
เจาะลึกเบื้องหลังหลักเกณฑ์พิจารณารางวัลคมชัดลึก อวอร์ด12
27 เม.ย. 2558
เจาะลึกเบื้องหลังหลักเกณฑ์พิจารณาพาใครคว้ารางวัล'คมชัดลึก อวอร์ดครั้งที่ 12' : สกู๊ปบันเทิง
วันนี้ จันทร์ที่ 27 เมษายน 2558 เป็นวันประกาศผลและมอบรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ให้กับผู้คนในวงการบันเทิง ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง หน้าบันเทิง คมชัดลึก จึงขอนำหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผลงานในประเภทต่างๆ มาเรียกนำย่อย ก่อนจะประกาศผลรางวัลจะเริ่มขึ้น ว่าแล้วไปติดตามกันเลย
หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงาน ประเภทเพลงไทยสากล คณะกรรมการ ได้มีการแบ่งรางวัลออกเป็น 8 สาขา โดยมีหลักเกณฑ์การมอบรางวัล ดังนี้ 1.รางวัลสาขาอัลบั้มเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม พิจารณาจากงานบรรเลงที่แสดงออกถึงทักษะ และแนวคิดอันล้ำลึกผ่านเครื่องดนตรีโดยปีนี้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น“อัลบั้มเพลงบรรเลง” เนื่องจากมีผลงานที่ออกเป็นรูปอัลบั้มที่ผ่านเกณฑ์ 2. รางวัลสาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม พิจารณาจากผู้มีผลงานใหม่เป็นครั้งแรก หรือเป็นศิลปินเก่าที่เปลี่ยนแปลงแนวทางในการทำงาน 3. รางวัลสาขาศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม และศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยมมอบให้แก่นักร้องที่มีผลงานการร้องเพลงโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ 4. รางวัลสาขาศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม มอบให้แก่วงดนตรี โดยพิจารณา ความเป็นวงดนตรี ทีมเวิร์ค และความคิดสร้างสรรค์
5. รางวัลสาขาเพลงยอดเยี่ยม มอบให้แก่ผู้แต่งคำร้อง และทำนองโดยพิจารณาจากความลงตัวของคำร้องและทำนอง รวมถือเนื้อหาที่สื่อถึงความสร้างสรรค์ 6. รางวัลสาขาอัลบั้มยอดเยี่ยม มอบให้แก่ศิลปินและโปรดิวเซอร์ โดยพิจารณาจากความสมบูรณ์และเป็นเอกภาพของอัลบั้ม 7. รางวัลสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม มอบให้กับ ซาวน์เอ็นจิเนีย ผู้ทำหน้าที่จัดเรียง เนื้อร้อง+ทำนองเข้ากัน โดยพิจารณาจากความลงตัว แปลกใหม่ และสมบูรณ์ของเพลง
หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงาน ประเภทภาพยนตร์ไทย มีดังนี้ 1.พิจารณาภาพยนตร์ ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม โดยมีระยะเวลาการฉายไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ 2.เกณฑ์การตัดสินว่าเรื่องใดจะเข้าข่ายภาพยนตร์ไทยหรือไม่นั้น พิจารณาจาก 2.1 มีการลงทุนหรือร่วมทุนสร้างโดยคนไทย 2.2 ผู้กำกับภาพยนตร์เป็นคนไทย 2.3มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย, คนไทย และ/หรือใช้ภาษาท้องถิ่น หากภาพยนตร์เรื่องใดเข้าข่าย 2 ใน 3 ข้อดังกล่าว ถือว่าเป็นภาพยนตร์ไทย 3.ในสาขาบทภาพยนตร์ นักแสดงสมทบชาย-หญิง, นักแสดงนำชาย-หญิง และผู้กำกับการแสดง จะแยกพิจารณาจากความโดดเด่น/ยอดเยี่ยม โดยคำนึงถึงบทบาท-หน้าที่แต่ละส่วน ในขณะที่สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจะพิจารณาจากองค์กรรวมทั้งหมด ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องใดที่เข้าชิงสาขานี้ จึงไม่จำเป็นต้องมีชื่อเข้าชิงสาขาใด สาขาหนึ่งมาก่อน 4.พิจารณาผลงานของนักแสดงในภาพยนตร์ไทย โดยไม่มีการจำกัดเชื้อชาติหรือสัญชาติของนักแสดง 5.การพิจารณาภาพยนตร์ไทยของคณะกรรมการ จะมุ่งเน้นที่คุณค่าทางศิลปะทั้งในแง่เนื้อหาสาระ -ความยอดเยี่ยมทางการแสดง -การสื่อสารเล่าเรื่อง -การกำกับการแสดง เป็นสำคัญ
มาที่หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงาน ประเภทละครโทรทัศน์ สำหรับเกณฑ์การพิจารณาละครโทรทัศน์ จะพิจารณาละครทุกช่อง ทุกช่วงเวลา ที่ออกอากาศตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 - ธันวาคม 2557 โดยคณะกรรมการจะไม่พิจารณาละครซิทคอม ละครจักรๆ วงศ์ๆ และละครเด็ก ทั้งนี้ได้แบ่งการพิจารณาออกเป็น 7 ประเภทรางวัล ดังนี้ 1.รางวัลสาขาละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม พิจารณาโดยดูจากภาพรวมของเนื้อหาโดยเฉพาะการสร้างสรรค์สังคม การสร้างความบันเทิงคุณภาพการผลิตโดยดูจากองค์ประกอบต่อไปนี้ ได้แก่ นักแสดง บทละคร วิธีการนำเสนอ ภาพมุมกล้อง อุปกรณ์ประกอบฉากหรือ คอสตูมต่างๆ และองค์ประกอบศิลป์ 2.รางวัลสาขาผู้กำกับละครยอดเยี่ยม พิจารณาจากรายละเอียดดังนี้ ความพิถีพิถันในการทำงาน สื่อความคิด เนื้อหา อารมณ์ของนักแสดง และความต่อเนื่อง รวมถึงการตีความบทประพันธ์ และการวางตัวนักแสดงจากผู้กำกับฯ 3.รางวัลสาขาบทละครยอดเยี่ยม พิจารณาจากความกลมกลืนของเนื้อหา ที่สอดคล้องกับภาพรวม เทคนิคการเล่าเรื่อง การใช้ภาษาเนื้อหาที่มีคุณค่าและส่งเสริมจิตใจ 4.รางวัลสาขานักแสดงยอดเยี่ยม ทั้งนักแสดงนำ และนักแสดงสมทบชาย-หญิง พิจารณาจากความกลมกลืนในการแสดง บทบาทของตัวละคร การตีความและการนำเสนอ การเข้าถึงบทบาทของนักแสดง และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม พร้อมทั้งทำให้ “เชื่อ” ว่าเป็นไปตามคาแรคเตอร์นั้นจริง



