บันเทิง

เล่นหูเล่นตา : บุรีรมย์... บุรีรัมย์

เล่นหูเล่นตา : บุรีรมย์... บุรีรัมย์

01 มิ.ย. 2558

เล่นหูเล่นตา : บุรีรมย์... บุรีรัมย์ : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
         "ผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่" นังนุชนาฎ หันไปค้อนป้ายที่ตั้งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน ขณะที่พวกเรายืนรอบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง ...
 
         "กรูไม่ได้ท้อง ... กรูอ้วน!" นุชพูดลอยๆ ดูจากขนาดท้องของมันคงจะต้องท้องในมดลูกและนอกมดลูกพร้อมกันออกมาเป็นแฝด 4 เสร็จจากออกตั๋วและโหลดกระเป๋าสัมภาระ พวกเราหมู 3 ตัว นังนุช คุณสีเกดและฉันก็ตบเท้าไปหาของกินที่ขายอยู่ในสนามบิน ราคาสูงกว่าข้างนอก แต่เวลาที่มันหิวไม่มีเวลากินก่อนมา เท่าไหร่ก็จ่ายแล้วเวลานี้ ... นานๆ ทีนังนุชมันจะได้มาบินกับพวกเราเพราะตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่งั้นมันก็คงต้องทำงานออฟฟิศประจำของมัน ปล่อยให้ฉันกับสีเกดบินกัน 2 คน 2 ทริปติดกัน เมื่อวานปอยเปตนั่งรถตู้ไป ส่วนวันนี้บุรีรัมย์ นังนุชส่งเบอร์เกอร์กับมันฝรั่งทอดซึ่งปกติฉันไม่ค่อยมีโอกาสได้กิน (กินคนเดียวไม่เคยหมด) ใครจะจำแนกประเภทของมันยังไงก็ช่าง แต่มันเป็นอาหารปลอบใจสำหรับฉัน มันให้ความรู้สึกของการเผลอตัวเผลอใจกินเข้าไปแล้วมีความสุข ... แล้วมันก็ดีกว่าผู้ชายตั้งแยะ! อยากกินตอนไหนก็ได้ แค่เดินไปซื้อ ไม่ต้องจดๆ จ้องๆ แล้วสุนัขคาบไปดินเนอร์ ... มีคนปาดหน้าเค้ก หรือ คาบเอาไว้ในปากแล้วมันดันดิ้นหลุดไป เอาเป็นว่า ... มันรู้สึกดีก็แล้วกัน! ... เบอร์เกอร์ขนมปังนุ่มๆ อันโตๆ มีเนื้อวัวหรือเนื้อหมูหนาๆ หลายๆ ชั้น ใส่ชีส ใส่ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ และแตงกวาดอง บีบซอสมะเขือเทศกับมัสตาร์ดใส่ลงไป  จับมันไว้ด้วย 2 มือ กดแน่นๆ ให้มันแบนพอที่เราจะอ้าปากกว้างๆ งาบได้คำใหญ่ๆ งั่ม!! ... ชุ่มฉ่ำเต็มปากเต็มคำ! เลอะทั้งปากทั้งจมูกเลยกรู! ตามด้วยมันฝรั่งทอดจิ้มซอสมะเขือเทศ กรอบๆ หอมๆ หยิบเข้าปากชิ้นแล้วชิ้้นเล่า ไม่อยากจะจำไม่อยากจะนับ (เพราะไม่ใช่ผัว!) มือ 2 ข้างเลอะเทอะจนหยิบแก้วน้ำอัดลมมาดื่มไม่ได้ ต้องเอาหน้าก้มลงไปดูดน้ำจากหลอด เพื่อไล่ขนมปังที่ติดคออยู่ ... อาหารมันจะน่าประทับใจก็ตอนที่กินมันเวลาที่อยากกิน ไม่ใช่เวลาที่ไม่มีอะไรจะกิน! ... ขณะที่กำลังกินเบอร์เกอร์ ผู้ชายหน้าตาดี ยิ้มสดใสก็เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วย่อตัวลงไหว้ฉัน ...
 
         น้องไอซ์ ศรัณยู น้องน่ารักและจิตดี ทุกครั้งที่เจอกัน (เราทำงานด้วยกันครั้งแรกตอนสโนว์คิ้ซึ่ี่งผ่านมานานหลายปีแล้ว) มารยาทน้องไม่เคยเปลี่ยน จะดังแค่ไหนก็ยังทำตัวเหมือนเดิม เจอหน้ากันก็ถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาคนคุ้นเคย
 
         "ไอซ์ถ่ายละครของพี่บอย ถกลเกียรติ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เสาร์-อาทิตย์รับงานอีเว้นท์ครับ" ไม่น่าเชื่อว่าน้องอยู่วงการนี้มา 12 ปีแล้ว แต่งานก็ยังชุก ตั้งแต่ไปเล่นละครเวทีสี่แผ่นดินเป็น "ตาอั้น" ก็ติดใจละครถอนตัวไม่ขึ้น ผิดกับฉันที่กลัวการเล่นละครเวทีเป็นที่สุด ใครๆ บอกว่าคนเล่นละครเวทีจะได้รับวิชาความรู้ในการแสดงขั้นสูงซึ่งสามารถนำไปใช้กับการแสดงอย่างอื่นได้อีกมากมาย แต่ "เบน ชลาทิศ" บอกกับฉันว่า "ละครเวทีมันเอาชีวิตน้องไปหมด น้องเหนื่อยมาก น้องซ้อมทุกวันๆ ละหลายชั่วโมง ตลอด 3 เดือน" แค่นั้นแหละ ... นักร้องแก่อย่างฉันก็กลัวจนมดลูกหด ดูสิ! ตอนนี้เบนเล่นละครเก่งจนดังไปถึงไหนแล้ว ส่วนฉันร้องเพลงเหมือนเดิม ก็ยังดีที่ร้องเพลงเป็น เอาไว้เลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัวแค่นี้ก็บุญหัวแล้ว!
 
         ชีวิตคนเราชำนาญอย่างเดียวก็พอแล้วมะ? ถ้าจะสวยและเก่งซะทุกอย่าง แล้วคนอื่นเขาจะเอาอะไรกินคะคุณ!
 
         "ไอซ์เพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส แบ็คแพ็คไปคนเดียว สนุกมากเลยครับพี่ นี่กำลังจะไปออสเตรเลียกับสวิส ขอวีซ่าไว้ 1 ปี กะว่าจะไปเที่ยวภายในปีนี้" วัยหนุ่ม-สาวเป็นวัยที่น่าอิจฉา มันเต็มไปด้วยพลังของความอยากรู้อยากเห็น และการค้นหา ... เวลาของคนทุกคนมีเท่ากัน ขึ้นอยู่กับจะรู้จักแบ่งเวลาใช้มันอย่างคุ้มค่าแค่ไหน แต่สำหรับฉัน ฉันไม่ได้มองหาความตื่นเต้นอีกต่อไป และฉันก็รู้จักตัวเองจนไม่มีอะไรในตัวให้ค้นหานัก นอกจากกลับไปทำอะไรอย่างที่เคยตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำ ก็แค่นั้น ตลอดชีวิตฉันๆ มีอาชีพเดียว "เป็นนักร้อง" หมดเวลาไปกับการฝึกฝนและค้นหาพรสวรรค์ในตัวเองกับเรื่องผู้ชายอีกเล็กน้อย (เดี๋ยวจะหาว่าโกหก!) ใช้เสียงหาเงิน มันมีรูปแบบง่ายๆ ของมันแบบนั้น (แม้ในความจริงมันจะไม่เคยง่ายก็ตาม) ฉันรู้สึกอิจฉาคนที่สามารถแบ่งเวลาไปท่องโลกได้ เพราะ ... "ยิ่งเราเห็นโลกใบนี้ชัดขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะได้รู้ว่า เราไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้" เราเป็นแค่ "จุดเล็กๆ" บนโลก ที่เคยคิดไปเองว่า เราคือ "ศูนย์กลา " ของทุกสิ่ง เราตัดสินผู้คนและทุกเรื่องราว ยกเว้น "ตัวเอง!" เมื่อเรามองเห็นโลกในมุมกว้างและมองจากหลายๆ มุม ผลที่ตามมาก็คือเราจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและคุ้มค่าที่สุดในทุกๆ จุดที่เรายืนอยู่เพราะโลกกว้างแต่ชีวิตสั้น! การได้เรียนรู้ผู้คนผ่านวัฒนธรรมและภูมิประเทศ มันทำให้เรารู้จักยอมรับความแตกต่างของผู้คน นั่นก็ทำให้ใจเรากว้างขึ้น ... ที่สุดแล้ว
 
         "โลกนี้ก็มิได้กว้างใหญ่ไปกว่าใจของมนุษย์เลย!" เมื่อใจเราเปิดกว้าง เราจะเคารพทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลง เราจะยอมรับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่ให้ทุกสิ่งยอมรับเราเพราะฟ้ายังอยู่ แต่เราไม่อยู่ค้ำฟ้า ... ฉันยืนเม้าท์กับไอซ์จนได้เวลาเรียกขึ้นเครื่อง (เดียวกัน) พอเครื่องลงจอดที่สนามบินบุรีรัมย์ รถตู้ก็มารับพวกเรา เป็นทริปที่ได้รับการดูแลดีตรงที่ศิลปินนักร้อง 1 คน ต่อ รถตู้ 1 คัน ... ส่วนตั๊วส่วนตัวค่ะคุณ ฉันกับนุชนาฎ และสีเกด บอกคุณพี่โชเฟอร์ให้พาไปกิน "ส้มตำไก่ย่างสีดา" พอไปถึงร้านปิดเพราะมันค่ำแล้ว เลยไปอีกร้าน "ร้านครัวอีสาน" เป็นร้านโล่งกว้างติดพัดลม มีห้องแอร์คาราโอเกะให้ด้วย แต่ ... เวลานี้มันใช่เวลาร้องเพลงมั้ยคะคุณ หิวจนจะกินไมโครโฟนได้อยู่แล้ว! พลิกเมนูไปมา สั่งส้มตำไทย ตำลาว ลาบหมู ลาบเป็ด ลาบเนื้อน่องลาย (อันนี้เด็ดสุด กรุบกรอบมาก) ไข่เจียว (อันนี้ต้องสั่งเพราะถ้าไข่เจียวไม่ผ่าน อย่าสั่งอย่างอื่น นอกจากย้ายร้านซะ!) หน่อไม้ดองต้มไก่บ้าน (ใส่หม้อไฟมาเลย ยิ่งหิวจะร้อนลวกปากไปมั้ยคะคุณ) และข้าวเหนียว ... ขอบอกว่าข้าวเหนียวร้านนี้เป็นเม็ดสวยมาก สวยจนอยากจะจูบมือชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากิน ข้าวเหนียวปั้นแน่นๆ แล้วจิ้มน้ำลาบข้นๆ ติดพริกป่นกับข้าวคั่วหอมๆ อร่อยจนน้ำตาจะไหล! ร้านนี้นางเด็ดเรื่องลาบค่ะคุณ รสชาติเป็นลาบแบบออริจินอลแท้ๆ น้ำลาบรสชาติจัดจ้านเข้มข้น ขลุกขลิก พริกป่นกับข้าวคั่วสุกกำลังดี ความละเอียดของข้าวคั่วสำคัญมาก เพราะบางร้านคั่วหยาบๆ ดิบๆ เวลาใส่ลงไปในลาบอืดเป็นข้าวโอ๊ตเลยก็มี ... ถ้ามากินกับพวกทาเคชิทั้งวง ฉันคงสั่งทุกลาบที่มีในร้านมากิน ฝีมือนางเริ่ดจริงๆ คะคุณ สั่งมาเต็มโต๊ะจนจะไม่มีที่วาง เช็กบิลออกมาไม่ถึงพันบาท เอ่อ ... ให้ฉันย้ายมาอยู่บุรีรัมย์ก็ได้นะ รับรองเงินเหลือเยอะเลย กินข้าวเสร็จก็ถ่ายรูปกับลูกค้าและพนักงานรวมถึงเจ้าของร้านเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แล้วรีบขึ้นรถไปโรงแรมที่พัก อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปร้องเพลงบริเวณหน้าสนามฟุตบอล "บุรีรัมย์ยูไนเต็ด"
 
         โปรดติดตามตอนต่อไป ...