
มองผ่านเลนส์คม - ปราสาทพระวิหาร
เมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมา มีเสวนาน่าสนใจเรื่องข้อเท็จจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับปราสาทพระวิหารที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณาจารย์และผู้รู้หลายท่านซึ่งมีความเห็นว่าบ้านเมืองไม่ควรต้องจมปลักในสงครามชาตินิยม
เสียดายว่าต้องส่งต้นฉบับคอลัมน์นี้ก่อนฟังอภิปราย จึงไม่มีข่าวมารายงาน
เวลานี้เรื่องปราสาทพระวิหารยังเป็นประเด็นคาใจคนไทยหลายคนว่าควรเป็นของไทยไม่ใช่ของกัมพูชา แม้ศาลโลกหรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ จะตัดสินให้เป็นของประเทศกัมพูชาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505
คนไทยหลายคนเชื่อคล้ายๆ ศรีธนญชัยซึ่งเป็นตัวละครเอกในวรรณกรรมชาวอุษาคเนย์ว่า ต้องพลิกแพลงเรื่องต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ตนเสมอ โดยไม่ต้องคิดถึงคนอื่น และไม่ต้องยึดติดกับหลักการใดๆ ทั้งสิ้น
อันเป็นที่มาของคำอธิบายประเภทที่ว่าสนธิสัญญาและแผนที่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลตัดสินว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชานั้น คือเล่ห์ลวงของฝรั่งยุคก่อน เมื่อยุคนี้เรารู้เท่าทันแล้ว ก็ต้องทวงคืน
พร้อมคำบอกเล่าประวัติศาสตร์ใหม่ว่า “ขอม” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างปราสาทหินนั้น ไม่ใช่ชาวกัมพูชาปัจจุบัน หากเป็น “ไทยแท้” ผู้สร้างสุโขทัย อยุธยา สืบมาจนถึงรัตนโกสินทร์ (ชาตินิยมไทยแท้มักไม่ข้องแวะกรุงธนบุรี)
ชาตินิยมเกินพอดีสามารถทำให้คนรักชาติหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่มีแต่ฉากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และภาพลวงตาว่าโลกนี้มีแต่ไทยแท้ผู้ยิ่งใหญ่
น่าจะดีกว่าถ้ามีการรณรงค์ความรักชาติในทางที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ เช่น แทนที่จะเอาแต่ทวงคืนปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นของกัมพูชาตามกฎหมาย หรือทำตัวกร่าง คุยโวข่มเพื่อนบ้านว่าฉันใหญ่กว่า เก่งกว่า ก็ควรหันมาพิจารณาความจริงในปัจจุบันของทั้งสองประเทศ ที่มีการลงทุนทำมาค้าขายไปมาหาสู่กันนานนับทศวรรษ
นานาประเทศในยุโรปหลุดพ้นจากวังวนความคลั่งชาติประเภทเผ่าพันธุ์ฉันดีกว่าเหนือกว่ามานานแล้ว จึงร่วมกันพัฒนายุโรปจนเข้มแข็ง อย่างน้อยก็ในระดับที่ไม่ล้มลงง่ายๆ
ส่วนอุษาคเนย์คงอ่อนเปลี้ยอีกนาน ถ้าประชาชนแต่ละประเทศหลงทางไปกับกระแสการเมืองศรีธนญชัย หมกมุ่นแต่เรื่องใครใหญ่กว่าใคร ใครเป็นเจ้าของอารยธรรมใด หรือใครควรครอบครองสมบัติเจ้าคุณปู่
แทนที่จะมุ่งหน้าทำมาหากินเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์และความสุขสงบร่วมกัน โดยตระหนักว่าทุกชาติในอุษาคเนย์ต่างเป็นญาติกันและมีมรดกวัฒนธรรมร่วมกันมายาวนาน
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



