
มองไลฟ์สไตล์ในหนังจีนต้อนรับเทรนด์หนัง'Chinawood'
24 เม.ย. 2558
มองไลฟ์สไตล์ในหนังจีนต้อนรับเทรนด์หนัง 'Chinawood' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
อะไรๆ ก็เกี่ยวกับ “จีน” หนังฮอลลีวู้ดมีฉากหลังในจีน หนังต่างชาติต้องไปถ่ายในจีน ค่ายหนังไทยเตรียมจอย์นกับจีน นักกีฬาที่ไปค้าแข้งช่วงปลายเคยไปอเมริกา ก็เริ่มหน้าไปจีน
จนเกิดศัพท์เรียกกันว่า Chinawood ที่จะมาครองโลกแทน Hollywood
ในยุคสมัยใหม่ของจีน ไลฟ์สไตล์เขาก็มีรูปแบบชีวิตที่น่าสนใจ นิตยสารหนังเล่มหนึ่ง เคยไปสัมภาษณ์คนจีนยุคใหม่
“ฉันไม่ต้องการผู้ชายที่ซื้ออะไรให้เพื่อเอาอกเอาใจ” คือประโยคเด็ดของ เปา ป๊าว ว่าน (Bao Bao Wan) นักออกแบบเครื่องประดับอายุ 26 ปี ที่แบ่งเวลาของเธอให้ปักกิ่งและฮ่องกงประเทศละครึ่ง เธอกำลังใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้กระเป๋าแฮร์คแมสเบอร์กิน (Biskin) สีส้มสวย (สิ่งประดิษฐ์ฟุ่มเฟือยใบล่าสุด) ประกาศว่า เธอรู้ดีว่าตัวเองต้องการผู้ชายแบบไหน “เขาคงต้องเป็นชาวตะวันตก เพราะผู้ชายจีนไม่เข้าใจผู้หญิงยุคใหม่ (อย่างเธอ)”
ผู้หญิงชาวจีนยุคใหม่แชร์ความฝันเดียวกันกับพี่สาวน้องสาวชาวตะวันตกส่วนใหญ่ นั่นคือ การได้งานดีและพบเจอผู้ชายดีๆ จะมีส่วนต่างก็ตรงที่ผู้หญิงซึ่งมีอายุน้อยกว่า 30 จำนวนมากจากประชากรผู้หญิงของจีนทั้งหมด 200 ล้านคน ต่างเคยประสบและใช้ชีวิตแบบที่คุณแม่ของพวกเธอไม่สามารถเข้าถึงได้ ไม่แม้แต่จินตนาการถึงชีวิตเช่นนั้น
คุณแม่เหล่านี้ถือกำเนิดในประเทศจีนของ ‘ท่านเหมา’ และเริ่มสร้างครอบครัวพร้อมๆ กับที่รัฐบาลของเติ้ง เสี่ยวผิงคลอดนโยบายการมีบุตรเพียงคนเดียว ย้อนไปในปีค.ศ.1979 ว่าน อธิบายเรื่องช่องว่างระหว่างรุ่น (Generation Gap) ขณะกำลังใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่มื้อกลางวันราคาแพง
“ระหว่างช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีน แม่ของฉันถูกส่งไปอยู่ชนบทและฉันไม่ได้พูดถึงชนบทแบบเซาธ์แฮมตัน!” เธอกำลังหมายถึงความลำบากที่แม่ของเธอต้องเข้าห้องน้ำกลางทุ่งนา แม้จะถูกยุคสมัยแบ่งแยก แต่แม่ของเธอก็คอยสนับสนุนทางเลือกที่เธอยึดถือมาโดยตลอด
เช่นชุดเครื่องแบบประจำกายของเธอที่ประกอบด้วยกางเกงหนังคับติ้วเข้ากับเสื้อเชิ้ตสีขาวโดยไม่ติดกระดุมเพื่อเผยผิวสาวและบราลูกไม้ให้เห็นไหวๆ แน่นอนว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการแต่งกายของคุณแม่ซึ่งถูกบังคับให้สวมแจ็กเก็ตของเหมา “ถ้าฉันสวมชุดที่เซ็กซี่เล็กๆ เธอจะมองว่าฉันสวยเพราะฉันสะท้อนภาพวัยสาวที่แม่ของฉันไม่เคยมี”
ว่านยอมรับว่าเธอไม่ใช่สาวปักกิ่งตามมาตรฐานทั่วไป (นั่นคือได้รับการศึกษาจากอเมริกาและฝรั่งเศสบวกกับการเดินทางไปมาระหว่างปักกิ่งและฮ่องกง) และเพื่อนๆ ในบ้านเกิดของเธอเองก็ประสบกับความกระอักกระอ่วนใจในเรื่องนี้กับเหล่าเพื่อนฝูงในแมนฮัทตันเช่นกัน
“สาวหมวยชาวจีนไม่ได้รักนวลสงวนตัวตามจารีตประเพณีเท่าที่คุณคิดสักเท่าไหร่นักหรอก” ว่าน กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ ชีวิตของเธอในปักกิ่งนั้น หมดไปกับการก้าวกระโดดทางอาชีพ, ตระเวนชอปปิงสินค้าหรูหรา, ออกเที่ยวปาร์ตี้ในคลับส่วนตัว และที่ขาดไม่ได้ การหาผู้ชายที่ใช่
ยังไงก็แล้วแต่ ยุคสมัย Me ของชาวจีน (น่าจะเป็นชื่อของปีในจีน) ยังต้องพิสูจน์ฝีมือในการลื่นไหลไปตามกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยสปีดที่น่ามึนเวียนศีรษะ แม้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนนั้นไม่ถึงกับเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับสายฟ้าแลบซึ่งไม่มีใครสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ จากผลการวิจัยของ Credit Suisse กล่าวว่า รายได้ของประชากรอายุ 20-29 ปีนั้นสูงขึ้นถึง 34% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดย 1 ส่วน 3 ของช่วงอายุดังกล่าวเริ่มหันมาใช้เครดิตการ์ด คอนเซปท์จากผลการวิจัยนี้อาจฟังดูแปลกปลอมสำหรับผู้คนยุคก่อนหน้านี้ ตรงกันข้ามกับบรรดาชาวเมืองทั้งหลายที่ดูจะไม่สับสนงุนงงไปตามความเฟื่องฟูของกระแสทุนนิยมภายในระบบคอมมิวนิสต์ของจีน ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ขายสินค้าจากฝั่งยุโรปกลับมิได้ประหลาดใจกับปรากฏการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย
ไมเคิล เบิร์ก ซีอีโอของแบรนด์ดังอย่าง Fendi อ้างว่า “เพราะจีนเคยผ่านช่วงมืดมนมาแล้วและบรรดาคุณแม่ของคนรุ่นใหม่ก็ไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านี้ พวกเขาจึงต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด” หลายปีก่อน Fendi เพิ่งจัดแฟชั่นโชว์ที่กำแพงเมืองจีนซึ่งครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการแฟชั่น ถือเป็นการขยายเวทีให้แบรนด์นี้โด่งดังทั้งในโลกตะวันออกและตะวันตก
“ชาวจีนไม่มียุคสมัยก่อนหน้าให้เปรียบเทียบถึงสไตล์ที่เรียกได้ว่า ‘ฉลาดเลือก’ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกท้าทายกับแบรนด์ที่ตนเองเลือกใช้มากกว่าผู้คนในประเทศอื่นๆ”
โปรดจับตาเถอะ Chinawood มาแน่ๆ ไม่อ่อนแรงแบบ Nollywood และยังไกลห่างกับ Thollywood
.......................................
(หมายเหตุ มองไลฟ์สไตล์ในหนังจีนต้อนรับเทรนด์หนัง 'Chinawood' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



