
เปิดประตูสู่ดวงดาวกับฝันที่เป็นจริงมาตัง
23 พ.ค. 2558
เปิดประตูสู่ดวงดาวกับฝันที่เป็นจริงของลูกผู้หญิงนักสู้"มาตัง"ระดับดาว : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง-ภาพ.... ณัฏฐิรา หลอดแก้ว
รูดม่านปิดไปสักพักแล้ว สำหรับ "เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปีที่ 11" โดยตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ "มาตัง" ระดับดาว ศรีระวงศ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "เดอะสตาร์ที่อายุน้อยที่สุดและเป็นเป็นเดอะสตาร์หญิงคนที่ 2 ของเมืองไทย" วันนี้ "บันเทิง คมชัดลึก" จะพาไปรู้จักกับสาวน้อยวัย 15 คนนี้ ที่จะมาเป็นดาวเจิดจรัสอีกดวงในวงการบันเทิง
@@ ชีวิตเดอะสตาร์คนที่ 11
000เป็นอย่างไงบ้างกับตำแหน่งเดอะสตาร์คนที่ 11 และเป็นเดอะสตาร์ที่อายุน้อยที่สุด
ตอนแรกไม่ได้คิดว่า ตัวเองจะได้เป็นเดอะสตาร์คนที่ 11 ของเมืองไทย ผ่านวันประกาศผลมาสักพักแล้ว แต่หนูก็ยังทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรยังไง เราเองเป็นเด็กไม่รู้ว่าการทำงานต้องทำยังไง มันก็ต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหนึ่ง ในเรื่องของการทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยก็ยาก
000คิดไว้ไหมว่าจะได้เป็น "เดอะสตาร์ คนที่ 11" ของเมืองไทย
ไม่คิดมาก่อนเลย ถึงจะมีคนบอกว่าหนูเป็นตัวเต็ง เพราะความรู้สึกหนูแล้ว หนูอายุแค่นี้ องค์ประกอบหลายอย่างยังเร็วเกินไปสำหรับหนู มีอะไรหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่พอมาวันนี้หนูได้เป็นเดอะสตาร์ มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน พอมาได้เราต้องมานึกถึงว่า เราจะต้องเตรียมตัวยังไง ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่เหนื่อย เราต้องเป็นคนของประชาชน ชีวิตส่วนตัวเราเริ่มน้อยลง เราต้องเริ่มเปิดรับสิ่งใหม่ และต้องพยายามที่จะพัฒนาตัวเอง แล้วคอยตั้งรับกับสิ่งต่างๆ ที่จะตามมา ด้วยการศึกษาและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไปในแต่ละวันๆ
000ความตั้งใจแรกที่มาประกวด "เดอะสตาร์" คืออะไร
หนูอยากที่จะรู้ว่าบรรยากาศการประกวดเป็นยังไง เพราะเราไม่เเคยมา เป็นปีแรกเลยอยากรู้ ว่ามันจะกดดัน มันจะเป็นยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราดูรายการผ่านหน้าจอทีวี เห็นกรรมการคอมเม้นท์ คนจะเยอะหมื่นสองหมื่นอย่างที่เห็นในทีวีหรือเปล่า วันที่มาประกวดคนเยอะจริงๆ พอเห็นคน เรากดดันมาก จนเราได้เข้ารอบเป็นตัวแทนรอบภาค และเริ่มไต่มาทีละขั้นทีละขั้น จนได้เข้า 8 คนสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นอารมณ์ความรู้สึกมันเปลี่ยน มันไม่ใช่การลองแล้ว ทำให้เราตั้งใจทำแต่ละวีคให้ดีที่สุด อย่างวีคแรกที่เป็นวีคเปิดตัว เราอยากทำให้คนจดจำ และประทับใจมากที่สุด
000กระแสต่างๆ ตอนที่ประกวดมีผลกับความเป็น "มาตัง" แค่ไหน
ด้วยความที่เราอยู่ในบ้าน เราไม่รู้กระแสอะไรเลย ไม่ได้มีโอกาสได้คุยกับพ่อแม่ ไม่ได้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อน หรือแฟนคลับ พอออกมา เราจึงได้รู้ว่าข้างนอกเป็นยังไงบ้าง ซึ่งตรงนี้เอง ไม่ค่อยโดนกระแสอะไรอยู่แล้ว และอีกอย่างด้วยความที่หนูเป็นเด็กก็ไม่ได้สนใจด้วย คือหนูแค่เตรียมตั้งรับความเหนื่อยจากตัวเราเองมากกว่า
000ความประทับใจ ที่ได้จากการประกวดเดอะสตาร์
สิ่งที่ประทับใจ คือ พ่อกับแม่ ที่คอยให้กำลังใจเราตลอด ตอนที่อยู่ในบ้าน พ่อกับแม่ก็คอยไปบอกให้พวกญาติๆ หรือคนที่รู้จักคอยช่วยเชียร์หนู มันทำให้รู้ว่าเขาใส่ใจเรามากแค่ไหน พ่อกับแม่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันเราให้ขึ้นมาจนมีวันนี้ สำหรับหนูแล้ว ครอบครัวเป็นแรงผลักดัน และคอยสนับสนุนหนูมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อกับแม่คอยพาหนูไปแข่งร้องเพลงมาตลอด พาเข้ากรุงเทพฯ มาแข่งเดอะวอยซ์ คิดส์ แข่งทุกอย่าง
000เวทีเดอะสตาร์ให้อะไรกับ "มาตัง" บ้าง
ได้ประสบการณ์ ได้มิตรภาพ ได้มีครอบครัวเพิ่มมาอีกครอบครัวหนึ่ง คือครอบครัวการทำงานในเอ็กแซกท์ ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เช่นเรื่องของการวางตัว การอยู่กับคนที่เราไม่รู้จัก การไว้ใจใคร และการได้รับสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิต ทำให้เราโตขึ้น มีความคิดและทัศนคติที่ดีขึ้น และอดทน
000สิ่งที่ผู้ใหญ่สอนหลังจากได้เป็นเดอะสตาร์แล้วคืออะไร
ผู้ใหญ่จะคอยบอกว่า หนูเป็นเด็กจะต้องอ่อนน้อมถ่อมตน และให้พัฒนาตัวเอง อายุหนูแค่นี้ ยังมีอะไรที่ให้พัฒนาอีกเยอะ อย่าเพิ่งหลงระเริงและหยุดที่จะพัฒนา ผู้ใหญ่ที่ค่ายบอกว่า ให้หนูคืดว่าตัวเองเป็นแก้วน้ำที่มันไม่เต็มแก้ว ที่พร้อมจะรับอะไรที่เข้ามา เพื่อให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาต่อไป
000มีนามสกุล "เดอะสตาร์" ต่อท้ายแล้ว เป็นยังไงบ้าง
เอาจริงๆ เลยนะ หนูเองยังไม่ชินเลย เวลาที่ใครเรียกหนูว่า มาตัง เดอะสตาร์ เวลาที่ต้องไปงาน แล้วต้องแนะนำตัว หนูเองยังไม่ค่อยกล้าที่จะพูดว่าเป็น "มาตัง เดอะสตาร์ 11" มันดูยิ่งใหญ่(ทำเสียงเขินๆ) แต่ก็จะรู้สึกดีใจที่มีคนรู้จักและเรียกเราว่า มาตัง เดอะสตาร์ อย่างตอนที่ไปโรงเรียน ก็มีเพื่อนมาดราม่าใส่หนูว่า กลัวหนูไม่เหมือนเดิม ไม่กล้าเล่น ไม่กล้าคุยด้วย หนูก็บอกเพื่อนไปแล้วว่า หนูก็เหมือนเดิม และเวลาเรียกไม่ต้องเรียกว่ามาตัง เดอะสตาร์ ก็เรียกมาตังธรรมดาที่เคยเรียก เพราะจริงๆ หนูก็ยังเป็นคนเดิม
000การได้เป็น "เดอะสตาร์" มันเหมือนถึงจุดสูงสุดในสิ่งที่ฝันไว้แล้วหรือยัง
ตอนเด็กๆ หนูฝันว่า อยากเป็นศิลปิน อยากเป็นนักร้อง ในตอนเด็กแค่อยากหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ไปแข่งร้องเพลง ทุกแนวที่ถนัดและอยากร้องเพลงไปเรื่อยๆ วันนี้หนูได้เป็นนักร้องเร็วกว่าที่คิดไว้ มันเป็นความภูมิใจ และดีใจที่เราทำตามความฝันของเราได้หนึ่งขั้น แต่ถามว่าถึงจุดสูงสุดแล้วหรือยัง หนูว่าความฝันมันมีเข้ามาตลอด ถ้าเราไม่หมดฝัน ในตอนนี้หนูอยากจะฝันต่อไปว่า หนูจะเป็นศิลปินที่ดี ที่มีคนรักมากขึ้นเรื่อยๆ
000ความฝันของ "มาตัง" คือการเป็นศิลปิน วันนี้เรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินได้หรือยัง
หนูยังไม่กล้าเรียก หนูยังไม่กล้าเรียกขนาดนั้น ตอนนี้ในหัวหนูไม่ได้คิดว่าหนูเป็นศิลปินเลย หนูแค่อยากร้องเพลง และอยากทำเพลงให้คนฟังแค่นั้น
@@ ตัวตน "มาตัง"
000ถ้าตัดความเป็นเดอะสตาร์ทิ้ง "มาตัง" เป็นคนแบบไหน
หนูเป็นคนขี้เล่น ตลก เฮฮา เป็นกันเอง เวลาอยู่กับเพื่อน หรืออยู่กับผู้ใหญ่ จะต่างกัน เวลาอยู่กับเพื่อนจะเป็นคนตลก มุกเยอะ ห้าวๆ พูดแข็งๆ คือนิสัยเหมือนผู้ชายหน่อยๆ แต่พอเวลาอยู่กับผู้ใหญ่ หนูจะเรียบร้อยมาก นิ่งๆ หนูเป็นคนไม่โกรธใคร แต่จะเก็บไว้ คำว่าเก็บไว้หมายถึง ว่าในตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าโกรธ แล้วพอเก็บไว้ ผ่านไปวันสองวันก็หาย หนูไม่เคยเอากลับมาคิดมาก ว่าเราโกรธคนนี้ คนนั้นอยู่
000เรื่องอะไรที่จะกระทบจิตใจของ "มาตัง" มากที่สุด
เรื่องพ่อกับแม่ สิ่งที่หนูกลัวมากที่สุดในชีวิต คือกลัวพ่อกับแม่เหนื่อย ในการที่เขาสนับสนุน ทุ่มเท คอยพาไปประกวด คอยพาไปทำนั่นทำนี่หลายๆ อย่าง กลัวว่าพ่อกับแม่จะเหนื่อย กลัวจะไม่ไหว หนูเองก็พยายามบอกกับตัวเอง ว่าหนูต้องทำให้ดี ให้สมกับที่พ่อแม่ทุ่มเทให้กับเรา และหนูจะหาเงินให้พ่อแม่ พ่อกับแม่จะได้หยุด หยุดที่จะสนับสนุน หนูจะทำความฝันด้วยตัวเอง หนูอยากจะพิสูจน์ว่า ไม่ว่าความฝันหนูจะมีมากแค่ไหน หนูจะทำให้มันประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวหนูเอง
000สิ่งที่ "มาตัง" กลัวมากที่สุดคืออะไร
กลัวพ่อแม่เหนื่อย หนูอยากให้พ่อแม่ได้พัก พ่อกับแม่สนับสนุนหนูมาตั้งแต่เด็ก จนมาถึงตอนนี้ก็หลายปี เขาเสียทั้งแรงเงินและแรงกายเพื่อหนู บางทีหนูเคยแอบเห็นพ่อกับแม่ท้อ เพราะตัวหนูเอง หนูมีขี้เกียจร้องเพลง ขี้เกียจทำนั้นทำนี่ พอเห็นพ่อกับแม่ท้อ หนูเลยรู้สึกว่า หนูต้องตั้งใจทำ อยากที่จะสานต่อความฝันของหนู เพราะความฝันนี้ ไม่ได้เป็นของหนูคนเดียว ฝันของหนูยังเป็นความหวังของพ่อกับแม่ด้วย
@@ อนาคตต่อไป
000อนาคตนับจากนี้ วาดฝันไว้ยังไง
อนาคตจากนี้ หนูก็อยากจะร้องเพลง อยากทำเพลงไปเรื่อยๆ อยากมีคนรักและสนับสนุน และอุดหนุนผลงานเราเยอะๆ ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่ผู้ใหญ่จะเห็นว่า หนูเหมาะสมกับงานอะไรตรงไหนบ้าง
000กลัวไหมว่าพอหมดจากการประกวด อนาคตของ "มาตัง" อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่ฝัน
ตอนแรกก็กลัว กลัวว่าพอออกจากการประกวดมาแล้ว จากที่เคยมีคนเอ็นดูเราจากการแข่งขัน แต่พอออกจากการแข่งขันแล้ว เราออกมาสู่อีกโลกหนึ่ง ที่มีการแข่งขันที่สูงกว่า คนเขาอาจจะไม่ได้เอ็นดูเราเหมือนเดิมแล้ว ความกลัวในตอนแรกตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะทางพี่ๆ สอนเราว่า ความตั้งใจทำงาน และสร้างผลงานออกมาให้ดี จะเป็นตัวบอกว่าคนยังจะรักและเอ็นดูเราเหมือนเดิมไหม
@@ ความรัก
000ความรักของ "มาตัง" ตอนนี้คืออะไร
รักของหนูตอนนี้ คือครอบครัว สิ่งแรกเลย คือพ่อแม่ หนูยอมทำทุกอย่าง เพื่อขอให้พ่อกับแม่ไม่เหนื่อยอีก รักที่สองรองลงมา คืองาน เพราะมันคือความฝัน คือความหวัง คือความตั้งใจของหนูมาตั้งแต่เด็ก และที่สามคือ แฟนคลับ เพราะหนูไม่เคยคิดว่า เด็กอย่างหนูจะมีคนมาติดตามมาคอยรักและคอยให้การสนับสนุน พวกเขาทำให้หนูมีความสุขที่ได้ร้องเพลงให้พวกเขาฟัง อยากขอบคุณความรักทั้งหมดนี้ และหนูสัญญาว่าหนูจะปรับตัวและพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ
นี่แหละ!! "มาตัง" เดอะสตาร์คนที่ 11 ของเมืองไทย
.......................................
ชื่อจริง : ระดับดาว ศรีระวงศ์
ชื่อเล่น : มาตัง
เกิด : 20 ธันวาคม พ.ศ. 2542
การศึกษา จบศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล และกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ผลงานที่ผ่านมา : เคยเข้าประกวดร้องเพลงในรายการ เดอะวอยซ์ คิดส์ ไทยแลนด์ ซีซั่นที่ 2
ผลงานสร้างชื่อ : เป็นแชมป์เดอะสตาร์ คนที่ 11 ของเมืองไทย
.......................................
(หมาบยเหตุ เปิดประตูสู่ดวงดาวกับฝันที่เป็นจริงของลูกผู้หญิงนักสู้"มาตัง"ระดับดาว : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง-ภาพ.... ณัฏฐิรา หลอดแก้ว )



