
ขบคิดขีดเขียน : น้ำเน่าที่เราทั้งแค้นทั้งรัก
02 มิ.ย. 2558
ขบคิดขีดเขียน : น้ำเน่าที่เราทั้งแค้นทั้งรัก : โดย...หญิงยศ
ในชีวิตของการเป็นผู้จัดละคร คำถามที่โดนถามบ่อยที่สุดคือ… “รู้สึกอย่างไรกับละครน้ำเน่า?”
ตอบตรงๆ เลยนะคะ รู้สึก “ชอบ” มากกกกกกกก (กอไก่ล้านตัว)
ไม่ได้ประชด แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ และไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงต้องรังเกียจรังงอนมันนัก ไอ้ละครน้ำเน่าเนี่ย หลายคนบอกมันไร้สาระ เออนะ ก็อยากจะบอกว่าละครไม่ใช่สารคดี บางทีเราจะตีความอะไรก็อยากให้มันถูก ละครคงไม่ได้สอนว่าปลาวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(หรือเปล่า) หรือสารคดีก็คงไม่ต้องอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลงให้หนักหน่วงมากนัก... เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน
หลังๆ รู้สึกว่าละครน้ำเน่าโดนรังเกียจมากก็ตอนที่คนไทยหันไปดูละครเกาหลีกันมากขึ้น ซึ่งส่วนตัวหญิงยศเป็นคนไม่ดูละครเกาหลีเลย... (ไม่ได้รังเกียจนะ แค่กลัวติด!!) มันเห็นชัดก็เมื่อละครไทยของเราเริ่มมีกลิ่นอายของละครเกาหลีเข้ามามากขึ้น เริ่มมีคำศัพท์ในการทำละครว่า “เอาแบบเกาหลีอ่ะ” ทีนี้ เราก็เริ่มไปเป็นแบบคนอื่น ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกค่ะ ไอ้พฤติกรรมเลียนแบบนี่มันมีมาแสนนาน ทั้งมาจากการชื่นชมเขา และการเอาตัวเรารอดด้วย แต่ไอ้การไปเอากลิ่นไอของเขามา ก็ใช่ว่าจะการันตีความสำเร็จหรือคนดูจะชื่นชอบอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์หรือก็เปล่า หลายครั้งหลายหนที่คนทำใจไม่กล้า เลยทำแค่ครึ่งๆ กลางๆ รสชาติละครเลยออกมากึ่งปลาร้ากึ่งกิมจิ มันก็ไม่เข้ากัน คนดูก็ดูไปขนลุกซู่ไปจนต้องเปลี่ยนช่องก็มี แต่ที่ทำได้ดีมีคนนิยมก็มาก แต่ส่วนตัวหญิงยศในฐานะคนดูละคร ก็แอบคิดถึงละครน้ำเน่ารสชาติไทยๆ อยู่เหมือนกัน จนวันหนึ่งคุณแม่ของหญิงยศก็เอาเรื่องย่อละครเรื่องหนึ่งมาให้ ชื่อว่า ”สุดแค้นแสนรัก” แล้วบอกว่าทำไหม ถ้าไม่ทำแม่จะทำเอง… ในวันนั้นชีวิตยุ่งเหยิงเหลือเกิน เลยได้แต่บอกแม่ไปว่า “ไม่ไหวค่ะ แม่ทำเถอะ” แม่ก็เลยเอาละครเรื่องนี้ไปทำกับพี่หนุ่ม กฤษณ์ ภายใต้การดูแลของบริษัท เมคเกอร์ เค ที่แม่เปิดเพื่อทำละครกับพี่หนุ่มนั่นเอง จนมาถึงวันนี้ ถ้ามีคนมาถามหญิงยศว่าเสียดายไหมที่ปฏิเสธไม่ทำละครเรื่องนี้… ตอบตรงนี้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย” เพราะต้องยอมรับว่า ถ้าหญิงยศทำ ก็คงไม่แซบนัวคั่กๆ กับทุกรายละเอียดได้มากขนาดนี้!! ละครบ้าอะไร เอาอยู่ทุกอณูรูขุมขน ทั้งบทโทรทัศน์ การเลือกนักแสดง การใช้ของประกอบฉากและเพลงประกอบละครต่างๆ มาปั้นให้ละครเรื่องนี้ชัดเจนในทุกยุคสมัยของมัน ดูไปก็แสนเพลิน แถมยังจัดจ้านเคล้าน้ำตากันทุกตอนเลยทีเดียว หลายคนพูดว่าละครเรื่องนี้มันรุนแรง ขายแซบไงมันถึงดัง แหม หญิงยศฟังแล้วอยากสวมวิญญาณอีแย้มเหลือเกิน เอาจริงๆ นะ ฉากตบตีไม่ได้มีมากมาย ฉากแซบก็ไม่ได้มั่วราคะ ขายสรีระอะไรหวือหวา แต่ที่หญิงยศเชื่อเหลือเกินว่าทำไมละครเรื่องนี้ถึงดังก็คือ… ละครเรื่องนี้คือละครไทยแท้ๆ ที่เราทุกคนรู้จักดี นานๆ เราจะเจอละครไทยที่ไม่มีกลิ่นอื่น ไม่มีกลิ่นฝรั่ง ไม่มีกลิ่นเกาหลี ไม่มีเรื่องราวที่เราไม่รู้จักหรือจับต้องยาก หลายอย่างเป็นสิ่งที่หลายคนเคยรังเกียจจิกเรียกว่าน้ำเน่า แต่นี่คือ ละครไทยที่คงไว้กับแก่นกับรากเหง้าของคนไทย เราได้ฟังคำสอน เราได้ยินคำสวดมนต์ เราอิงอยู่กับรัก โลภ โกรธ หลง ทิฐิ ยึดมั่น และเราแก้ปัญหาด้วยพระพุทธศาสนา ด้วยการขอขมา ด้วยการให้อภัย สุดท้ายเราอิ่มใจกับความดีงามของเนื้อเรื่องและตัวละครที่เลือกเดินในทางที่ถูกต้อง เรา ”อิน” เพราะเรารู้จักตัวละครเหล่านี้ดี พวกเขามีชีวิตอยู่ใกล้ๆ ตัวเราทั้งนั้น ในฐานะคนดูละคร หญิงยศใจหายเมื่อละครเดินทางมาถึงตอนอวสาน แต่ก็อิ่มเอมใจ ไม่มีละครที่ทำให้เราติด และเฝ้ารอที่จะได้ดูแบบนี้มานานเหลือเกินแล้ว ขอบคุณทีมผู้จัด ทีมนักแสดง และทีมงานที่ทำให้ติดละครมากขนาดนี้อีกครั้ง และเราดีใจที่สุดที่ปรากฏการณ์การติดละครของพวกเราในครั้งนี้เกิดขึ้นกับละครสัญชาติไทยแท้ๆ มันแซบตรงนี้!!!



