บันเทิง

‘กอล์ฟ’เชื่อ‘ฟินโปรเจคท์’ไม่ตั้งใจโกง

‘กอล์ฟ’เชื่อ‘ฟินโปรเจคท์’ไม่ตั้งใจโกง

22 เม.ย. 2558

"กอล์ฟ"เปรยรู้สึกเห็นใจ"มาโกโตะ"โพสต์ข้อความทวงเงินแจงไม่ใช่เจ้าของหนังแค่ถูกจ้างมาเป็นผกก.แสดงยันไม่ฟ้องเหตุหนังไม่ทำเงินมั่นใจบริษัท"ฟินโปรเจคท์"ไม่ตั้งใจโกง

 
          งานเข้าจังๆ เมื่อ "มาโกโตะ โคชินากะ" อดีตนักร้องนำวงลูซิเฟอร์ และเป็นนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง "ฟินสุโค่ย" จาก "ฟินโปรเจคท์" ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว @MAKOTOKOSHINAKA ว่า "ถึงคนไทยทุกคนครับ ขออนุญาตโพสต์ข้อความอย่างเป็นทางการจากต้นสังกัดของผมนะครับ Miss Phakkamon Wittayarangsakul, Miss Punyanush Vorantiphong จากบริษัท Fin Project กรุณาจ่ายเงินค่าตัวในการแสดงภาพยนตร์เรื่อง "Fin Sugoi" ตามสัญญาด้วยครับ K-PROJECT" ซึ่งหลังจากข้อความในทวิตเตอร์ถูกโพสต์ออกไป ก็กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล "คม ชัด ลึก" ได้ต่อสายตรงถึง "กอล์ฟ" ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ สอบถามถึงกรณีดังกล่าว เพราะหลายคนเข้าใจว่าเป็นภาพยนตร์ของผู้กำกับคนดัง สอบถามได้ความดังนี้ 
 
          "หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังของเรานะ เราเป็นแค่ผู้กำกับ ที่ถูกจ้างให้มากำกับหนังเรื่องนี้เท่านั้น เรื่องข้อความที่มาโกโตะโพสต์เราเห็นแล้ว ก็เห็นใจเขา คือมันอาจจะนานแล้ว เขาก็เลยลงข้อความเตือน แต่เราก็ยังไม่ได้เงินเหมือนกันนะ ก็ยังคุยกับเขาอยู่ แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ คือทางฟินโปรเจคท์บอกกับเราว่า เขายังไม่มีเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันก่อนหนังฉาย เขาตกลงกับเราว่า จะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ แต่ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยจ่าย คือเราก็เข้าใจเขา เพราะหนังมันไม่ประสบความสำเร็จ เขาเป็นนายทุนใหม่ด้วย ไม่เคยทำหนังมาก่อน ส่วนค่ายสหมงคลฟิล์ม ไม่เกี่ยวนะ เพราะทางสหฯ มาช่วยเรื่องการจัดจำหน่ายเฉยๆ" กอล์ฟกล่าว 
 
          นอกจากนี้ กอล์ฟยังกล่าวต่อว่า มีความเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่โกง "เราคิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจโกง ส่วนนักแสดงคนอื่นจะได้ค่าตัวครบหรือไม่นั้นไม่ทราบ เท่าที่รู้คือสัญญาการว่าจ้างของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน คิดว่านักแสดงน่าจะได้เงินบางส่วน แต่อาจจะได้ไม่ครบ ถามว่าเราจะฟ้องร้องไหมก็คงไม่ เพราะเรายังติดต่อเขาได้ เราโทรไปเขาก็ยังรับโทรศัพท์ทุกครั้ง ไม่ได้หนีไปไหน ส่วนนักแสดงคนอื่นจะฟ้องหรือเปล่านั้น เราไม่ทราบแต่อาจจะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่ามันนานแล้ว กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจทำให้ผลกระทบเรื่องความน่าเชื่อถือของบุคคลมากกว่า และอาจทำให้นักแสดงต่างประเทศเสียความมั่นใจ หากต้องมาร่วมงานกับคนไทย เขาอาจมีข้อสงสัยว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์บ้านเราเป็นอย่างไร ถึงได้มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น" กอล์ฟกล่าวปิดท้าย