บันเทิง

คัดสรรอย่างเข้มข้นค้นหาผู้ชนะ‘คมชัดลึกอวอร์ด12’

คัดสรรอย่างเข้มข้นค้นหาผู้ชนะ‘คมชัดลึกอวอร์ด12’

28 เม.ย. 2558

คัดสรรอย่างเข้มข้นค้นหาผู้ชนะ‘คมชัดลึกอวอร์ด12’ : สกู๊ปบันเทิง

 
          ในส่วนความคิดเห็นของเหล่าคณะกรรมการตัดสินรางวัลทั้ง 4 ประเภท  ของรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 ไม่ว่าจะเป็น ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง ประเภทเพลงไทยสากล ประเภทภาพยนตร์ไทย หรือ ประเภทละครโทรทัศน์ ต่างประกอบด้วยเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในปีนี้คณะกรรมการต่างมีความยากลำบากในการตัดสินแทบทุกประเภท วันนี้จึงขอนำความคิดของคณะกรรมการบางท่าน มาเป็นหลักในการคะดเลือกรางวัลในครั้งนี้ 
 
          ประเดิมที่ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง กับ มนัส อาจสกุล นักแต่งเพลงและนักข่าวอิสระ กล่าวถึงภาพรวมการตัดสินในสาขาเพลงลูกทุ่งปีนี้ว่า  "นับวันกรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด ในสาขาเพลงลูกทุ่ง ยิ่งทำงานยุ่งยากมากขึ้น เพราะในปัจจุบันคนทำเพลงส่วนใหญ่นำคำว่าลูกทุ่งไปใช้จนทำให้สังคมไขว้เขว เป็นผลให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเวลาเลือกเพลงมาประกวด ต่างเข้าใจผิดคิดว่าเพลงเหล่านั้นคือเพลงลูกทุ่ง ซึ่งความจริงเพลงลูกทุ่ง หรือเพลงลูกกรุงคือเพลงที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทยเหมือนกันต่างกันแค่เพียงวิธีการขับร้อง รากเหง้าของเพลงมาจากเพลงไทยเดิมหรือเพลงพื้นบ้านที่มีลีลาทำนองอ่อนหวาน อ่อนโยน ถึงเป็นแนวสนุก ก็ไม่รุนแรงเข้ากับอารมณ์อ่อนโยนของคนไทย แต่ทุกวันนี้ ยังมีเพลงแนวเพื่อชีวิตที่มีคำร้องทำนองใกล้เคียงกับเพลงลูกทุ่ง แต่มีแนวดนตรีที่ปลุกเร้าอารมณ์หนักๆรุนแรง และยังมีเพลงแนวใหม่ที่ใช้การร้องแบบมีการเอื้อนก็ประกาศว่าเป็นเพลงลูกทุ่ง ดังนั้นกรรมการจึงต้องพิจารณากันอย่างรอบครอบและคำนึงถึงความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ ที่เข้มงวดที่สุดคือเรื่องการสัมผัสหากเพลงๆหนึ่งหลุดสัมผัสเราตัดออกทันที"
 
          ในขณะที่ประเภทเพลงไทยสากล อนันต์ ลือประดิษฐ์ บรรณาธิการจุดประกาย น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ หนึ่งในคณะกรรมการปีนี้กล่าวว่า "รางวัลในปีนี้ แบ่งออกเป็น 8 สาขา คือ อัลบั้มยอดเยี่ยม เพลงยอดเยี่ยม ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม นักร้องชายยอดเยี่ยม นักร้องหญิงยอดเยี่ยม ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม อัลบั้มเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม และล่าสุดที่เพิ่งบรรจุเข้ามาเป็นสาขาใหม่ในปีนี้ คือ ผลงานบันทึกเสียงยอดเยี่ยม หลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลในปีนี้เป็นไปตามแนวทางของปีที่ผ่านๆ มา ในปีนี้เนื่องจากผลงานของนักร้องหญิง ไม่ถึงเกณฑ์ตามคุณภาพที่มุ่งหวัง อีกทั้งผลงานที่ผลิตออกมา เกือบทั้งหมดเป็นซิงเกิล หรือเพลงเดี่ยวมากกว่าการนำเสนออัลบั้มเต็ม คณะกรรมการจึงมีมติไม่มีการพิจารณาผลงานของนักร้องหญิง ขณะที่ในปีเดียวกันนี้กลับมีปริมาณของผลงาน “อัลบั้มเพลงบรรเลง” มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงได้ยกระดับสาขา “เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม” ขึ้นเป็น “สาขาอัลบั้มเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม” นอกจากนี้ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการบันทึกเสียง ที่มีผลต่อทิศทางการสร้างสรรค์งานเพลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คณะกรรมการพิจารณามอบรางวัลในสาขา “ผลงานบันทึกเสียงยอดเยี่ยม” ขึ้นมาอีก 1 สาขา เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่วิศวกรเสียงที่ทำงานเบื้องหลัง และเพื่อยกระดับให้อุตสาหกรรมดนตรีตระหนักถึงคุณค่าของกระบวนการผลิตงานเพลงที่มุ่งสู่มาตรฐานสากลเป็นสำคัญ โดยภาพรวมของวงการเพลงไทยสากลในปีนี้ แม้ปริมาณงานเพลงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ผลิตเพลงต่างเน้นไปที่การออกผลงาน “ซิงเกิล” มากกว่า “อัลบั้ม” แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและน่าติดตาม 
 
          โดยหลักๆ มาจากกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ที่ก้าวออกมาขับเคลื่อนวงการด้วยผลงานสร้างสรรค์ของพวกเขา ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตที่สร้างสีสัน และสร้างความหวังให้แก่วงการเพลง ทั้งที่อยู่ในยุคสมัยของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี จาก “แอนะล็อก” สู่ “ดิจิทัล” และจากผลงานเพลงที่จับต้องได้ ในรูปของซีดี (Physical Product) ไปสู่รูปแบบของดิจิตัล ทั้งทางดาวน์โหลดและสตรีมมิง ผลงานของศิลปินกลุ่ม ทั้งหน้าใหม่และศิลปินกลุ่มซึ่งเป็นที่รู้จัก ยังมีบทบาทเหนือกว่าผลงานของนักร้องชายและหญิงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะการรวมกลุ่มในการสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้สามารถต่อยอดการทำงานได้อย่างมีน้ำหนักมากกว่า อีกทั้งพื้นที่ในการแสดงออกของศิลปินกลุ่ม ซึ่งจำนวนไม่น้อยมาจากค่ายเพลงอิสระ ยังเปิดกว้างต่อการทำงานมากกว่านักร้องเดี่ยวที่อยู่ภายใต้ชายตาของค่ายเพลงหลักอีกด้วย จึงเป็นน่าจับตาว่า ค่ายเพลงหลักจะเพิ่มบทบาทในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันและนำเสนอนักร้องใหม่ๆ ที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง เพื่อเข้าสู่วงการเพลงต่อไปในอนาคต" 
 
          ในส่วนของประเภทภาพยนตร์ไทย ศิวภรณ์ พงษ์สุวรรณ ผู้กำกับอิสระ หนึ่งในคณะกรรมการของประเภทภาพยนตร์ ได้กล่าวถึงภาพยนตร์ที่เข้ารอบครั้งนี้ว่า "แม้หนังไทยปีนี้จะมีภาพยนตร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์จำนวนไม่น้อย แต่ภาพยนตร์แต่ละเรื่องของปีนี้ ต่างไม่มีความสมบูรณ์ในทุกๆ ด้านสักเรื่อง แต่ละเรื่องในปีนี้ดูเหมือนจะกระจายจุดเด่นกันออกไป หากจะเปรียบภาพยนตร์เสมือนร่างกายของคนเรา ก็เสมือนร่างกายสมบูรณ์แต่ขาอาจเป๋ หรือนิ้วอาจจะขาด เพราะไม่มีหนังเรื่องใดที่เพอร์เฟคในทุกๆด้าน ดูเหมือนจะไปไม่ถึงเสียทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง "คิดถึงวิทยา" หากมองในแง่งานสร้างนั้นดูสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่กลับเป็นหนังประโลมโลก ส่วนเรื่อง "ภวังค์รัก" แม้จะมีโครงสร้างบทที่ดี แต่พอหนังออกมากลับไม่มีเสน่ห์ เพราะยัดเยียดสไตล์เยอะเกินไปก็ทำให้คนดูเบื่อ 
 
          ส่วนเรื่อง "ตุ๊กแกรักแป้งมาก" แม้งานสร้างจะไม่ได้สมบูณ์มากแต่หนังเรื่องนี้กลับได้ในแง่ของความรู้สึกและอารมรณ์มากกว่าเรื่องอื่น ในขณะที่หนังเรื่อง "ไทมไลน์ จดหมายความทรงจำ" แม้จะมีนักแสดงมากฝีมือร่วมแสดงหลายคน แต่เนื้อเรื่องกลับดูบางเกินไป ส่วนหนังสารคดีในปีนี้รู้สึกว่าหนังเรื่อง "The master" นั้นโดดเด่นในเรื่องคอนเซปต์ แต่ในแง่ของหนังกลับไม่มี หากถามว่ามีเรื่องใดที่โดดเด่นและสมบูรณ์ ก็ดูเหมือนจะไม่ถึงไปเสียทั้งหมด ในส่วนนักแสดงในปีนี้ ผู้ที่เข้าตากรรมการส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นนักแสดงหน้าเดิมๆ ไม่ค่อยมีนักแสดงหน้าใหม่ๆ ที่แสดงได้โดดเด่น"ศิวภรณ์กล่าว 
 
          ทางด้านประเภทละครโทรทัศน์  อ.พันพัสสา ธูปเทียน อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาศิลปการละคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงรางวัลในประเภทนี้ว่า "การตัดสินรางวัลในสาขาละครโทรทัศน์ปีนี้ สร้างความหนักใจให้แก่คณะกรรมการเป็นอย่างมากเพราะผู้เข้าชิงในแต่ละรางวัลมีความสามารถที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ทางคณะกรรมการจึงใช้วิธีร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองกันอย่างละเอียดหลายต่อหลายครั้ง และสุดท้าย เพื่อความโปร่งใส เราได้ลงคะแนนโหวตอย่างลับๆ ดังนั้นคณะกรรมการก็จะได้ทราบผลการตัดสินไปพร้อมๆกับผู้ชมทุกท่าน"

          ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ดิจิทัลทีวี อีกหนึ่งในคณะกรรมการประเภทละครโทรทัศน์ได้กล่าวว่า "วงการละครโทรทัศน์ไทยตลอดปี 2557 ที่ผ่านมา ยังคงคึกคักหลากหลายแนวเหมือนเช่นเคย ทำให้เหล่ากรรมการผู้ได้รับเกียรติในการตัดสินละครโทรทัศน์ปีนี้ ล้วนทำงานบนความยากลำบาก คงเนื่องจากช่วงเวลาที่เพิ่มมากขึ้น ประสบการณ์ต่างๆ ของผู้จัด ผู้กำกับทีมงานผลิตละคร เหล่านักแสดง ล้วนผ่านเวลา ประสบการณ์ต่างๆ เพิ่มขึ้นมาอีกขวบปี การพัฒนาในศักยภาพต่างๆ จึงปรากฏให้เห็นขึ้นอย่างเด่นชัด และละครโทรทัศน์จากทุกเรื่อง ทุกช่อง ล้วนโดดเด่นใกล้เคียงกันมาก ภาระหนักจึงตกอยู่กับเหล่าคณะกรรมการทุกท่าน ซึ่งในปีนี้ ทุกท่านล้วนมีที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งอาจารย์ทางนิเทศศาสตร์ นักเขียนบทละคร ผู้กำกับละคร นักแสดงคุณภาพ รวมถึงผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อโทรทัศน์ 
 
          จากละครเรื่องแรกของปี 2557 จนสิ้นสุด ทุกท่านล้วนทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถคัดกรองกลุ่มผู้มีความสามารถในสาขาต่างๆ ออกมา ทั้งหมด 7 สาขาด้วยกัน คือ บทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ผู้กำกับละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม  และละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม 
 
          และเหล่าคณะกรรมการเชื่อและมั่นใจอย่างยิ่งว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลคมชัดลึกอวอร์ดในครั้งนี้ต้องภูมิใจในความตั้งใจจริงจากการทำงานของพวกท่านทุกคน และสำหรับทุกท่านที่เข้ารอบ หรือไม่ได้เข้ารอบ ก็ขอให้ภูมิใจและมั่นใจว่า พวกท่านทุกคนเป็นกำลังส่วนสำคัญในการผลักดันวงการละครโทรทัศน์ไทยให้เติบใหญ่ ก้าวไกล การประกาศรางวัลครั้งนี้คงเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนในความเป็นนักวิชาชีพของพวกท่านทั้งหลาย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวงการละครโทรทัศน์ไทยจะคงก้าวไปข้างหน้าต่อไปอีกในทุกๆ วัน ทุกๆ เดือน ทุกๆ ปี และตลอดไป"