บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:สุขสันต์วันแก่(2)

เล่นหูเล่นตา:สุขสันต์วันแก่(2)

27 เม.ย. 2558

สุขสันต์วันแก่ (2) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
 
          “ไม่ว่าจะบินสูงแค่ไหน เคยเจอกับอะไร สุดท้ายสำคัญที่ต้องรู้จักร่อนลง ...” จากภาพยนตร์เรื่อง Birdman  2014
 
          ฉันเป็นคนชอบดูหนัง ฟังเพลง และทำอาหาร ชีวิตจึงวนเวียนกับหนังสือไม่กี่เล่มที่ต้องอ่านประจำทุกเดือน คนชอบดูหนังอย่างฉันจึงอ่าน Entertain และ Filmax ... ฉันว่าการอ่านหนังสือและดูหนังมันพาเราท่องไปในความคิดและชีวิตของผู้คนที่ทำให้มองเห็นความหมายของชีวิต สัจธรรม ปรัชญา ภาพฝัน และจินตนาการ ... ด้วยวัยใกล้ 50 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ฉันแปลกใจได้อีกต่อไปแล้วนอกจากความตายที่ต้องประสบเอง แม้จะได้พบและได้เห็นมากมายซ้ำไปซ้ำมา ถึงกระนั้นฉันก็ยังรักที่จะเรียนรู้และรับรู้ในสิ่งแปลกใหม่เพราะมันทำให้ชีวิตมีสีสัน มีความหลงใหลแผ่ซ่านวนเวียนอยู่ในความรู้สึกทำให้หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดวูบวาบไปทั่วร่างกาย นั่นแหละความรู้สึกที่ทำให้เรายังคงเป็นมนุษย์ที่เวียนว่ายอยู่ในห้วงแห่งความรัก โลภ โกรธ และหลง ... ในเมื่อจุดมุ่งหมายสูงสุดของฉันไม่ใช่ “นิพพาน” ฉันจึงรักที่จะเวียนว่าย ตาย เกิด และถ้าภพชาติมีจริงอย่างที่ว่าไว้ในพุทธศาสนาฉันก็จะกลับมาต่อสู้และค้นหาตัวตนในร่างของคนแปลกหน้าอีก ... ครั้งแล้วครั้งเล่า! ... จนกว่าจะหมดบุญที่จะเกิดเป็นคนอีกต่อไป ... ชาติหน้านั้นช่างท้าทาย และเพื่อจะได้เกิดเป็นคนอีกหน ฉันจึงต้องสะสมบุญเอาไว้ให้มากกว่ากรรม แม้ในความเป็นจริงปริมาณกรรมที่ทำมาจะมากกว่าบุญที่ทำไว้ ... หลายเท่านัก! ... ในเมื่อชาตินี้ยังคงมีชีวิตอยู่ผ่านวันคล้ายวันเกิดไปหลายสิบหน ชีวิตก็ยังต้องต่อสู้ดิ้นรน ขึ้นและลงมันอย่างนั้น เหนื่อยแต่ท้าทายตอนที่ไต่ระดับขึ้นที่สูงและร่อนลงสู่ที่ต่ำ ... สูงสุดสู่สามัญ ... ความกลัวมันเกิดตอนที่จะต้องกลับมายืนที่เดิม แต่เมื่อความทะยานอยากมันหมดไปแล้ว “ที่เดิม” ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่มีสิ่งใด “คงอยู่” ค้ำฟ้า! เมื่อขึ้นไปบนที่สูงอีกไม่ได้ก็ต้องก้าวไปข้างหน้าอย่าย่ำอยู่กับที่ ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน ... พอแล้วมะ? คนที่จะคิดอย่างนี้ได้ชีวิตคงต้องเดินทางมาไกลจนมองเห็น “ความจริง” ทุกสิ่งบนโลก ... แต่สำหรับฉัน ... ฉันก็แค่พยายาม “มองหา” ความจริง ก่อนที่จะ “มองเห็น” มัน เพราะฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นและ “ความอยาก” ในตัวฉันก็สั่งให้มันหยุดไม่ได้เสียด้วยสิ! ... ฉันอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่อยากเป็นอะไร หรือ เป็นใคร นอกจากตัวฉัน ... ฉันอยากได้นั่นได้นี่ที่ต้องอาศัยเวลา ความพยายามและการยอมรับ มากกว่าแค่ใช้เงินฟาดแล้วให้สิ่งนั้นมาอยู่ตรงหน้า พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันชอบ “ล่า” มากกว่า “ฆ่า ” เพื่อมาครอบครอง มันท้าทายตอนวิ่งได้จับนี่แหละค่าคุณ! จับได้แล้วก็ปล่อยไป เพราะการครอบครองปรปักษ์จัดเป็น “ภาระ” อย่างหนึ่ง (พูดยังกับโคตรสวยและโคตรรวย ... อย่าเพิ่งถุย!) ... ทุกวันนี้เวลาที่ฉันอยากได้อะไรฉันจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อยู่กับมันได้จนวันตายมั้ย?” คนขี้เบื่ออย่างฉัน คำตอบที่ได้ก็คือ “ไม่” งั้นก็อย่ารนหาที่ เอาแค่ชื่นชม เพราะวันตายของฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือวันใกล้ๆ นี้ “เวลา” จึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน อะไรเหนื่อยเกิน พยายามเกิน และไม่ได้ผลตอบแทนแม้แต่ทางใจ ... ฉันไม่ทำ! จบนะคะคุณตำรวจ! ถ้าจะต้องฝืนธรรมชาติในตัวฉันเอง สิ่งนั้นจะเป็นไปเพื่อคนที่ฉันรัก ซึ่งก็มีแค่คนในครอบครัว โก้ มิสเตอร์แซกแมน ลูกน้อง 2 คน อันได้แก่ คุณสีเกดและนังนุชนาฎ และเพื่อนรักอย่าง พี่ก้อง ปิยะ และท็อป ดารณีนุช 
 
          “วันที่ 6 นี้ว่างปะ กินข้าวกันที่ร้านอีผัด” ดารณีนุชส่งข้อความมาทางมือถือ
 
          “อือ ... เอาสิ!” ฉันจะตอบอะไรในทางตรงกันข้ามได้ล่ะ มันจะกรี๊ดใส่ฉันมะ? 
 
          “เย้!!” คุณท็อป นางควรจะเปลี่ยนชื่อจริงเป็น “ดารม่าณีนุช” แทน “ดารณีนุช” เพราะนางช่างเวิ่นเว้อ เว่อร์วัง และดราม่าน้ำตาไหลที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา เหมือนแม่ฉันไม่มีผิด วันที่ 7 เมษาคือวันเกิดนาง ขอบอกตามตรงว่า ฉันเกลียดวันเกิดเพราะนอกจากต้องกินเค้กที่เลอะน้ำลายเจ้าของวันเกิดตอนเป่าเทียนแล้ว ยังต้องตามใจเจ้าของวันเกิดทุกอย่าง เฮ้อ! ... “ปล่อยกรูไปตามทางของกรูเถอะค่า” คือประโยคที่ดังก้อง สหรัถ (ไม่ใช่ก้อง ปิยะ) อยู่ในใจเวลาเพื่อนชวนไปวันเกิด คนธรรมดาก็มักทำอะไรพิเศษ หรือมีคนทำให้เป็นพิเศษใน “วันเกิด” แต่คนอย่างดารณีนุช คำว่า “ธรรมดา” ไม่เคยอยู่ในเซลส์สมองของนาง ฉันพยายามหนีการจัดวันเกิดแบบรวบหัว รวบหาง รวบยอด รวบตึง เอาคนที่เกิดเดือนเดียวกันมาจัดรวมกัน แต่ก็มีบางปีที่ต้องตามใจนางบ้าง ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่เพราะได้ประสบพบเจอมากัับตัวเองจน “เหนื่อยและท้อเหลือเกินรู้ไหม หมดแรงจะสู้ต่อไปอีกแล้ว” ผีมีจริงรึเปล่าไม่รู้ แต่ดารณีนุชมีจริง! นางน่ากลัวยิ่งกว่า นางชอบจัดงานวันเกิดให้เพื่อนแบบเซอร์ไพรส์ (เซอร์ไพรส์ตัวนางเอง!) ร้านอาหารนางก็เลือก อาหารนางก็เลือก การแสดงโชว์รวมถึงคาราโอเกะนางก็เลือกเอามาแบบที่นางชอบ (ถามกรูสักคำมั้ย?) เลือกสิ่งที่ฉันเกลียดมาทุกอย่าง โดยเฉพาะการบังคับให้ฉันฟังพวกนางร้องเพลง มันคือการข่มขืนหูอย่างหนึ่ง! ... ครั้งนี้ก็อย่าคิดจะหนี คุณท็อปจัดให้! 
 
          ฉันโผล่ไปถึงงานซึ่งจัดอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์สเต๊กเฮ้าส์ของพี่ผัดไท เป็นแบบแผนของคุณท็อปที่จะต้องอุดหนุนเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะกินเลี้ยง กินแชร์ หรือกินกันเอง!!?? คุณสีเกดวนรถหลงไปมา 2 รอบ นังนุชนาฎก็เปิดกูเกิลแมพ (Google Map) เทิร์นเลฟ ... เทิร์นไรท์จนฉันเวียนหัว อีกูเกิลแมพมันพูดไม่รู้เรื่อง หรือพวกเราโง่ก็ไม่รู้? ในที่สุดก็หาเจอ เยื้องกับฟูจิซุปเปอร์ในซอยสุขุมวิท 49 เป็นร้านญี่ปุ่นเล็กๆ ที่พวกเรายัดตัวเข้าไปแน่นร้าน ฉันหอบเอากุ้ง ปลา ปลาหมึกสด พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด (ขอมาจากอาม้าร้านข้าวต้มเฮียหวาน ถ.จันทน์) ตามที่คุณท็อปสั่งเพราะคุณท็อปดำริว่าจะตั้งตระแกรงปิ้งย่างบาร์บีคิวที่หน้าร้าน ฟังดูปิคนิคไฮโซ ปรากฏว่าฉันกับสีเกดเอาไปปิ้งกันจนเหงื่อแตกเหงื่อแตนในครัวเล็กๆ หลังร้าน ... แม่เจ้า! โบท็อกซ์กรูจะละลายมั้ยคะ? คุณน้ำฝน บุณฑริกออกตัวว่าน้องกลัวซิลิโคนน้องละลาย เอาเป็นว่าสีเกดปิ้งไปคนเดียวละกันคุณพี่ขอตัวนะคะ คุณพี่ถนัดเสิร์ฟ เก็บโต๊ะ เก็บจาน พร้อมกับทำหน้าที่เป็น “มาม่าซัง” จะเหมาะกว่า คุณท็อปสั่งลูกชาย 2 หน่อ ทั้งกั๊ทและแก็งค์ให้ประดับประดาร้านเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า HBD Top & Kim (นี่ก็ไม่ถามกรูอีกล่ะ!) มีลูกโป่งสวรรค์ผูกชายห้อยไปมาติดเพดานเตี้ยๆ สายริบบิ้นก็แหย่หูแหย่หน้าฉันทุกครั้งที่เดินผ่าน ตอนนี้เลยไม่รู้ว่ารำคาญลูกโป่งกับรำคาญคุณท็อปอะไรมากกว่ากัน! แต่ดูนางมีความสุขที่เพื่อนฝูงมารวมตัวสุมหัวอยู่ล้อมรอบตัวนาง ส่วนฉันนั่งคุยงานกับอ.วุฒิ singing kids เงียบๆ ที่มุมห้อง โดยมีอีนุชนาฎนั่งฟาดยากิโซบะ และทาโกะยากิ (พิซซ่าญี่ปุ่น) อย่างเมามัน 2 จานนี้อร่อยมากจนฉันต้องสั่งเบิ้ลมาอย่างละ 2 เพื่อนฝูงที่สนิทกันนั่งรวมตัวกันนินทาชาวบ้าน เอ๊ย! พูดคุยกันอย่างมีความสุข ... ความสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน ใช่มั้ยคะคุณตำรวจ? จู่ๆ ก็มีคำสั่งฟ้าแลบจากเจ้าของบาร์ญี่ปุ่นฝั่งตรงข้ามให้พวกเราซึ่งนำรถไปจอดในที่ของเขาเคลื่อนรถออกมาโดยด่วน ... อีนุชถามเขาว่า “เอาคันไหนออกคะ?” คนญี่ปุ่นตอบเป็นภาษาไทยชัดยิ่งกว่าระบบ Dolby 5.1 ว่า “ทุกคัน!” ทำให้ตุ๊ด (คุณก้อง ปิยะ) แตกออกจากร้านไปขยับรถของตัวเองวุ่นวายยังกับไฟไหม้ซ่อง! ทั้งชะนี ทอม และตุ๊ด ย้ายรถกันพรึ่บพรั่บ! แล้วกลับมาสุมหัวกันเหมือนเดิม แทนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน ... ไม่ค่ะคุณ! เปิดทีวีช่องวัน (One) ดูรายการ “จันทร์ได้ใจ” น้องแหม่ม คัทลียา เป็นพิธีกร เชิญคุณท็อปกับหยวนไปออกรายการ ... ทุกคนจ้องโทรทัศน์ยังกับถ่ายทอดพิธีสำคัญอะไรสักอย่าง
 
          “กูจะกลับแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า” ฉันเดินไปบอกคุณท็อป 
 
          “อย่าเพิ่งกลับสิมึง ดูเพื่อนก่อน เพื่อนซึ้ง เพื่อนน้ำตาไหลนะมึง” นางเชิญชวนพร้อมยื้อ ทุกคนพร้อมใจกันนั่งดูช่วงไฮไลท์ ตอนหยวนลูกรักของท็อปก้มกราบเท้าคุณแม่ท็อป ทุกคนหยิบทิชชูมาซับน้ำตาโดยพร้อมเพรียง ... “กั๊ท-แก็งค์ไปหาบ้านใหม่อยู่ได้แล้วนะ แม่เขามีลูกใหม่แล้ว” เสียงพี่จี๋ ทอมตัวจิ๋วในกลุ่มเสี้ยมลูกๆ ท็อป 
 
          “ถ้าปิดเสียงดูแต่ภาพ กรูนึกว่าผัวเด็กกับเมียแก่มาแถลงข่าวงานแต่ง” ฉันล้อคุณท็อปขณะที่นางหน้าแดงน้ำมูกน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ ... เพื่อนฉันถึงนางจะเวิ่นเว้อ แต่ใจนางยิ่งกว่าแม่น้ำ เวลาที่นางรักนางเอ็นดูใคร นางก็รักของนางสุดหัวใจ ฉันไม่เคยเห็นนางเกลียดใคร นางช่างใจดีเป็นแม่พระ น่าจะแต่งงานกับโก้ มิสเตอร์แซกแมน พ่อพระของฉัน น่าแปลกใจที่มาคบหาสมาคมกับศิษย์สำนักสุสานโบราณ “ลีหมกโช้ว” อย่างฉันได้ บอกแล้วว่านางใจดี ใจกว้าง นั่นทำให้ฉันซึ่งเกลียดความวุ่นวาย เว่อร์วัง ยอมทำทุกอย่างตามใจนาง ความรักจากเพื่อนคือน้ำหล่อเลี้ยงใจนาง ... ว่างี้! พอจบรายการ พวกนี้มันไม่จบค่ะคุณผู้อ่าน คุณพี่ผัดไท (ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรไม่รู้ กรูขี้เกียจจำ!) ลุกขึ้นมาเต้นประกอบเพลงดิสโก้ที่พี่ก้อง ปิยะ เปิดจากมือถือต่อกับลำโพงจากเมืองจีนที่ใครไม่รู้ให้นางมา อึกทึกเหมือนร้านลาบเป็ดมากกว่าร้านอาหารญี่ปุ่น ... พอพี่ผัดเปิดฟลอร์ ทั้งคุณก้อง ปิยะ และคุณดารณีนุช ก็ทำให้ฟลอร์ลุกเป็นไฟยิ่งกว่างานเข้าทรงกินเจที่ภูเก็ต พวกนางคว้าไฟที่ห้อยจากเพดานลงมาส่องไปมาเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟแล้วเต้นยึกยักประกอบเพลง วายเอ็มซีเอ (YMCA) อะบาดีบี (A-ba-ni-bi) และที่ขาดไม่ได้ เจงกีสข่านค่าคุณ ไม่แก่ทำไม่ได้นะคะคุณ ฉันหัวเราะจนจะตกเก้าอี้ เหมือนงานวันเกิดบ้านพักคนชรา นึกในใจว่าเมื่อไหร่พวกมันจะอัลไซเมอร์แดรก! มันจะได้จำฉันไม่ได้ แล้วฉันจะได้ไม่ต้องมาโดนข่มขืนทั้งหูและตา (ภาพและเสียง) อย่างที่เป็นอยู่ สีเกดและนุชนาฎหัวเราะจนตัวงอ ฉันว่าพวกนางคงนึกในใจว่า มันคือวงจรอุบาทว์ที่เริ่มจากการรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก่อนแล้วที่เหลือมันก็เกินจะเยียวยา ยิ่งกว่าโรงพยาบาลบ้า ... ช่วยไม่ได้! บางทีนุช-เกด ก็คงติดเชื้อบ้าจากพวกฉันไปแล้ว ... ฉันมองภาพเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง ฉันเห็นอนูของความสุขและมิตรภาพที่ล่องลอยเข้ามาเคลือบหัวใจอันแห้งแล้งของพวกเราให้ชุ่มชื้น เป็นแรงกระตุ้นให้สู้กับความบ้าคลั่งและอคติของผู้คนภายนอก (เอิ่ม ... ผู้คนภายในจะบ้ากว่าข้างนอกมั้ยคะคุณ!) และไม่ว่าชีวิตนี้จะขึ้นหรือลงอีกสักกี่ครั้ง พวกเราก็ไม่สนใจเพราะเราต่างก็มีกันอย่างนี้ตลอดไป ... สุขสันต์วันแก่นะคะคุณท็อป ดารณีนุช
 
.......................................
(หมายเหตุ สุขสันต์วันแก่ (2)  : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)