้านดอลลาร์ทั่วโลก ท่ามกลางคำวิจารณ์ในด้านลบมากมาย ตั้งแต่ต่อว่าตัวหนังขาดไร้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ไม่มีพลังในการเล่าเรื่อง รวมถึงการแสดงอันย่ำแย่ (ผลลัพธ์ที่สนับสนุนข้อกล่าวหานี้คือการหนึ่งในนักแสดงของเรื่อง คีเฟอร์ ซุทเทอร์แลนด์ ได้รับการเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบยอดแย่ ราสซี่เน่าหรือราสเบอรี่อวอร์ด) ทว่าความสำเร็จจากรายได้ในหนังหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาของแอนเดอร์สัน ส่งผลให้เขามีงานต่อเนื่อง ล่าสุดกำลังเตรียมการถ่ายทำผีชีวะ ภาคที่ 6 Resident Evil: The Final Chapter
ผู้กำกับหนุ่มใหญ่วัย 50 ปีคนนี้มีชื่อจริงว่า พอล วิลเลียม สก็อต แอนเดอร์สัน เป็นชาวอังกฤษ เรียนจบทางด้านภาพยนตร์และวรรณกรรมจากมหาวิทยาลัยวอร์วิค ในเมืองโคเวนทรี เริ่มต้นด้วยการทำหนังแอ็กชั่นดราม่า ที่ว่าด้วยแก๊งโจรวัยรุ่นขับรถพุ่งเข้าไปบุกปล้นร้านค้า ตัวหนังไม่ประสบความสำเร็จนักเพราะถูกแบนในบางโรงที่อังกฤษ ก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลออกจำหน่ายเป็นวิดีโอในสหรัฐอเมริกา ความน่าจดจำของหนังเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวก็คือ มันเป็นการเปิดตัวนักแสดงหนุ่มหล่อฝีมือดีที่ชื่อ จู๊ด ลอว์ ให้โลกภาพยนตร์ได้รู้จักแค่นั้น แอนเดอร์สัน ได้งานกำกับในฮอลลีวู้ดอีกครั้ง และคราวนี้เขาหันมาดัดแปลงหนังจากวิดีโอเกมชื่อดังอย่าง Mortal Combat ซึ่งครั้งนี้ ความสำเร็จก็มาเยือนอย่างล้นหลามเมื่อหนังทำเงินถล่มทลายไปทั่วโลกกว่า 122 ล้านดอลลาร์ ทั้งๆ ที่ใช้ทุนสร้างไปแค่ 18 ล้านดอลลาร์เท่านั้น หนังได้เสียงตอบรับจากแฟนๆ รวมถึงคำวิจารณ์ค่อนข้างดี แต่แอนเดอร์สันก็ปฏิเสธที่จะกำกับภาคสองซึ่งต่อมาหนังโดนด่ายับจนถูกทาบทามให้มากำกับภาคสามแต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธอยู่ดี
ความสำเร็จที่ได้รับ ทำให้แอนเดอร์สันได้โอกาสในการเลือกกำกับหนังมากขึ้น ผลงานเรื่องต่อมา เขาจึงลองไปทำหนังไซไฟดูบ้าง ซึ่งปรากฏว่าทั้ง Event Horizon และ Soldier กลับเป็นหนังที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ จนทำให้เขาต้องไปกำกับหนังทีวี ก่อนจะกลับมาทำหนังอีกครั้งด้วยโปรเจกท์ที่ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกมชื่อเดียวกัน นั่นก็คือ Resident Evil และถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของเขาในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน จากหนังเรื่องนี้เขาเปลี่ยนชื่อเป็นพอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน หลังจากใช้ชื่อพอล แอนเดอร์สัน ในการกำกับหนังอยู่หลายปี จนคนสับสนกับผู้กำกับหนังอีกคนที่ชื่อ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน (แต่พอเปลี่ยนเป็น พอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน คนก็สับสนกับ เวส แอนเดอร์สัน ผู้กำกับหนังสายอาร์ตอีกคนอยู่ดี)
ผลงานจากการกำกับของ พอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน หลายเรื่องล้วนทำเงินมากมาย ทั้งๆ ที่หนังเหล่านั้นหาได้มีความแปลกใหม่ใดๆ หรือมีหน้าหนังชวนให้น่าดูแม้แต่น้อย ทั้งเอเลี่ยนปะทะพรีเดเตอร์ หนังแอ็กชั่นที่รีเมกมาจากหนังปี 1975 อย่าง Death Race กระทั่งหนังย้อนยุคตำนานนักรบสามทหารเสือที่สร้างมาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง แต่พอมาอยู่ในมือแอนเดอร์สันมันก็กลับเป็นหนังทำเงินได้เสมอ ล่าสุดกับ Pompeii เมื่อปีก่อน และโครงการผีชีวะภาคต่อไปซึ่งมีกำหนดฉายในปีหน้าก็คาดกันว่าน่าจะเดินตามรอยความสำเร็จภาคเก่าๆ ได้ไม่ยาก
แอนเดอร์สัน มีทักษะของเป็นคนทำหนังที่เล่าเรื่องได้สนุก โดยเฉพาะการวางจังหวะตัดต่อในหนังได้อย่างเหมาะสม บั่นทอนช่วงเวลาในหนังดูจะยืดเยื้อน่าเบื่อ เปลี่ยนอารมรณ์ให้กลับมาสนุก น่าติดตามได้หลายๆ ครั้ง ชื่อของพอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน รับประกันได้ถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นตามมาในหนังที่เขารับหน้าที่กำกับ แต่ยังห่างไกลกับคำวิจารณ์ชื่นชมถึงคุณค่าทางศิลปะที่มีในหนังด้วยเช่นกัน แอนเดอร์สันคนนี้ จึงไม่เคยเฉียดใกล้รางวัลเท่ากับผู้กำกับอีกคนสองที่ชื่อคล้ายกัน และแฟนหนังมักสับสนจำผิดอยู่เสมอ
.......................................
(หมายเหตุ 'Paul WS Anderson' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



