
'เชิดต่อตัว บนถนนราชดำเนิน ต่อด้วยโหมโรงเดอะมิวสิคัล'
23 เม.ย. 2558
'เชิดต่อตัว บนถนนราชดำเนิน ต่อด้วยโหมโรงเดอะมิวสิคัล' : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน
ผ่านพ้นไปสำหรับงาน "ใต้ร่มพระบารมี 233 ปีกรุงรัตนโกสินทร์" ที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้นยิ่งใหญ่สุดอลังการสมกับเป็นการจัดงานให้แด่กรุงรัตนโกสินทร์เเละราชวงศ์จักรี ที่กล่าวกันว่าเป็นราชวงศ์ที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถกันทุกพระองค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเเล้วในการจัดเเสดงริ้วขบวนเเห่ บนถนนราชดำเนินที่เเสดงถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในทุกๆ รัชกาล ที่ว่ากันตั้งเเต่รัชกาลที่ 1 มาจนถึงรัชกาลที่ 9 ของพวกเราชาวไทยในปัจจุบันนี้ โดยขบวนเเห่ทั้ง 9 รัชกาล 9 ขบวนรถนั้นจะเริ่มกันตั้งเเต่สะพานผ่านฟ้า พอมาถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขบวนเเห่ในรัชกาลนั้นๆ ก็จะหยุดโชว์การเเสดงที่งดงามตามเรื่องราวในรัชกาลต่างๆ เรียงลำดับกันมา โดยมีสื่อมวลชนเเละประชาชนนับหมื่นคนรอชมอยู่บริเวณด้านข้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เเล้วเคลื่อนขบวนเเห่ไปแสดงต่อที่เวทีใหญ่บริเวณท้องสนามหลวง แล้วให้ขบวนของรัชกาลต่อมาได้เเสดงต่อ พอจบการเเสดงขบวนเเห่ก็จะเดินทางไปบนถนนราชดำเนินเเล้วมุ่งหน้าไปที่ท้องสนามหลวงเพื่อเเสดงบนเวทีใหญ่ซึ่งจะเป็นในลักษณะนี้จนไปถึงรัชกาลที่ 9 เป็นขบวนสุดท้ายเเละก็จะไปจบการเเสดงบนเวทีใหญ่ท้องสนามหลวงนั่นเอง
ตัวผมมีโอกาสเข้าร่วมเเสดงบนริ้วขบวนของรัชกาลที่ 7 ซึ่งตามเรื่องราวก็คือว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเเละการจัดระเบียบดนตรีไทยที่ว่าด้วยการต่อสู้ของนักดนตรีไทยในยุคนั้น ดังนั้นเเล้วผมจึงได้ไปแสดงเดี่ยวระนาดเชิดต่อตัว ที่คล้ายกับภาพยนต์เรื่องโหมโรง บนรถที่ตบเเต่งเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นั่นเองเเหละครับ ซึ่งการเเสดงในครี้งนี้ทำให้ผมรู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตการเป็นนักดนตรีไทยของผม จะว่ากันจริงๆ เเล้วตั้งเเต่ภาพยนตร์เรื่องโหมโรงจบลงเมื่อ 11 ปีที่เเล้ว ผมได้เเสดงการเดี่ยวระนาดเเบบเชิดต่อตัว ซึ่งเหมือนกับในภาพยนตร์โหมโรงมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งหน้าโรงภาพยนตร์ หน้าห้างสรรพสินค้า ตามวัดวาอาราม รวมถึงงานโอท็อป และที่มากที่สุดก็คือตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ล่าสุดในเดือนกันยายน ปีพ.ศ.2557 ที่ผ่านมาก็คือที่ "โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา" จังหวัดลำพูน แต่ครั้งนี้การเเสดงระนาดเอกเชิดต่อตัวของผมเปรียบเทียบก็เหมือนเป็นการประลองความเร็วการตีระนาดกันเเบบตัวต่อตัว ซึ่งเกิดขึ้นที่กลางถนนราชดำเนิน แถมต้องปิดถนนให้ตีกันต่อหน้าผู้ชมอีกด้วย จึงทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ที่เขามาปิดถนนราชดำเนินเเล้วมาเเข่งรถเฟอร์รารี่ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานั่นเอง การเเสดงของผมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 233 ปีและสำคัญไปกว่านั้นอีกคือการมีส่วนร่วมในการเทิดทูนเเละเเสดงความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี ถือว่าเป็นสิ่งที่ชาวไทยทุกคนพึงกระทำและเเสดงออกนั่นเองครับ
ขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมเเละหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเเละที่สำคัญก็คือบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ที่ได้คิดรูปแบบเเละจัดการเเสดงในงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปแบบยิ่งใหญ่สมเกียรติกรุงรัตนโกสินทร์เเละราชวงศ์จักรีของพวกเราชาวไทยในยุคนี้ เเละที่สำคัญคือทำให้ผมได้เป็นนักระนาดคนเเรกที่มีโอกาสมาเเสดงเชิดต่อตัวกลางถนนราชดำเนินเหมือนกับการเเข่งรถเฟอร์รารี่ นั่นเองครับ
ท้ายนี้ทาง เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ กำลังจัดเเสดงละครเวทีเรื่อง "โหมโรง เดอะมิวสิคัล" ซึ่งจะว่ากันจริงเเล้วก็ต้องมีฉากการเเสดงเชิดต่อตัวอีกเช่นกัน เพียงเเต่ว่าผู้เเสดงอาจจะไม่ใช่ขุนอินตัวจริงในภาพยนตร์โหมโรงหรือง่ายๆ ว่าคือไม่ใช่ตัวผมเองนั่นเเหละครับ เเต่ผมก็เชื่อว่าอรรถรสในการชมนั้นคงไม่ต่างกัน เพราะการเเสดงเชิดต่อตัวนั้นเสียงกลองทัดจะทำให้ผู้ชมตื่นเต้นเร้าใจ เเถมด้วยว่าพระเอกโหมโรงเดอะมิวสิคัล นั้นมีฝีมือการตีระนาดเอกเก่งกาจเเบบมืออาชีพ คือตีจริงเล่นจริงไม่มีลิปซิงค์ เอาเป็นว่าคนที่มีใจรักความเป็นไทย รักภาพยนตร์โหมโรง รักเคารพในตัวของครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) หรือเเม้กระทั่งชื่นชอบละครเพลงเเละชอบชมการเเสดงระนาดเอกแบบเชิดต่อตัว ต้องไม่พลาดชม "โหมโรงเดอะมิวสิคัล" ที่โรงละครเคเเบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสเเควร์วัน ทุกๆ ท่านนะครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'เชิดต่อตัว บนถนนราชดำเนิน ต่อด้วยโหมโรงเดอะมิวสิคัล' : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)



