
ขวัญจิต-ศิรินทราดึงวิถีไทยลงละครน้ำดีเพลงรักเพลงลำ
06 พ.ค. 2558
"ขวัญจิต-ศิรินทรา"ดึงวิถีไทยลงละครน้ำดี"เพลงรักเพลงลำ"
ขวัญจิต ศรีประจันต์-ศิรินทรา นิยากร ทุ่มเทร้องจริงลำจริงลงละครหลังข่าว "เพลงรักเพลงลำ" ดีใจได้แทรก "ลำตัด” ให้เด็กรุ่นหลังได้รู้ ต้นทางเพลงลูกทุ่งมาจากเพลงพื้นบ้าน
ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ปี 2539 ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวบันเทิง "คมชัดลึก” ระหว่างถ่ายละคร "เพลงรักเพลงลำ” ว่า
“แม่ก็ดีใจที่คนทำละครเขายังไม่ลืมของพื้นบ้าน เขายังนำมาใส่ไว้ให้ศิลปะพื้นบ้านเหล่านี้ได้มีช่องทางในการแสดงออกบ้าง แม่ก็พยายามที่จะนำเรื่องราวเพลงพื้นบ้าน เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงลำตัด ในรูปแบบการเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้อยู่ที่บ้านสุพรรณ เท่าที่เราจะทำได้ คือการแทรกเรื่องราวเหล่านี้ในสื่อยุคใหม่ไม่ค่อยจะมีให้เห็น ละครเรื่องแม่แสดงด้วยก็พยายามใส่เรื่องราวให้มากอยากให้เด็กๆ ได้เห็นความไพเราะ แบบไทยๆ กันบ้าง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า วิถีไทยกับการเล่นละครคิดว่าไปกันได้แค่ไหนเพราะไม่ค่อยมีละครแนวลักษณะนี้ออกมาศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงบอกว่า
“แม่เข้าใจในการทำงานของเขา การทำละครแบบนี้มันยากกว่าละครที่เราเห็น ข้อมูลต่างมีมากชื่นชมบริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด ที่คิดทำละครผสมแนววัฒนธรรม ซึ่งเป็นละครหลังข่าวด้วย เขาทำงานกันหนักมากเวลาถ่ายโดยเฉพาะฉากที่ต้องมีการร้องลำตัดดาราทุกคนต้องฝึดมากๆ”
ด้าน ศิรินทรา นิยากร ซึ่งรับบท "บัวสาย” ในเรื่องนี้กล่าวถึงการแสดงละครหลังข่าวเรื่อง "เพลงรักเพลงลำ” ว่า
“มันแป็นละครที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ก็อยากให้คนดู เขาแทรกเรื่องลำตัดเข้าไปยุคนี้ เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่รู้จักลำตัดแล้ว ดีใจที่ได้โอกาสทำอะไรที่ได้ประโยนช์ ให้เด็กรู้ว่านี้คือเพลงลำตัด ที่เป็นรากเหง้าของเพลงลูกทุ่ง ตอนที่เขาติกดต่อมาให้เล่นเป็นแม่เพลง เมื่อก่อนเล่นละคร "แผลเก่า" ก็ไปฝึกกับแม่ขวัญจิต แต่มาเรื่องนี้เราต้องต่อสู้เรื่องให้ลูกมาร้องเพลงลำตัด ซึ่งเขาเป็นคนรุ่นใหม่ เราก็พยายามทำให้เขายอมรับให้ได้ที่ต้องอนุรักษ์ไว้ ก็หนักใจเพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมาก ขนาดเรามีพื้นฐานร้องเพลง เพราะเพลงพื้นบ้านมันยากคือ ต้องเขามาเรียนรู้ เพลงพื้นบ้านมีหลากหลายมันต้องใช้เวลา ขนาดพี่เองไม่ไกลกับเพลงพื้นบ้าน แต่มันก็ไกล มันต้องฟังต้องใช้ตลอดถึงจะจำได้ เพลงพื้นบ้านเราพอฟังแล้วมีเสน่ห์ พอเพลงลูกทุ่งเอาไปผสมมันก็ง่ายขึ้น มันต้องมีคนคอยสืบสาน ให้เวลาเด็กรุ่นใหม่เพราะเขาไม่มีความอดทน"
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดอย่างไรกับละครไทยที่เน้นแต่เรื่องชิงรักหักสวาทมากกว่าละครเชิงวัฒนธรรมลูกทุ่งสาวบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ละครแนวนี้ไม่ค่อยมีใครทำ ในเรื่องเขาสืบสานวัฒนธรรมแทรกเข้าไปให้คนอยากติดตาม ไม่ได้มีลงลึกแต่ถ้าคนดูๆ แล้วอาจจะอยากติดตามเพลงพื้นบ้านต่างๆ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงลำตัด มันจะไม่ทำให้เพลงเหล่านี้ถูกลืม เด็กดูแล้วเขาถามว่าเพลงอะไร อยากให้มีละครแนวๆ แบบนี้ในทุกเรื่องวัฒนธรรม เช่น ลิเก หรืออย่างอื่นๆ ละครเรื่องนี้เขาผูกเรื่องกับวัฒนธรรมได้ดีมาก ละครทุกช่องตอนนี้มีแต่แนวอิจฉา แก่งแย่ง ดูแล้วอาจสนุกเท่านั้น แต่อย่าเอาแต่สนุกจนลืมตัวตน ลืมวัฒนธรรม วันนี้คนไทยเริ่มห่างจากวิถีไทยไปมาก ลองดูละครเรื่องนี้เพื่อเตือนความจำว่าสมัยปู่ย่าตายายเพลงพื้นบ้านเหล่านี้ก็มีความสนุกไม่แพ้ใครค่ะ”