
'เรื่องเล่าจากเมืองกายกรรม (2)'
28 เม.ย. 2558
'เรื่องเล่าจากเมืองกายกรรม (2)' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
เรื่องเล่าจากเมืองกายกรรมยังไม่จบค่ะ อย่างที่บอกว่า หนึ่งอาทิตย์ในมอนทรีออล หญิงยศไม่ได้เรียนเพียงแค่กายกรรม แต่กลับได้เรียนรู้สัจธรรมหลายๆ อย่างในชีวิตด้วย...
หลายคนชอบมีคำถามมาถึงหญิงยศว่า “พี่ขา หนูอยากเรียนกายกรรมบ้าง แต่หนูอ้วน” หรือ “พี่ขา หนูอยากออกกำลังกายบ้างแต่เจ็บเข่า” หรือ “พี่ขา อยากผอมมั่งอ่ะค่ะ ทำไงจะผอมได้สิบวันคะ อยากมีซิกแพ็กบ้าง แต่ขี้เกียจออกกำลังกายอ่ะค่ะ”
ตอบตรงนี้เลยนะคะ หนูไม่มีวันผอม ไม่มีวันเล่นกายกรรมได้ และหนูไม่มีวันมีซิกแพ็กค่ะ ตราบใดที่หนูยังไม่ตัดคำว่า “แต่” ออกไปจากสารบบของหนูนะคะ คนเรานี่นะคะ มี Passion แต่ไม่มี Action ก็ไม่ได้เดินไปถึงไหนหรอกค่ะ ได้แต่นั่งให้ไฟมันลุกโชนแผดเผาจนตัวไหม้เกรียม แต่ถ้าไม่ลงมือทำ ก็คงได้แค่ไหม้จนเป็นจุลไปเท่านั้นเอง บางครั้งไฟนี้มันก็กลายเป็นไฟริษยานะคะ อยากทำแต่ไม่ลงมือทำ ก็เลยเริ่มอิจฉาคนที่เขาได้ทำ ใจมันก็ร้อนเป็นไฟตามไปเท่านั้นเอง
ในหนึ่งอาทิตย์ที่มอนทรีออล หญิงยศได้มีโอกาศไปดูโชว์กายกรรมมากมาย แต่มีอยู่หนึ่งโชว์ที่ทำให้หญิงยศต้องบอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้เราไม่สามารถมีข้อแก้ตัวใดๆ ได้อีกแล้ว โชว์นี้มีชื่อว่า “The Cirque Prom” ค่ะ ฉากโชว์จำลองมาจากงานเลี้ยงจบการศึกษาของฝรั่งที่เต็มไปด้วยบรรดาเนิร์ด เด็กกี๊ก เด็กที่มีบุคลิกแปลกๆ และลักษณะทางกายภาพที่น่าโดนแกล้งเป็นที่สุด นั่นหมายถึงเราเห็นแต่คนธรรมดา คนอ้วน คนตัวเตี้ย คนสูงกระหร่องกระแหร่ง ทั้งโชว์มีคนรูปร่างดีอยู่แค่สองคนเท่านั้น แต่ทุกคนเป็นนักกายกรรมชั้นยอดทั้งหมด ทุกคนตีลังกา ทุกคนดัดตัวอ่อน ยืนเอามือต่างเท้าอยู่บนไม้ก้อนเล็กๆ ลักษณะทางกายภาพไม่ใช่อุปสรรคของกายกรรม
หญิงยศยิ่งเห็นเด่นชัดเมื่อนักแสดงคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวทีค่ะ เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผมดำขลับตาคมกริบ เธอเดินขึ้นมาในฐานะนักแสดงกายกรรมพร้อมกับไม้เท้าในมือที่ยันตัวเธอขึ้นบันไดมา หญิงยศมองเรื่อยลงมาถึงได้รู้ว่า... เธอมีขาเพียงข้างเดียวค่ะ คิดยังไม่ขาดคำว่าเฮ้ยเขาจะเล่นยะ.. นางตีลังกาฟ้าบ!! ขุ่นพระ!! ตีลังกาแล้วลงมายืนอย่างมั่นคงด้วยขาเพียงข้างเดียวของนาง แล้วหันไปเอาไม้ค้ำยันส่งให้เพื่อนพร้อมกับเริ่มเต้นบีบอย จบด้วยการกระโดดแทรมโปลีนดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋งแล้วตีลังกาสามตลบลงมายืนบนพื้นด้วยขาข้างเดียวนั้ยของเธอ!! หญิงยศหงายหลังผึ่ง!! อะไรว้าาาา นี่ตรูอวัยวะครบถ้วน ผอมก็ผอมกว่า ถามว่าทำได้ครึ่งเขามั้ย ตอบเลยแมนๆ ว่ายังไม่ได้เศษเสี้ยว ไม่ใช่แค่ความสามารถนะคะ ใจด้วย ไม่ได้เศษเสี้ยวของเขาเลย..
อีกวันหญิงยศได้ลงนั่งคุยกับคุณครูเจมส์ คุณครูกายกรรมของพวกเราตั้งแต่ตอนทำโชว์ลางลิง ครูเจมส์บอกเราว่า กายกรรมก็คือ Physical Action แต่สิ่งที่นักกายกรรมทุกคนต้องมีคือ Passion เมื่อ Passion มาบวกกับ Action เมื่อนั้นความมหัศจรรย์ของกายกรรมจะเกิด นักกายกรรมไม่จำเป็นต้องมีซิกแพ็ก แต่นักกายกรรมต้องมีความพยายามที่จะยืดไปให้ได้มากขึ้นทีละนิด นักกายกรรมไม่จำกัดไซส์ แต่นักกายกรรมต้องมีใจที่ไม่ยโส นักกายกรรมไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร แต่นักกายกรรมต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ เดินออกจากโชว์ในคืนนั้น อากาศข้างนอกหนาวจับใจ แต่หญิงยศเหมือนได้รับผ้าห่มอุ่นที่ห่มให้ใจอุ่น เราได้เรียนรู้ว่าความพิการที่สุดนั้นมันอยู่ที่ใจ ถ้าใจเราไม่สู้ ร่างกายเราก็ไม่ไปไหน แต่ความแข็งแกร่งที่สุดก็เริ่มที่ใจเราเช่นกัน ใจคือสิ่งที่จะขับเคลื่อนเราไปได้ แต่สุดท้ายอย่าลืมว่า Action นั้นสำคัญที่สุด หยุดเอากายภาพมาเป็นข้ออ้าง กายกรรมไม่ใช่การตีลังกาหมุนอยู่กลางอากาศ แต่คือการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ไม่ว่าเราจะทำอะไร ถ้าใจมาแล้วอย่าเสียเวลากับข้ออ้างต่างๆ นานา ลุกขึ้นแล้วลงมือทำเลย ไม่มีอุปสรรคไหนใหญ่ไปกว่าใจและกายที่ขี้เกียจของเราเท่านั้นเอง...
........................................
(หมายเหตุ 'เรื่องเล่าจากเมืองกายกรรม (2)' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ )



