
เล่นหูเล่นตา:'กาสิโนโอเค (2)'
11 พ.ค. 2558
'กาสิโนโอเค (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
มนุษย์เรามักทำอะไรเหมือนๆ กัน ตามๆ กัน มันคือหลักในการเข้ากลุ่มในสังคม ไม่มีใครอยากจะถูกมองว่าแปลกแยก ทุกๆ คนต้องการความทัดเทียม แต่... ธรรมชาติได้สร้างให้มนุษย์แต่ละคนเป็นปัจเจก แตกต่างกัน แม้เราจะพยายามที่จะเป็นอย่างใครๆ มันก็ไม่อาจเป็นได้อย่างแท้จริง ความไม่สมบูรณ์แบบและไม่เสมอภาคนั้นคือแก่นสารที่ทำให้มนุษย์ต่อสู้ดิ้นรนไขว่คว้าเพื่อเติมเต็มให้ตัวเองเข้าใกล้คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ที่สุด! ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง สิ่งนั้นมันไม่มีจริง! มันเป็นเพียงแค่ “สิ่งสมมุติ”... แม้กระนั้นมนุษย์เราต่างอยู่ได้ด้วยความหวัง โลดแล่นอยู่ในทะเลแห่งกิเลสที่เต็มไปด้วยอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง และนั่นทำให้ชีวิตมีสีสัน ต่อให้ใครจะใช้ข้อกฎหมายหรือศีลธรรมมาตีกรอบมัน เราก็ยังพยายามที่จะหาทางดิ้นออกไปนอกกรอบนั้นให้ได้... ทุกครั้งที่มีโอกาส!
ที่นี่ก็เช่นกัน เป็นเมืองเล็กๆ ที่เปิดรับผู้คนที่หิวกระหายความร่ำรวยโดยมีความหวังและความโลภเป็นแรงขับเคลื่อน เดิมพันจะสูงแค่ไหนขึ้นอยู่กับ “ใจ” ต่อให้พ่ายแพ้สักกี่ครั้งก็ยังพาตัวเองกลับไปแก้ตัวในโอกาสหน้า ตราบเท่าที่ใจยังสู้ และต่อให้คนภายนอกจะมองว่า มันผิด มันเสี่ยง และไม่มีใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริงนอกจากเจ้าของกิจการ ผู้คนมากมายก็ยังยินดีที่จะพิสูจน์และค้นหา “ความโชคดี” ที่ซ่อนอยู่ในตัว แม้มันจะไม่มีจริงในคนบางคนก็ตาม! ขอต้อนรับเข้าสู่ที่แห่งนี้... กาสิโน... ที่ที่คนอย่างฉันเดินลอยหน้าลอยตาเข้าออกในฐานะ “ลูกจ้างชั่วคราว” ไม่ใช่ “ลูกค้า” ไม่รู้กี่ครั้ง เท่าที่ที่นั้นๆ จะเปิดโอกาสให้ฉันได้ขายเสียงแลกกับเงิน บางครั้งมันก็ดีกับการเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบและเป็นคนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มันดีตรงที่ไม่มีใครมาคาดหวังเอาอะไรกับฉันหรือคอยมาจับผิด สิ่งที่ผู้คนต้องการจากตัวฉันมีแค่ “เสียง” กับ “ความสามารถ” ที่เหลือมันเป็น “ฉัน” เสียจนไม่มีใครต้องการมันและนั่นทำให้ฉันได้เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องสร้างภาพหรือหลบอยู่ใต้เปลือกที่ใครๆ สร้างไว้ให้
การเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ แม่เป็นเมียน้อย (คนสุดท้าย) ใช้เตี่ยร่วมกับพี่น้อง 12 คน เตี่ยหาเลี้ยงพวกเราด้วยการเล่นการพนันเป็นอาชีพ สนามเด็กเล่นของฉันในตอนเด็กคือ บ่อนนกกระจอกของอากง ที่อากงกับอาม้า (แม่ใหญ่) มักจะไล่ให้ไปเล่นที่อื่น แกไม่อยากให้พวกเราเดินตามรอยเท้าของพวกแก แต่ฉันไม่เข้าใจในเวลานั้น เตี่ยเองก็มักจะพูดเสมอว่า... “การพนันไม่ได้ทำให้ใครรวย เงินมันเปลี่ยนมือ โชคมันเปลี่ยนข้างทุกวัน” ฉันก็เลยอดเรียนรู้การพนันใดๆ แม้แต่ผสมสิบ ไม่เช่นนั้น ฉันคงถือไพ่แทนถือไมค์ ไม่มานั่งเขียนหนังสือเล่าเรื่องไร้สาระทุกวันจันทร์อย่างนี้เป็นแน่!... นี่ดีที่ข้าวตูกับอาจารย์ตี๋แต่งหน้า-ทำผมให้ฉันเสียแน่นจนเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ถ้าไม่แต่งหน้ามัดผมยุ่งๆ ไป หน้าตาแบบนี้เป็นได้แค่ 2 อาชีพ เจ้าของบ่อนกับเจ้าของซ่อง! (ขณะที่เขียนฉันเงยหน้ามองกระจกที่อยู่ตรงหน้า กรูขำหน้าตัวเองค่ะ ใครว่าความจริงเจ็บปวด ฉันว่าความจริงมันสนุกนะ ถ้าเรารับได้!) ทุกอย่างแน่นตั้งแต่เครื่องสำอางบนหน้าไปยันพุงแค่ยังไม่เปลี่ยนชุด ช่วงที่ไปคือสงกรานต์ มีวงดนตรีเล่นตอนกลางวันแสกๆ นักร้องแต่งชุดไทยนุ่งโจงกระเบนสีทองวิบวับ ดีนะที่ไม่บังคับฉันให้นุ่งโจง ลูกค้าที่มาเสี่ยงโชคคงคิดว่า อีนี่เป็นผีบ้านผีเรือนสิงอยู่ตามเสากาสิโน! ตอนเดินเข้าไปในส่วนของห้องพัก มีป้ายประกาศติดอยู่ข้างหน้าทางเข้าเป็นภาษาเขมรและภาษาไทยว่า “ห้ามเข้ามาขายบริการในโรงแรมนี้” ฉันไม่ผิด ถึงตอนมาเปลี่ยนชุดก่อนออกไปทำการแสดง ชุดของฉันก็เป็นเกล็ดสีทองผ่าด้านหน้าลึกเกือบถึงลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ฉันขอให้สีเกดถ่ายรูปคู่กับป้ายห้ามค้าประเวณี สีหน้าและท่าทางเข้ากันกับข้อความที่ประกาศห้ามมาก สีเกดบอกว่า “ฝ่าฝืนตลอด!” ... ข้อดีของการเป็นคนไม่ค่อยดีอีกข้อคือ ชีวิตมันสนุกจะตาย! ช่วงที่นักดนตรีวงทาเคชิกับโก้ มิสเตอร์แซกแมนกำลังเช็กเครื่องเสียงบนเวทีก่อนแสดงจริง นังนุชนาฎกำลังเล่นเกมวัดดวงอยู่กับผู้ร่วมอุดมการณ์แห่งความหวังไม่สิ้นสุดเป็นร้อยๆ คนในกาสิโนแห่งนี้ มีเพียงฉันกับสีเกดที่เดินทางออกตามหาความจริงของชีวิต... “การกิน” ... ชิมเฝอแห้งกับขนมปังฝรั่งเศสใส่ไส้หมูยอไปแล้ว แต่ปากมันกว้างกว่าท้อง เกิดเป็นคนอย่างหยุดชิม ฉันกับสีเกดชะเง้อไปที่ร้านรถเข็นใกล้ๆ กันอีกเจ้า มีกระจาดอยู่หนึ่งใบ ในกระจาดใส่ขนมอะไรสักอย่างห่อด้วยใบตองหนาๆ เท่าแขนและยาว 1 ไม้บรรทัด แม่ค้าขายอันละ 25 บาท ฉันขอให้นางเอามีดผ่าให้ชิม มันคือ ข้าวต้มมัดเวียดนามที่เคยกินที่ “ร้านกอล์ฟเฟอร์เฮาส์ จ.อุบลราชธานี” มีไส้ถั่วเขียวบดหยาบกับหมูอยู่ตรงกลาง รสชาติเหมือนลูกผสมระหว่างไส้ขนมเทียนกับไส้บ๊ะจ่าง อร่อยล้ำมากค่ะคุณตำรวจ ฉันเลยคาบมา 2 อันกลับกรุงเทพฯ ถ้าจะกินให้ครบเครื่องต้องเอาข้าวต้มมัดเวียดนามไปหั่นเป็นชิ้นหนาๆ แล้วทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ รสชาติจะเปลี่ยนไปเหมือนขนมกุยช่ายไส้ข้าวเหนียวทอด กินกับผักเครื่องเคียงคือผักดอง ซึ่งมีทั้งแครอท ไชเท้า พริกชี้ฟ้าแดง หอมใหญ่ ดองซีอิ๊วกับน้ำตาล รสชาติออกหวานเค็ม เข้ากันที่สุด! ... ฉันกับสีเกดเพลิดเพลินกับช่วงเวลาสำคัญช่วงสั้นๆ นี้ เถิดเทิงกับของกินจนใกล้จะถึงเวลาทำงานแล้ว เลยต้องรีบกลับที่พัก ยังพอมีเวลาให้ชะโงกหน้าช็อปปิ้งสิ่งต่างๆ ในกาสิโนราวกับช็อปปิ้งที่คิงเพาเวอร์ แต่มันคนละฟิล ที่นี่ร้านเล็กกระจิ๋วหลิว ไม่มีอะไรให้ดูนักหรอก ขนมบางอย่างราคาแพงกว่ากรุงเทพฯ ฉันก็เลยได้แต่อะลุค... อะลุค... สายตามาสะดุดที่ไวน์ขวดละเป็นแสน โอ้แม่เจ้า! เอาไว้กินตอนไหนคะคุณ คำตอบก็คือ ตอนโคตรรวย หรือรวยโคตรๆ นั่นแหละค่า กว่าเขาจะบ่มองุ่นพันธุ์ดีผ่านช่วงเวลาเป็นสิบปี อันนี้เข้าใจ แต่ราคามันอยู่ที่ “ความพึงพอใจ” อยากจะตั้งเท่าไหร่ก็ตั้งไป นี่ราคาขายหรือราคาขู่คะคุณ! โลกนี้มันช่างสมมุติเสียจริงๆ กลับมาหาความจริงอันเจ็บปวดก็คือเราไม่รวยขนาดนั้น ฉันกับสีเกดเดินเลยไปที่ศูนย์อาหาร มีอาหารมากมายหลายสิ่งทั้งไทย จีน ฝรั่ง ตั้งแต่ ก๋วยเตี๋ยว สปาเกตตี สลัด ข้าวแกง ต้มเลือดหมู กวยจั๊บ ข้าวหมกไก่ โรตีกรอบ... เยอะจนเลือกไม่ถูก แต่จะถูกปากหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับลิ้นของแต่ละคน ...
“อีนุช ... พี่ว่าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูนี่โอเคสุดๆ ไม่ใช่มันอร่อยหรอกนะ แต่มันร้อนจนไม่รู้รส”
“พี่จะเอาอะไรกับอาหารที่นี่ คนที่นี่เขากินเพื่ออยู่ รีบกินแล้วรีบกลับไปถอนทุนคืน”
นังนุชพูดอย่างเข้าใจในสัจธรรมของคนเล่นการพนัน มันไม่ได้พูดถึงคนอื่นหรอก มันพูดถึงตัวเองต่างหาก! ... พวกเราก็เช่นกันรับจ้างเล่นดนตรีและร้องเพลงไม่ได้มาพักผ่อนรีบกินแล้วรีบไปไถนากันเถอะ ... ทุกคนกลับขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวและเก็บของมาใส่รถตู้ไว้เพราะร้องเสร็จแล้วต้องรีบกลับออกจากปอยเปตก่อนที่ด่านจะปิด พรุ่งนี้ต้องขึ้นเครื่องไปสงกรานต์ที่บุรีรัมย์ ฉันว่าความโชคดีในชีวิตฉันก็คือ การได้เป็นนักร้องและได้เป็นลูกสาวของเตี่ย แม้จะเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ร่ำรวย ไม่มีชาติตระกูลสูงส่ง แต่เตี่ยก็สอนให้ฉันหากินโดยสุจริตภูมิใจกับการเป็นลูกคนจีน และถ้าเตี่ยไม่ส่งเรียนโรงเรียนจีน ฉันก็มาไม่ถึงตรงนี้ ... บ่อน!!! (น้ำตาจะไหล!) เพราะแต่ละครั้งที่กาสิโนจ้างฉันก็เพราะ “เพลงจีน” ... ขณะที่ฉันร้องเพลงอยู่บนเวที นักเสี่ยงโชคนับร้อยชีวิตก็ยังคงต่อสู้และต่อรองกับโชคชะตาของตัวเองต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเท่าที่โอกาสจะเปิดให้ไขว่คว้า
.......................................
(หมายเหตุ 'กาสิโนโอเค (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



