บันเทิง

'คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 (2)'

'คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 (2)'

24 เม.ย. 2558

'คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 (2)' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
          ในคอลัมน์นี้ฉบับที่แล้ว แนะนำผู้เข้าชิงรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ในประเภทภาพยนตร์ไปคร่าวๆ รู้สึกว่ายังมีหนังคั่งค้างที่อยากจะพูดถึงอยู่อีก 
 
          สาขาบทภาพยนตร์นั้น คณะกรรมการตัดสินค่อนข้างยาก ไม่เพียงแค่หนังที่เข้าชิงทั้ง 5 เรื่อง มีบทที่ดีเท่าเทียมกัน หากแต่ปีที่ผ่านมา ถือว่าหาหนังไทยที่มีบทดีๆ ยากอยู่เหมือนกัน แม้สุดท้ายผู้เข้ารอบทั้ง 5 ไม่ว่าจะเป็น “ตุ๊กแก รักแป้งมาก” “ภวังค์รัก” “คิดถึงวิทยา” “ดิ อาย ไดอารี่ คนเห็นผี” และ “ไทม์ไลน์ จดหมาย ความทรงจำ” ล้วนเป็นหนังที่มีช่องโหว่ของบทในระดับหนึ่ง หาได้มีบทหนังเรื่องไหนที่มีโครงสร้างการเล่าเรื่องแข็งแรงโดดเด่นออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัด ขณะเดียวกันท่ามกลางบทหนังดีๆ ที่มีน้อย หนังที่เล่าเรื่องอยู่บนพื้นฐานของบทที่ใช้ได้ในระดับหนึ่งกลับมีอยู่หลายเรื่อง จนยากที่จะตัดสินใจได้เด็ดขาดบทหนังเรื่องไหน น่าจะได้เข้าชิงมากกว่ากัน
 
          “รักหมดแก้ว” แม้ฉากหน้าคือหนังรักขายสไตล์ มีงานสร้างที่โดดเด่น สะท้อนภาพสังคมร่วมสมัย แม้บทหนังบางฉากบางตอน จะยังติดกับธีมเรื่องเดิมๆพล็อตจะเก่าไปบ้าง แต่สิ่งที่น่าสนใจในบทหนังเรื่องนี้คือการแทรกข้อคิด คำคมของคนหนุ่มสาวร่วมสมัยเข้าไปในหนังอย่างได้จังหวะจะโคน ขณะเดียวกันประเด็นแฝงเร้นที่ว่าด้วยการเคลื่อนผ่านของชีวิต เปรียบได้กับงานเลี้ยงสังสรรค์ ที่เหล้าในมือมีวันหมดแก้ว งานเลี้ยงมีวันเลิกรา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตเราได้พบเจอทั้งมิตรภาพของผองเพื่อน คนที่รัก ล้วนมีวันพรากจาก แยกย้ายกันไปในวันใดวันหนึ่ง สิ่งที่หลงเหลือคือความทรงจำ ที่ดีและร้าย เป็นประสบการณ์ที่บอกว่า ครั้งหนึ่งเราเคยผ่านอะไรมาบ้าง
 
          บทของ “วังพิกุล” เป็นหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีขนบและโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ลุ่มลึก สะท้อนภาพความคิดอ่านของคนในสังคมได้น่าสนใจโดยเฉพาะคนต่างจังหวัด ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นเหมือนกระจกสะท้อนเรื่องราวผู้คน ที่พลัดหลงไปในโลกทุนนิยม บริโภคนิยม โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินถูก-ผิด ไม่มีน้ำเสียงของการเย้ยหยัน กระแนะกระแหน หนังไม่กระแดะมองโลกสวยด้วยการโน้มน้าวหรือเชื้อเชิญให้เรากลับไปเคารพวิถีดั้งเดิม หากแต่สิ่งที่หนังแสดงออกทั้งหมด ไม่เพียงนำเสนอผ่านความเรียบง่าย ไร้การปรุงแต่ง แต่เป็นหนังที่ตัวบท ถูกคิดมาอย่างไตร่ตรองถ้วนถี่ บอกเล่าชีวิตผู้คนที่ได้รับผลกระทบของทุนนิยมได้อย่างซื่อตรงและแหลมที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบหลายปี...น่าเสียดาย ที่สาขาบทภาพยนตร์ จำกัดผู้เข้าชิงไว้แค่ 5 เรื่อง ไม่เช่นนั้นทั้ง รักหมดแก้ว และ วังพิกุล จะพากันตบเท้าเข้าชิงในสาขานี้ไปด้วยกันอย่างสนุกทีเดียว แต่กระนั้น รักหมดแก้ว ก็ได้เข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบหญิงโดย มาช่า วัฒนพานิช ส่วน วังพิกุล บุญส่ง นาคภู่ เข้าชิงในสาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 
 
          ในสาขานักแสดงสมทบชาย บท ‘พี่แมน’ ใน รักหมดแก้ว ที่แสดงโดย นักร้องหนุ่ม อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ถือเป็นการแสดงที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจในปี 2557 ที่ผ่านมา ตัวละครที่สรวลเสเฮฮากับงานปาร์ตี้ร่ำสุราไปวันๆ พอได้ประสบพบเจอกับความพลัดพรากสูญเสีย ด้วยบุคคลิกเป็นคนมั่นใจในตัวเองและเป็นที่พึ่งที่ปรึกษาของเพื่อนๆ ‘อ๊อฟ’ เลือกการแสดงออกในฉากที่ว่าโดยไม่ฟูมฟาย แม้ความสามารรถของเขาจะเปิดโอกาสให้เล่นใหญ่แบบนั้นได้ แต่ความเข้าใจในภาวะวิสัยของตัวละคร และเลือกถ่ายทอดออกมาผ่านการแสดงที่เหมาะสม หาได้ยากนักแสดงรุ่นใหม่ๆ (แม้จะสถานภาพของ อ๊อฟ เป็นนักร้อง ไม่ใช่นักแสดงก็ตาม) น่าเสียดายที่อ๊อฟพลาดเข้าชิงในสาขานี้ แต่ก็ถือว่าเขามีโอกาสฝากฝีไม้ลายมือการแสดงที่ดีเอาไว้ และน่าจะเป็นนักแสดงที่ดีต่อไปในอนาคต (หากคิดจะเอาดีทางนี้)
 
          ในสาขานักแสดงนำชาย ‘ปั้นจั่น’ ปรมะ อิ่มอโนทัย จาก “ดิ อายส์ ไดอารี่ คนเห็นผี” ในบทชายหนุ่มผู้ยึดติดกับความรักและความตาย ถือได้ว่าเป็นการแสดงที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปั้นจั่น นับจาก “It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก” แต่เมื่อหันมาดูรายชื่อ ผู้เข้าชิงทั้ง 5 ในสาขานี้ ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม จากภวังค์รัก, เก้า จิรายุ จากตุ๊กแก รักแป้งมาก, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ จาก ไอ ฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟ ยู้, วิทยา ปานศรีงาม จากเพชฌฆาต และ บี้ สุกฤษฏิ์ จาก คิดถึงวิทยา จะเห็นว่า ทั้งหมดนั้นความสามารถทางการแสดงในหนังของแต่ละคนไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย นักแสดงแต่ละคนมีสิทธิ์ติดโผ หรือตกขบวนได้เท่าเทียมกันทุกคน
 
          ในฐานะผู้กำกับชื่อของกฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา อาจจะยังเป็นคนทำหนังหน้าใหม่ แต่หากได้ดู “ปู่สมบูรณ์” สารคดีที่เขาเฝ้าติดตามเรื่องราวของผู้เฒ่าสองคน ต้องยอมรับว่า กฤษฎา เป็นผู้กำกับที่น่าจับตามองทีเดียว ความสามารถในการใช้ไวยากรณ์ทางภาพยนตร์ทั้งเพื่อชั้นเชิงการเล่าเรื่อง เร้าอารมณ์ รักษาระยะห่างระหว่างคนดูและและซับเจ็คในหนัง ล้วนแล้วแต่เป็นการทำงานศิลปะในการทำหนัง แม้ผลที่ออกมาใครจะมองว่าเป็นหนังสารคดีก็ตาม แต่ ปู่สมบูรณ์ ก็งดงาม ทั้งเรื่องราว การนำเสนอ และประเด็นตลอดจนแง่มุมอื่นๆในหนัง แม้ชื่อของกฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา จะพลาดเข้าชิง แต่หนังของเขาก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่างสมภาคภูมิ
 
          ติดตามการประกาศผลรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ในค่ำวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 (2)' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)